ทุ่งนาเรา เขาคิดอย่างไร

                เป็นปีที่ 2 แล้วที่เป็นช่วงของการเก็บเกี่ยวข้าว สำหรับชาวนามือใหม่อย่างผม ปีนี้ใช้เวลา  20 วันในการอยู่ในทุ่งนาเพื่อเกี่ยวข้าว ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วใช้เวลาในการเก็บเกี่ยวข้าว 15 วัน ในพื้นที่นา 3 ไร่ ผลผลิตที่ได้ใกล้เคียงกับปีผ่านมา ต้นทุนเพิ่มขึ้นนิดหน่อย  ปีนี้ต้องเผชิญกับน้ำท่วมหลายรอบ ศัตรูข้าวระบาดมากกว่าปีที่แล้ว เจ้าของที่นาหลายราย ใช้สารเคมีมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ทั้งยาปราบศัตรูพืช ยาปราบวัชพืช ปุ๋ยเคมี ในดิน ในน้ำ สารพิษ สารเคมีตกค้างเพิ่มขึ้น แต่ผลผลิตแย่กว่าเดิม

              การทำนาไม่ใช้เรื่องง่ายสำหรับชาวนามือใหม่ ต้องใช้ความพยายามและความอดทนสูง ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั้งกลายเป็นข้าวสารต้อง ใช้กระบวนการหลายขั้นตอน เป็นเรื่องที่ต้องใช้ประสบการณ์ไม่น้อย

           ในหมู่บ้านมีจำนวนประชากร กว่า700 ครัวเรือน ประชากร 2297  คน จากข้อมูลที่ทำใว้ของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย ที่ทำใว้ปี 2550 หากจะคิดเป็นของคนที่ทำนาในหมู่บ้านแห่งนี้ มีประมาณแค่ 2 เปอร์เซนต์ ในขณะที่อายุของคนทำนาจากการประเมิน เฉลี่ยอายุประมาณ 45 ปี คงจะเป็นรุ่นสุดท้ายของคนทำนาในหมู่บ้าน อายุที่น้อยที่สุดที่พบ อายุ 35 ปี  จากสถิติของอายุคนทำนาดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งของความเสี่ยงที่ทุ่งนาแห่งนี้จะต้องแปรสภาพเป็นอย่างอื่นในไม่ช้า นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการขยายตัวเพิ่มขึ้นของคนในชุมชนและโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่จะใช้พื้นที่บริเวณแห่งนี้ ซึ่งได้มีการศึกษาผลกระทบผ่านไปเรียบร้อยแล้ว

       อย่างไรก็แล้วแต่ ถึงแม้กระแสสังคม หรือการพัฒนาจะมุ่งไปสู่ทิศทางใด การทำนาคือวิถีที่บรรพบุรุษได้สืบทอด สั่งสมองค์ความรู้ เป็นรากฐานของความมั่นคงทางอาหาร  เป็นปัจจัยที่สำคัญของการดำรงชีพ สืบทอดรักษาไว้ให้ ลูกหลาน เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพื่อรักษาเจตนารมณ์อันนี้เอาไว้ ผมจะต้องทำการผลิตโดยเฉพาะเรื่องข้าวเพื่อเป็นอาหาร สืบต่อไป ไม่ว่ากระแสแห่งโลกาภิวัฒน์พัดพาจะไปทิศทางใดก็ตาม