รำลึก ๑๐๐ ปี ชาตกาล หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ปรมาจารย์แห่งการเจริญสติ ณ วัดบรรพตคีรี บ้านบุฮม


วันที่ ๒-๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

กำหนดการ

วันพุธที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

๐๘.๐๐-๑๑.๐๐ ต้อนรับญาติธรรม / ลงทะเบียน
๑๑.๐๐-๑๓.๐๐ ถวายภัตตาหารเพล / ร่วมรับประทานอาหาร
๑๓.๐๐-๑๓.๓๐ พระราชวีรภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดเลย กล่าวเปิดงาน / แสดงธรรมโอวาท

๑๓.๓๐-๑๖.๐๐ เสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดย พ่ออุ่น ญาติธรรมบ้านบุฮม คุณลุงสัมผัส พึ่งประดิษฐ์ พระมหาบัวทอง พุทธโฆสโก
อาจารย์นรินทร์ วงศ์ประไพโรจน์ และ คณะญาติธรรม
โดย คุณนิธนา เมลืองเมือง คุณศุภนุช เข็มทอง เป็นผู้ดำเนินรายการ

๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ รายการเสวนาธรรมตอนเย็น โดยพระศรีวรญาณ หลวงพ่อคำเขียน สุวณฺโณ หลวงพ่อบุญธรรม อุตฺตมธมฺโม หลวงพ่อสมหมาย ธมฺมปาโล

วันที่ ๓ – ๔ – ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

๐๔.๐๐-๐๔.๓๐ ตื่นนอน/ทำกิจส่วนตัว
๐๔.๓๐-๐๕.๓๐ ทำวัตรเช้า บรรยายธรรม ปฏิบัติธรรมเจริญสติร่วมกัน
๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ ถวายภัตตาหารเช้า / ร่วมรับประทานอาหาร
๐๙.๐๐-๑๑.๐๐ ปฏิบัติธรรม (อิสระ / รวมกลุ่ม)
๑๑.๐๐-๑๓.๐๐ ถวายภัตตาหารเพล / ร่วมรับประทานอาหาร
๑๓.๐๐-๑๔.๐๐ แบ่งกลุ่มย่อยนำเสนอแนวทางและวิธีการ เพื่อให้การสืบสานสู่อนาคตเป็นไปได้จริง
๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ ปฏิบัติธรรม (อิสระ / รวมกลุ่ม)
๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ เดินจงกรมร่วมกัน
๑๘.๐๐-๒๐.๐๐ ทำวัตรเย็น บรรยายธรรม ปฏิบัติธรรมเจริญสติร่วมกัน

กำหนดการบรรยายธรรม ในแต่ละวันดังนี้..

- วันพฤหัสบดีที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ วัดป่าสุคะโต จ.ชัยภูมิ หลังทำวัตรเช้า
หลวงพ่อทอง อาภากโร วัดสนามใน จ.นนทบุรี หลังทำวัตรเย็น

- วันศุกร์ที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
ท่านเจ้าคุณพระศรีวรญาณ วัดป่าหนองคู จ.มหาสารคาม หลังทำวัตรเช้า
หลวงพ่อสมหมาย ธมฺมปาโล อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ หลังทำวัตรเย็น

- วันเสาร์ที่ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
นายสมบูรณ์ สีลาน จ.สกลนคร หลังทำวัตรเช้า
พระอาจารย์คำไม ฐิตสีโล วัดทับมิ่งขวัญ จ.เลย หลังทำวัตรเย็น


วันอาทิตย์ที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

๐๔.๐๐-๐๔.๓๐ ตื่นนอนทำกิจส่วนตัว
๐๔.๓๐-๐๕.๓๐ ทำวัตรเช้า บรรยายธรรม และกล่าวสรุปปิดงาน
โดย พระอธิการอเนก เตชวโร วัดโมกขวนาราม จ.ขอนแก่น

๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ ถวายภัตตาหารเช้า / ร่วมรับประทานอาหาร
แยกย้ายกันกลับโดยสวัสดิภาพ


**ติดต่อสอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

-พระอธิการองอาจ อาสโร วัดบรรพตคีรี บ้านบุฮม หมู่ที่๙ ต.บุฮม อ.เชียงคาน จ.เลย โทร ๐๘-๒๘๕๓-๙๕๔๗

-พระอธิการเอนก เตชวโร วัดโมกขวนาราม ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น โทร ๐๘-๖๔๕๐-๒๘๙๐

-มูลนิธิหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ๕๒ หมู่ ๕ แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ๑๐๑๗๐ โทร๐-๒๔๒๙-๒๑๑๙

การเดินทาง รถโดยสารประจำทาง พอถึงเชียงคาน เหมารถไปวัดบรรพตคีรี (ประมาณ ๑๓ กิโลเมตร)
http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y10256424/Y10256424.html

พ.ศ. 2454 หลวงปู่เทียน จิตตสุโต เกิดที่บ้านบุโฮม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2454 วันอังคาร เดือน 10 ปีกุน ขึ้น 13 ค่ำ บิดาของท่านชื่อ จีน มารดาชื่อ โสม นามสกุล อินทะผิว นามจริงของท่านชื่อ พันธ์ อินทะผิว เหตุที่รู้จักท่านในนามหลวงปู่เทียน เพราะเรียกตามชื่อลูกหัวปีของท่าน ภรรยาของท่านชื่อ หอม ก็ได้รับการเรียกขานว่า แม่เทียน ตามชื่อลูกคนหัวปีเช่นเดียวกัน ปฐมวัย หลวงปู่เทียนมีชีวิตในวัยเด็กเหมือนกับเด็กเช่นเดียวกับเด็กในท้องถิ่นชนบท ที่ห่างไกลความเจริญทั่วไป เมื่อปู่มีอายุ 10 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดภู หรือวัดบรรพตคีรีใกล้บ้านเกิด ระหว่างเป็นสามเณรได้สนใจฝึกกรรมฐาน
และสนใจศึกษาเวทมนต์คาถาอาคม เช่น คาถาไส้หนังบังควันวัวธนูดูหนาน้อย ซึ่งเป็น
132


สุนัขเฝ้าพระธาตุวัดธาตุ
คาถาอาคมไล่ผี อยากมีความรู้ทางไสยศาสตร์ อยากมีหูทิพย์ ตาทิพย์ เหาะได้ หายตัวได้ ย่อแผ่นดินได้ ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า ใช้ชีวิตในการเป็นสามเณรเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน ก็ลาสิกขาบท
ต่อมาเมื่อมีอายุครบอุปสมบท จึงได้เข้า
มาบวชอีกครั้งหนึ่ง และบวชเป็นพระอยู่ 6 เดือน ก็ได้ลาสิขาบทไปฆราวาสครองเรือน แต่ได้สนใจปฏิบัติธรรมและทำบุญเสมอมิได้ขาด ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าหลวงปู่ได้ปฏิบัติและรู้ธรรมตั้งแต่ยังเป็นฆราวาส หลวงปู่บวชเป็นพระเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2503 ที่วัดศรีคุณเมือง อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย มีพระอธิการสุบรรณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ขณะนั้นหลวงปู่มีอายุได้ 48 ปี เมื่อได้บวชเป็นพระแล้วหลวงปู่ได้ทำหน้าที่เป็นพระอย่างเต็มกำลัง เป็นเวลากว่า 30 ปีที่หลวงปู่ได้มานะบากบั่นอบรมสั่งสอนธรรมแก่เพื่อนมนุษย์ โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากหรือุปสรรคใดๆ ปฏิทานข้อนี้ของท่านย่อมเป็นที่ซาบซึ้งใจแก่บรรดาศิษยานุศิษย์เป็นอย่างดี ผลงานด้านการเผยแพร่ธรรมะของหลวงปู่นั้น ได้มีศิษยานุศิษย์จัดพิมพ์ไม่ต่ำกว่า 43 เรื่อง เช่น วิธีปฏิบัติธรรมทางลัด การเจริญสติสว่างกลางใจ ความรู้สึกตัวธรรมะแท้ต้องรู้อย่างเดียวกัน พลิกโลกเหนือความคิด การประจักษ์แจ้งสัจจะ รู้อย่างไม่รู้รู้อย่างผู้รู้ ความหลุดพ้นเป็นต้น บุคลิกภาพ อุปนิสัย และปฏิทานของหลวงปู่ น่าเคารพเลื่อมใสมาก มีความปกติกาย ปกติใจอย่างเห็นได้ชัด เรียบง่ายและมีความเกรงใจผู้อื่นเป็นนิจ มีความกตัญญูต่อบุคคลที่เคยได้ช่วยเหลือเกื้อกูลท่าน ท่านมีความระลึกถึงและหาโอกาสตอบแทนความดีของบุคคลเหล่านั้นอยู่เสมอ หลวงพ่อมีความอ่อนโยนและมีความเกรงใจผู้อื่นแต่ท่านก็มีความมั่นคงและเด็ดขาด นี่เป็นคำกล่าวของผู้ที่มีโอกาสใกล้ชิดพฤติปฏิบัติและอุปัฏฐากหลวงปู่หลวงปู่เริ่มมีอาการอาพาธ ด้วยโรคมะเร็งมา ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2525 โดยมีอาการปวดท้องอยู่ เนืองเนืองและได้รับการผ่าตัดครั้งแรกในปีนั้น เมื่อต้นปี พ.ศ.2529 หลวงปู่ได้รับการผ่าตัดอีกครั้งหนึ่ง อาการอาพาธของหลวงปู่ได้ทรุดลงเรื่อยๆ และสุดท้ายหลวงปู่ได้ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันอังคารที่ 13 กันยายน
133

2531 เวลา 18.15 น. ณ ศาลามุงแฝกของเกาะพุทธธรรมทับมิ่งขวัญ สถานที่ปฏิบัติธรรมหลวงปู่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างในช่วงสุดท้ายของชีวิต สิริรวมอายุได้ 73 ปี สำหรับแนวคิดและวิธีการปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ ได้แก่ การเคลื่อนไหวโดยการสร้างจังหวะโดยเอาสติไว้ที่ฝ่ามือสลับเปลี่ยนระหว่างมือขวา มือซ้ายด้วยการยกขึ้นประสานที่อกสลับกันไปมา และการเดินจงกรม โดยมีสติอยู่ที่ ฝ่าเท้า ซึ่งการมีสติอย่างนี้มีลักษณะเป็นวิทยาศาสตร์เพราะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน และจัดเป็นวิปัสสนากรรมฐานอีกแบบหนึ่ง หลวงปู่เทียน ได้สร้างวัดสวนแก้ว แล้วพระพยอมก็มาดำเนินการสานต่อ ระหว่างการดำเนินการพิมพ์พร้อมที่จะส่งโรงพิมพ์นั้น ได้มีนักเรียนคนหนึ่ง เดินมาหาแล้วก็ยื่นรูปภาพเก่าของหลวงปู่เทียนให้ โดยไม่ได้กล่าวขอภาพหลวงปู่เทียนจากใครเลย นับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์มาก ท่านคงต้องการให้ลงภาพที่ให้มานี้