เรื่องเพศที่เด็กวัยต่างๆควรรู้
เด็กอนุบาล
ในช่วงอายุแรก เด็กจะเริ่มเล่นอวัยวะของตนเอง เริ่มสังเกตความแตกต่างของอวัยวะในร่างกายที่ไม่เหมือนกันระหว่างหญิงและชายเริ่มมีความอยากรู้อยากเห็นอวัยวะของเพื่อนเพศตรงข้าม มีความเข้าใจว่าอวัยวะของตนเป็นส่วนที่ควรปกปิดและเป็นของส่วนตัว  เด็กจะเรียกชื่ออวัยวะของตนเป็น เริ่มเรียนรู้และเลียนแบบบทบาทพฤติกรรมของเพศตนในการเล่นและการใช้ชีวิตประจำวัน   
  • หน้าที่และการดูแลการทำความสะอาดอวัยวะแต่ละในเบี้องต้น
  • สาเหตุของการมีอวัยวะที่แตกต่างของเพศตรงข้ามด้วย   
  • สอนว่าอวัยวะเพศมิใช่เป็นเรื่องน่าอับอายที่ต้องปิดบังไว้ แต่เป็นเรื่องธรรมชาติ 
  • สอนเด็กให้รู้ว่า  ตัวเขาเองมีสิทธิที่จะปฏิเสธ และไม่ควรยอมให้บุคคลอื่นจับต้องอวัยวะเพศของตนหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเขาโดยที่เขาไม่ต้องการ  
 
เด็กประถม
เด็กจะเริ่มเรียนรู้คำศัพท์อย่างเป็นทางการของการเรียกชื่ออวัยวะแต่ละอวัยวะและเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ ในวัยนี้สามารถเน้น
  • วิธีการดูแลทำความสะอาดอวัยวะเพศของตนได้ลึกซึ้งขึ้น ตัวเด็กเองจะเริ่มพอนึกออกว่าเขาเกิดมาจากไหน สนใจการสืบพันธุ์หรือการเกิดของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ รอบตัวเขา  เช่น การเกิดของสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เริ่มรู้ว่าแต่ละอวัยวะในร่างกายมีหน้าที่อย่างไร  เริ่มรู้ถึงความผิดปกติในการทำงานของอวัยวะตนและความแตกต่างของอวัยวะตนกับเพื่อนเพศเดียวกับตนเอง  
  • พัฒนาการทางเพศที่แตกต่างของเพศตนกับเพศตรงข้าม และความรวดเร็วของพัฒนาการทางร่างกายของเพื่อนเด็กหญิงและเด็กชายที่แตกต่างกัน เด็กอาจเริ่มลอกเลียนแบบการยั่วยวนทางเพศ  เช่นการจูบ การพูดจาเกี้ยวพากันหรือดึงดูดความสนใจของเพศตรงข้าม อีกทั้งในเด็กชายในช่วงอายุ  11-12 ปีอาจเริ่มมีการเรียนรู้เรื่องวิธีการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง จากเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชายเด็กจะเริ่มเรียนรู้คำแสลงที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ การเล่าหรือรับฟังเรื่องสองแง่สองง่ามในหมู่เพื่อนๆ  
  • การมีเพศสัมพันธ์และผลเสียที่จะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเยาว์แก่บุตรของตน
  • การมีสัมพันธภาพกับเพื่อนเพศตรงข้าม
  • การวางตัวที่เหมาะสม 
  • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการติดต่อของโรค เช่น โรคเอดส์  
   
 
เด็กมัธยม
  • วิธีการคุมกำเนิดและการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย   
  • การเปลี่ยนแปลงของร่างกายและพัฒนาการของร่างกาย 
  • เรื่องเพศและการสืบพันธุ์
  • ลักษณะเพศตามสถานภาพทางชีววิทยาและสังคมวิทยา  
  • การวางตัวที่สอดคล้องกับเพศของตน 
  • บทบาทของเพศหญิงและเพศชาย
  • การแต่งกายและพฤติกรรมมารยาทของเพศตนในการเข้าสังคม 
  • ความพึงพอใจทางเพศและปรับตัวในเรื่องเพศของตน
  • การมีเพศสัมพันธ์
  • ความรับผิดชอบของเพศชายและเพศหญิงเมื่อเกิดการมีบุตรโดยไม่ได้ตั้งใจ 
  • การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย  
  • การใช้ถุงยางของเพศชายและหญิง 
  • การต่อรองของหญิงชายเมื่อตกลงจะมีเพศสัมพันธ์
  • สิทธิในการปฏิเสธเมื่อไม่ต้องการที่จะมีเพศสัมพันธ์
  • วิธีการการคุมกำเนิด เช่น การใช้ถุงยางอนามัย การรับประทานยาคุมกำเนิด
  • โรคที่ติดต่อโดยการมีเพศสัมพันธ์  เช่น  โรคเอดส์  โรคหนองใน  โรคเริม  โรคซิฟิลิส
  • การตั้งครรภ์กับการรับมือกับการตั้งครรภ์ 
  • ปัญหาการเคารพสิทธิและการไม่ละเมิดสิทธิของเพื่อนต่างเพศ
 
อุดมศึกษา
  • การวางแผนครอบครัว
  • อิทธิพลของสิ่งแวดล้อม ลักษณะทางพันธุ์กรรมที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก  
  • พัฒนาการของเด็ก  ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก 
  • การปรับตัวของสมาชิกในครอบครัวโดยเฉพาะตัวสามีภรรยาเมื่อมีลูกในเรื่องการเลี้ยงดูเด็ก 
  • อิทธิผลของวัฒนธรรมที่มีต่อความสัมพันธ์ส่วนบุคคล 
  • การเลือกคู่  การเลี้ยงดูบุตร
  • การเปลี่ยนแปลงของสถาบันครอบครัว  การจัดการกับวิกฤตปัญหาครอบครัว
  • การสร้างสัมพันธภาพที่ดีของคู่สมรส 
  • การล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
  • กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแสดงพฤติกรรมทางเพศในที่สาธารณะ  
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 
 
อ้างอิงจาก