กิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนมีคู่

ของศูนย์สามวัย ต.บางโทรัด

ในครั้งนี้มาพร้อมกับโจทย์ก้อนใหญ่มากทีเดียว

ให้ไปจัดกิจกรรมที่ศูนย์เหมือนครั้งก่อน

เมื่อคุยกันถึงกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ต้องเอาโจทย์มาคิดหนัก

เอามาทุบให้เป็นชิ้นเล็กๆพอเหมาะกับช่วงเวลาที่กำหนด

เหมาะกับวัยของผู้เรียน ผู้ร่วมกิจกรรม

เพื่อตอบโจทย์ที่ประกอบได้คนสามวัย

ที่มีอายุ 70 ปี ลงมาถึง 11 ปี

นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายคือสอดแทรกเรื่องเพศศึกษาให้กับวัยรุ่น

วัยเรียนอีกด้วย

ยิ่งทำให้รีบตัดสินใจไปพบคุณNUI

เราคุยกันถึงปัญหาวัยรุ่น

แนวโน้มของการระบาดที่เกิดจากค่านิยมผิดๆ

และได้รับความร่วมมือด้วยดี

คุณNUI ได้กรุณามอบ 

"คู่มือการสอนเพศศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-

มัธยมศึกษาปีที่ 3 "

จัดทำโดย กลุ่มอนามัยเด็กและเยาวชน สำนักส่งเสริมสุขภาพ

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

จึงขอขอบพระคุณ คุณNUI ของพวกเราไว้ณ โอกาสนี้

และหลังจากที่ฉันได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการชุมชน

ของรพ.สมุทรสาคร และร่วมทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว

 ก็มองเห็นปัญหาที่หลายคนมองว่าเกินความคาดหมาย

เด็กวัยรุ่นยุคนี้อาจมองข้าม

มันหมายถึงความมั่นคงของสุขภาพในอนาคต

ก่อนหน้านี้ได้ปรึกษา ดร.ขจิต ฝอยทอง

ถึงแนวทางการจัดกิจกรรมเริ่มจากเราจะใช้ชื่ออะไรดีนะ

เพื่อไม่ให้คนมาเรียนรู้อึดอัดใจ คนไม่ได้มาเรียนรู้ก็ไม่เข้าใจผิด

ดร.ขจิตเสนอชื่อ"วัยใส รักตนเอง ใส่ใจสุขภาพ "

และอีกสอง สามชื่อ หลังจากแลกเปลี่ยนกันถึงเค้าโครงงาน

แล้วก็เริ่มเตรียมการ แต่ยังไม่ทันได้นำออกมาใช้งาน

ก็พอดีศูนย์สามวัยเชิญมา จึงถือโอกาสนำเสนอเขาก็โอเค

ฉันยังมีหนังสืออีกเล่มที่ช่วยนำทาง ให้จัดกิจกรรมและเป็นหนังสือที่มี

รายนามผู้ทรงคุณวุฒิ มากร่วมกันจัดทำมีการวิเคราะห์หลักสูตร

มาตราฐานการเรียนรู้ของผู้เรียนครบ ตลอดจนแผนการจัดกิจกรรม

ที่สมบรูณ์สามารถนำไปใช้สอนได้เลย

อีกอย่างได้มีโรงเรียนที่เข้าโครงการนี้จำนวนมาก

แต่เมื่อศึกษาไปแล้วก็ทำให้เกิดความคิดแนวทางการทำงาน

กับคนสามวัย หนังเล่มนี้น้องแหม่มนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์

รพ.สมุทรสาคร กรุณาให้ยืมค่ะ ชื่อหนังสือ

"คู่มือการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพศศึกษา

สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที 2

เป็นหนังสือในโครงการก้าวย่างอย่างมั่นใจ

และกิจกรรมวันนี้ จึงเกิดขึ้น

ฉันมีเวลา 3 ชั่วโมงสำหรับวันนี้จึงได้ใช้บางช่วงเวลาที่เว้นวรรค

เก็บภาพกิจกรรมบางส่วนที่สามารถถ่ายได้มาฝาก

บางกิจกรรมเช่นกิจกรรมทำความรู้สึกตัวไม่ได้ถ่าย

เพราะต้องสาธิต และนำกิจกรรม

พรุ่งนี้จะขอทางเจ้าภาพมาฝากให้ชมค่ะ

ผู้สูงอายุของศูนย์สามวัย  ส่วนใหญ่เป็นคุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่า

หาคุณป้า และคุณน้า มีน้อยคนค่ะ

วัยกลางคนรุ่นพ่อแม่ ก็ไปทำงานนอกบ้านหมด

เด็กๆที่นี่จึงมีเวลาอยู่กับผู้สูงอายุในบ้านมาก

ซึ่งนับว่าโชคดีกว่ากลุ่มเยาวชนอื่นอีกหลายกลุ่มที่ไม่มีผู้สูงอายุและพ่อแม่อยู่ในบ้าน

ให้ได้รับความอบอุ่น และได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ชีวิต

ของผู้สูงอายุเลย

บางชุมชนกว่าจะเจอหน้าพ่อแม่ก็เลยเวลานอนไปแล้ว

อีกผู้สูงอายุในครอบครัวก็ยังอยู่ห่างไกลในต่างจังหวัดอีกด้วย

 

 ชุมชนศูนย์สามวัยที่นี่ อบอุ่นค่ะ

ตอนนี้เด็กๆกำลังทำกิจกรรม ปูหารู รูหาปู อยู่ค่ะ

ผู้สูงวัยสนุกสนานมากพาปรบมือเชียร์ หลานๆอย่างสนุกสนาน

คุณยายท่านหนึ่งบอกว่า

"นี่ถ้ายายไม่เกรงใจนะ จะไปเป็นรูให้ปูมันลงหน่อย"

ฮากันใหญ่ค่ะ เมื่อกิจกรรมสิ้นสุดลง

ก็ร่วมกันแสดงความคิดเห็น ตอบโจทย์

และช่วยกันสรุปความคิดเห็น ประโยชน์กิจกรรม

ข้อคิดที่ได้จากการทำกิจกรรม

สิ่งที่นำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน

มุมมองของผู้สูงวัยที่มีต่อความคิดที่เด็กสรุปออกมา

บอกว่าชื่นชมลูกหลาน การที่คนในชุมชนเดียวกันได้มาทำกิจกรรมสร้างสรรด้วยกันจะ

ช่วยให้เกิดความรัก ความผูกพัน รักและภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตน กิจกรรมที่ทำช่วยให้

เด็กได้รู้จักการทำงานร่วมกัน เกิดความรัก ความเข้าใจกันและที่สำคัญที่สุดคือทุกคนมี

ความประทับใจ คุณยายท่านหนึ่งบอกว่า

"ยายแก่แล้ว นึกว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นกิจกรรมแบบนี้ มันสนุกนะ

และสอนให้เด็กๆได้คิดด้วย"

คุณย่าอีกท่านหนึ่งบอกกับฉันว่า "เอากิจกรรมแบบนี้มาสอนอีกนะ

ให้ทำสมาธิก่อนแบบนี้ยิ่งนี้ ทำแล้วก็รู้สึกดี เข้าใจได้ว่าเราจะทำอย่างไรต้องมีสติ

รู้ตัวก่อนแหละดี"

น้องกฤติกา  รอดดารา จนท.ศูนย์

เด็กๆเล่นเกมขนน้ำใส่ขวดค่ะ

มีผู้ใหญ่เป็นกองเชียร์ สังเกตการเล่น และพฤติกรรมการเล่นของลูกหลาน

สิ่งที่เด็กๆช่วยกันสรุปเมื่อกิจกรรมสิ้นสุดลงด้วยความประทับใจ

การทำงานทำงานร่วมกัน ก่อนทำถ้าได้ทำความเข้าใจในจุดประสงค์ของงานแล้ว

จะทำงานได้ตรงเป้าหมายมากกว่าต่างคนต่างคิดต่างทำ

และการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบก็จะทำให้ทุกคนมีงานทำ

คุณยายที่นั่งใกล้ๆกลุ่ม 4 บอกว่า

"มันมีงานทำทุกคนแหละดี ให้สำคัญทุกคน"

ฉันเข้าใจว่าคุณยายคงหมายถึงการอยู่ร่วมกันต้องให้ความสำคัญแก่กัน

คุณยายบอกว่าใช่ๆ ถ้าอยู่ด้วยกันต้องเข้าใจกัน ให้เกียรติกัน แล้วจะอยู่กันนาน

คุณยายพูดดีนะคะ คุณยายบอกว่าการเล่นแบบนี้มันหายไปจากบ้านเรานานแล้ว

ไอ้ที่จะมานั่งดูนั่งหัวร่อกันแบบนี้มันก็ไม่เห็นแล้ว มันมีแต่จะคอยกังวลว่าลูกหลาน

หายไปไหน ไปเล่นอะไรกัน ทำให้ห่วง ไม่รู้เด็กเขาทำอะไรกัน ถ้ามาอย่างนี้ก็จะดี

มาทำบ่อยๆนะ มาอีกนะ และจะทำให้เข้มแข็ง"

คุณยายย้ำแล้วย้ำอีก จบกิจกรรมเด็กๆและผู้สูงวัย

ช่วยกันสรุปกิจกรรม และแนวทางการนำไปใช้ในชีวิตจริง

ประเมินและเขียนความพึงพอใจ และไม่ลืมที่จะขอความคิดเห็นว่า

ยังมีสิ่งที่ชุมชนต้องการให้เกิดขึ้นในชุมชน หรือต้องการเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกไหม

ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

น้องจิตติมา  กัญจา และแม่บ้านประจำศูนย์

และข้างล่างน้องสุรีรัตน์  ศรีสะอาด จนท.ศูนย์เช่นกันค่ะ

 

คุณลุงมาดเข้มท่านนี้ ชื่อลุงสงวน เรืองประสานค่ะ

เป็นผู้ดูแลสถานที่ และเป็นที่ปรึกษาให้กับชุมชนด้วย

พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อนะคะ