สาระสำคัญ

เราควรเรียนรู้ที่จะปฏิบัติต่อบุคคลอื่นด้วยความเคารพ และไม่ควรแสดงออกให้ผู้อื่นรู้สึกด้อยค่า เสียความรู้สึก หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอื่น ๆ ไม่ว่าด้วยคำพูดหรือการกระทำ หากตระหนักว่าตนได้กระทำการดังกล่าว ต้องกล้าหาญที่จะขอโทษและรับผิดชอบให้สิ่งที่ตนเองกระทำ ในทำนองเดียวกัน หากมีผู้ปฏิบัติเช่นนั้นต่อเรา ก็ต้องกล้าบอกถึงความไม่พอใจ และพร้อมให้อภัยหากอีกฝ่ายหนึ่งของโทษหรือแสดงความรับผิดชอบ

 

จุดประสงค์ 

  1. บอกความแตกต่างระหว่างขอเท็จจริงและข้อคิดเห็นได้
  2. ระบุวิธีการแสดงความรับผิดชอบเมื่อทำให้ผู้อื่นเสียหาย เสียใจ

 

ขั้นตอนการจัดการเรียนการสอน 

  1. แบ่งผู้เรียนเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละไม่เกิน 7 คน แจกกรณีศึกษา “เรื่องของพิงกี้” ให้กลุ่มละ 1 แผ่น โดยให้แต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนความเห็นและตอบคำถามลงบนกระดาษบรู๊ฟ ว่า ก.นาธานกำลังรู้สึกอย่างไร และ ข.พิงกี้ควรทำอย่างไร
  2. ให้เวลากลุ่มย่อย 15 นาที
  3. อาสาสมัคร 1 กลุ่มออกมานำเสนอ จากนั้นถามกลุ่มอื่น ๆ ให้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากกลุ่มแรก
  4. ผู้สอนใช้คำถามต่อไปนี้เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยน
  •  พิงกี้ใช้อะไรเป็นการสรุปว่ากระเป๋าหาย สิ่งนั้นเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็น
  •  ในกรณีของพิงกี้ หากไม่มีใครยอมรับผิดหรือขอโทษ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
  •  เวลาที่เราทำผิด และรู้ว่าควรขอโทษ แต่เราลังเลที่จะเอ่ยปาก เป็นเพราะเหตุใด
  •  ถ้านักเรียนเป็นฝ่ายถูกเข้าใจผิดเหมือนนาธาน และได้รับการขอโทษจากเพื่อนนักเรียนรู้สึกอย่างไร
  1. ผู้สอนสรุปประเด็นสำคัญ
  •  ความเข้าใจผิดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่การพิจารณาเรื่องราวจำเป็นต้องแยกแยะข้อเท็จจริงกับข้อคิดเห็น (ในกรณีของพิงกี้ ข้อเท็จจริงคือ “เห็นนาธานยืนอยู่ที่โต๊ะ ส่วน “เขาอาจเป็นขโมย” นั้นคือความคิดเห็น
  •  ในการฟังเราต้องแยกแยะคำพูดที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นออกจากกัน เช่น คำว่า “เห็นเขาทำ” กับ “ฉันคิดว่าเขาทำ” มีน้ำหนักความน่าเชื่อถือต่างกัน
  •  คุณสมบัติหนึ่งของการเป็นเพื่อนที่ดีคือ การกล้าพูดคำว่าขอโทษ เพราะเป็นการแสดงความรับผิดชอบคำพูด การกระทำของตน ทำให้เราเป็นคนน่าเชื่อถือ ดังนั้น หากเราเข้าใจผิดและกล่าวโทษคนอื่นด้วยคำพูด การกระทำ ก็ต้องกล้ากล่าวขอโทษ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
  •  คนส่วนใหญ่ทำผิดแล้วไม่กล้าขอโทษ เพราะกลัวเสียหน้า กลัวถูกต่อว่า กลัวจะไม่ได้รับการให้อภัย แต่หากเกิดความผิดพลาดใด ๆ ขึ้นมา เราต้องรีบแก้ไข เพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่หากเราไม่รับผิดชอบ ย่อมแสดงถึงความไม่ซื่อสัตย์ ไม่ตรงไปตรงมา ยิ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของเราลดลงไปเรื่อย ๆ

การวัดและประเมินผล 

*       สังเกตการมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม และการอภิปรายแลกเปลี่ยน

อุปกรณ์ และสื่อ 

  1. กระดาษบรู๊ฟ
  2. ปากกาเคมี กระดาษกาว
  3. แผ่นกรณีศึกษาเรื่องของพิงกี้

 

สื่อ 

เรื่องของพิงกี้

พิงกี้ทำกระเป๋าสตางค์หายในห้องเรียน แพรวา เพื่อนของเธอบอกเธอว่านาธานเป็นคนสุดท้าย ที่อยู่ในห้องเรียนและนั่งอยู่ใกล้โต๊ะตัวที่พิงกี้คิดว่าเธอลืมกระเป๋าสตางค์ทิ้งไว้

พิงกี้จึงไปฟ้องครู โดยบอกว่าเธอคิดว่านาธานเป็นคนขโมยกระเป๋าสตางค์ของเธอ ครูเรียกนาธานมาถาม แต่นาธานปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง แม้แพรวาจะเป็นพยานว่าเห็นเขาที่โต๊ะพิงกี้

ครูบอกให้นาธานกลับไปนอนคิดแล้วพรุ่งนี้จะคุยกันใหม่

วันรุ่งขึ้น พิงกี้พบว่าเธอลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ในเป้ของเธอเอง แต่รู้สึกเสียหน้าและอาย รวมทั้งกลัวครูจะดุที่เธอสะเพร่า พิงกี้คิดว่าเป็นความผิดของแพรวาที่ทำให้เธอโทษนาธาน