ชาวนาเดี๋ยวนี้นอกจากเป็นผู้ขายและยังเป็นผู้ซื้ออีกต่างหาก ไม่ใช่ซื้ออะไรแต่ซื้อข้าวที่ตัวเองก็ปลูกแล้วแต่ไม่เก็บไว้กินเอง การไปซื้อเขาก็ยิ่งทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นกว่าการเก็บไว้กินอง เพราะเมื่อไปผ่านโรงสีใหญ่ ผ่านพ่อค้าส่ง พ่อค้าปลีก มาถึงชาวนาก็เพิ่มอยู่หลายบาท รายได้จากการขายข้าวเป็นสิ่งสำคัญ แต่รายจ่ายก็สำคัญไม่แพ้กันที่จะต้องควบคุมไม่ให้เสียไปกับสิ่งที่ขาดความจำเป็น พันธุ์ข้าวปลูกที่ชาวนาแต่เดิมต่างเก็บกันมาจนเป็นวิถีชีวิตปัจจุบันก็ปรับเปลี่ยนเป็นวิถีแห่งการซื้ออยู่ทุกฤดู
สถานการณ์ปัจจุบันที่ส่งผลให้ชาวนาต้องลำบากอย่างมากในการปลูกข้าวขาย คือ วิกฤตน้ำมันราคาแพง ซึ่งกระทบไปหลายส่วนที่มีผลชัดเจนคือ ชาวนาต้องเสียค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อมาเดินเครื่องยนต์การเกษตรที่แพงขึ้น อีกส่วน คือ ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงต่างๆก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ทางรอดของชาวนาคืออะไร ถ้าไม่ใช้การปรับเปลี่ยนการทำนาแบบอินทรีย์ ทำนาแบบปลอดสารเคมี พึ่งตนเองให้มากที่สุด สิ่งนี้ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ เช่นนี้ โอกาสทองของชาวนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง อาจไม่ใช่ราคาข้าวโลกที่ชาวนาก็บอกไม่ได้ว่ามันขึ้นหรือลงเมื่อไร แต่โอกาสทองที่แท้จริงน่าจะเป็นของชาวนาที่สามารถนาแบบอินทรีย์ ได้ผลผลิตดีและต้นทุนต่ำมากที่สุด
จริงดังว่า ซื้อข้าวที่ตนเองปลูกเอามากิน
ผู้ใหญ่สมศักดิ์แห่งตำบลสองสลึง กล่าวว่า
บางคนว่ายข้ามน้ำไปซื้อปลา
บางคนข้ามตนมะเขือไม่ซื้อมะเขือ
ครับผม น่าเศร้า