แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา                                   ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1
ชื่อวิชา   สุขศึกษา                                                                       ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
หน่วยที่ 1 หลากรสหลายแบบ                                                       เรื่อง การเบี่ยงเบนทางเพศ

เวลา 50 นาที                                                                             ผู้สอน นิภาวรรณ  มหาไม้

__________________________________________________________________________

มาตรฐานการเรียนรู้ : สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน พ 2.1 เข้าใจและเห็นคุณค่าของตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต
ตัวชี้วัดมัธยมศึกษาปีที่ 1
อธิบายวิธีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศอย่างเหมาะสม
จุดประสงค์การเรียนรู้ 
          รู้และเข้าใจถึงพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนทางเพศว่ารสนิยมทางเพศมีความหลากหลายและเป็นเรื่องส่วนบุคคล รวมทั้งตระหนักถึงความแตกต่างของเพศสรีระ และเพศสภาพหรือบทบาททางเพศที่กำหนดโดยสังคม
สาระการเรียนรู้ 
การเบี่ยงเบนทางเพศ (Sexual Deviation) เป็นความผิดปกติในคนที่มีความรู้สึกทางเพศ ทัศนคติ ตลอดจนพฤติกรรมทางเพศที่แสดงออกไม่เหมาะสม แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคม มักมีสาเหตุจากสภาพจิตใจที่ผิดปกติทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แต่มิได้หมายความว่า “เป็นโรคจิตหรือวิกลจริต” เป็นเพียงความผิดปกติทางจิตเวช พวกบุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorder) เท่านั้น
ความผิดปกติทางเพศมีหลายชนิด แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะที่พบเห็นกันบ่อย ๆ ในสังคม คือ
ลักเพศ (Transvestism) คือ ภาวะในคนที่มีความสุขความพอใจในเพศ มีอารมณ์เพศจากการที่ได้แต่งตัวหรือแสดงท่าทางเป็นเพศตรงข้ามตนเอง เช่น ชายที่แต่งตัวเป็นหญิง หรือหญิงแต่งตัวเป็นชาย
ปฏิเสธเพศ (Transsexualism) คือ ภาวะของคนที่ไม่ยอมรับเพศที่แท้จริงโดยกำเนิดของตน และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าต้องการผ่าตัดเปลี่ยนเพศของตนเอง
ชอบอวดอวัยวะเพศ ( Exhibitionism) คือ ภาวะของคนที่ได้รับความตื่นเต้นพอใจทางเพศจากการได้เปิดอวัยวะของตนในที่สาธารณะ มักพบในผู้ชายเกือบทั้งหมด มีลักษณะเฉพาะ คือ จะอวดอวัยวะเพศกับเด็กหญิงหรือหญิงสาวที่ไร้เดียงสาทางเพศ ตามโรงเรียน หอพัก หรือสวนสาธารณะ ท่าทางตื่นตกใจของเด็กหญิงหรือหญิงสาว จะทำให้เขาเกิดความรู้สึกตื่นเต้นทางเพศอย่างเต็มที่ พวกนี้จะไม่ทำร้ายเหยื่อของเขาเลย พอเหยื่อตกใจก็จะผละไปและมักกลับไปสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง
ถ้ำมอง (Voyeurism) คือภาวะของคนที่ได้รับความสุข ความพอใจทางเพศจากการแอบดูร่างเปลือย หรือการร่วมเพศของคนอื่น พบได้ทั้งหญิงและชาย แต่มักพบในผู้ชายมากกว่า เมื่อได้ดูสมใจก็จะทำให้เขาเกิดความรู้สึกทางเพศอย่างรุนแรงและมักจะสำเร็จความใคร่ไปด้วยในขณะที่แอบดูหรือกลับไปสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองภายหลัง
เบียดเสียดถูไถ (Frotteurism) คือ ภาวะของคนที่ได้รับความรู้สึกทางเพศโดยการเบียดเสียดถูไถกับผู้อื่น มักพบในชายมากกว่าหญิง พวกนี้จะถือโอกาสเบียดเสียดถูไถร่างกายของหญิงที่อยู่ข้างหน้าจนเกิดความรู้สึกทางเพศอย่างรุนแรงจนถึงขั้นสำเร็จความใคร่
ข้อแนะนำในเรื่อง การเบี่ยงเบนทางเพศ
ผู้ที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน ควรปิดเป็นความลับเฉพาะตัว หรือเปิดเผยเฉพาะคนที่เข้าใจ และไว้วางใจ พยายามปรับพฤติกรรมการแสดงออกให้เหมาะสมกับเพศของตนและกาลเทศะ หาที่ปรึกษาเมื่อเกิดปัญหาในการปรับตัว หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และพยายามพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถอยู่เสมอ
 
ผู้ที่มีเพื่อนหรือคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมเป็นรักร่วมเพศ ควรปฏิบัติดังนี้
ไม่ควรตีโพยตีพายเลิกคบ แต่ควรจำกัดความสัมพันธ์ไว้แค่เพื่อน ถ้าเขาพยายามจะคบหา
แบบชู้สาว (สังเกตได้จาก การจับเนื้อต้องตัว ลูบไล้ร่างกายผิดไปจากเพื่อนตามปกติ มีการหึงหวงไม่ยอมให้มีเพื่อนต่างเพศคนอื่น ติดตามไม่เปิดโอกาสให้เป็นตัวของตัวเอง และแสดงความก้าวร้าวรุนแรงเมื่อถูกปฏิเสธการล่วงเกิน ให้เปิดเผยตรง ๆ ว่า เราไม่ได้ชอบแบบชู้สาว แต่เป็นเพื่อนได้ อย่าปล่อยให้                      สนิทสนมมาก เพราะจะยุติความสัมพันธ์ได้ยาก หากพบเห็นพฤติกรรมเบี่ยงเบนในเรื่องอื่น เช่น ชอบอวดอวัยวะเพศ ถ้ำมอง และเบียดเสียดถูไถ ขอให้ใช้ท่าทีเป็นปกติ และเลี่ยงไปจากเหตุการณ์โดยไม่ต้องมีปฏิกิริยาใด ๆ ก็เพียงพอแล้ว
พฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ เป็นเรื่องที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง และยังไม่สามารถแก้ไขได้ เพียงแต่สามารถปรับพฤติกรรมภายนอกได้ เราควรปฏิบัติต่อผู้ที่มีพฤติกรรมทางเพศเยี่ยงบุคคลหนึ่ง ไม่ควรส่งเสริมหรือซ้ำเติม ซึ่งจะทำให้ชีวิตเขายุ่งยากมากยิ่งขึ้น
 
วิธีการปรับตัวที่ดีสำหรับคนที่เป็นรักร่วมเพศ คือ เปิดเผยเฉพาะคนที่เข้าใจ เช่น พ่อแม่ ครู หรือเพื่อน ที่ไม่รังเกียจให้ทุกคนเข้าใจตัวเอง และยอมรับในเอกลักษณ์ทางเพศแบบนี้ ให้เข้าใจว่าตนเองเปลี่ยนความชอบทางเพศไม่ได้
ปรับพฤติกรรมและการแสดงออกให้เหมาะสมเป็นที่ยอมรับได้ในครอบครัวและสังคม การแสดงออกมากเกินไป มักจะเป็นผลเสีย ทำให้คนอื่นรังเกียจและต่อต้าน พ่อแม่บางคนหงุดหงิดกับกิริยาท่าทางของลูกที่เป็นแบบนี้ ถึงจะเปลี่ยนให้ใจมาชอบเพศตรงข้ามไม่ได้ แต่ถ้ามีพฤติกรรมเรียบร้อยไม่เปิดเผยมากพ่อแม่ยังรับได้
 มีที่ปรึกษาเมื่อเกิดปัญหาในการปรับตัว เนื่องจากสภาพการเป็นรักร่วมเพศ จะต้องเจอกับอุปสรรคในสังคมมากมาย มีที่ปรึกษาที่ดี เช่น พ่อแม่ ครู หรือจิตแพทย์ ก็สามารถจะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตได้
หลีกเลี่ยงการสำส่อนทางเพศ ปัจจุบันพบว่าการมีเพศสัมพันธ์แบบสำส่อน จะเกิดอันตรายจากโรคติดเชื้อได้มาก โดยเฉพาะเชื้อโรคเอดส์ ซึ่งระบาดอยู่ในกลุ่มรักร่วมเพศ นอกจากนี้การไม่ควบคุมเรื่องเพศสัมพันธ์เลย จะเกิดปัญหาจากความหึงหวง ทะเลาะเบาะแว้งและทำร้ายร่างกายกันได้รุนแรง เนื่องจากสภาพอารมณ์ของคนที่เป็นรักร่วมเพศ มักจะก้าวร้าวรุนแรงได้มากเมื่อผิดหวังเรื่องเพศ
 
เมื่อเพศเดียวกันมาชอบ จะทำอย่างไร
ในวัยรุ่นนั้นความสนิทสนมระหว่างเพศเดียวกันจะมีมาก เนื่องจากความสัมพันธ์เช่นนี้เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปมากกว่าการมีเพื่อนต่างเพศที่สนิทสนมกันมากๆ การมีเพื่อนสนิทเพศเดียวกันอาจทำให้มีโอกาสใกล้ชิดสนิทสนมกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน และทำกิจกรรมร่วมกันได้มาก จะสังเกตได้ว่าเพื่อนคนที่สนิทสนมด้วย อาจจะเป็นรักร่วมเพศและเขากำลังจะมาชอบเราฉันชู้สาว เมื่อเขามีพฤติกรรมต่อไปนี้
มีการจับเนื้อต้องตัว และพยายามเล้าโลมร่างกายผิดไปจากเพื่อนตามปกติ
มีอาการหึงหวง ไม่ยอมให้มีเพื่อนต่างเพศคนอื่นๆ
ติดตามและไม่เปิดโอกาสให้เป็นตัวของตัวเองหรือมีเพื่อนคนอื่น
แสดงความก้าวร้าวรุนแรง เมื่อปฏิเสธการล่วงเกิน
คนที่เป็นรักร่วมเพศนั้นมีลักษณะพอจะสังเกตได้ เช่น กิริยาท่าทาง การแต่งเนื้อแต่งตัว เสื้อผ้า กิจกรรมที่ชอบ มักจะไปในแนวทางเพศตรงข้าม แต่บางคนดูจากภายนอกก็ไม่สามารถบอกได้ ต้องถามดูตรงๆ จึงจะทราบได้ รักร่วมเพศจะชอบเพศเดียวกัน ไม่ได้ชอบรักร่วมเพศด้วยกันเอง แต่เขาอาจจับกลุ่มกันในหมู่ที่คล้ายๆ กัน
คนที่เป็นรักร่วมเพศ มักจะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ในสังคมอย่างมาก ต้องมีการปรับตัวอย่างสูง และบางครั้งต้องปกปิดสังคม
การช่วยเหลือสามารถทำได้ โดยส่งเสริมให้เขาปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมได้อย่ามีความสุข โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้เขากลับเป็นเหมือนคนปกติ การป้องกันการเป็นรักร่วมเพศ จึงมีความสำคัญมากกว่า โดยการส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กให้ถูกต้องตาเพศที่แท้จริงและมีพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อและแม่กับลูก
 
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ : บทบาทสมมติ (Role Playing)
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
ครูชี้แจงวัตถุประสงค์ว่ากิจกรรมหลากรสหลายแบบเป็นการเรียนรู้เรื่องการเบี่ยงเบนทางเพศ รสนิยมทางเพศที่หลากหลาย
ขั้นสอน
  1. ครูขออาสาสมัครนักเรียน 4 คน ผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 3 คน เพื่อแสดงบทบาทสมมติ และให้ผู้เรียนที่เหลือเป็นผู้สังเกตการณ์ พร้อมทั้งเตรียมแสดงความคิดเห็นหลังจากได้ชม
  2. แจกบัตรบทบาทสมมติให้อาสาสมัครทั้ง 4 คน ให้เวลาอาสาสมัครอ่านบทและเตรียมตัว   5 นาที
  3. ก่อนเริ่มแสดง ครูอ่านบทนำของเรื่องให้นักเรียนทั้งห้องฟัง จากนั้นให้อาสาสมัครออกมาแสดงบทบาทสมมติทีละคู่
  4. หลังจากแสดงจบทั้ง 2 คู่ ครูถามความรู้สึกของผู้แสดงว่ารู้สึกอย่างไร
  5. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม กลุ่มละ 7 คน โดยกลุ่มที่ 1-3 ให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องของอ๋อกับแก้ว และกลุ่มที่ 4-6 ให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องของหนุ่มกับสาว โดยให้ตอบคำถามต่อไปนี้ลงในกระดาษ A4 ที่ครูแจกให้ (10 นาที)
  6. ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอ กลุ่มละ 3 นาที
  7. ครูใช้คำถามให้นักเรียนช่วยกันแสดงความคิดเห็น
  8. ครูสรุปประเด็นสำคัญ ว่าในความเป็นจริง แม้คนส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิง และเพศชายแต่รสนิยมทางเพศมีความหลากหลายมากกว่านั้น เราจะพบว่าในสังคมมีทั้งคนที่รักคนต่างเพศ คนรักเพศเดียวกันและคนที่รักได้ทั้งสองเพศ รสนิยมทางเพศเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่สามารถใช้วัดความเป็นคนดีหรือไม่ดีได้ และการยอมรับตัวตนทางเพศของแต่ละคนเป็นพื้นฐานสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมได้ออย่างปกติสุข
ขั้นสรุป
ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม
 
สื่อและอุปกรณ์
  1. บัตรบทบาทสมมติ 4 ใบ
  2. กระดาษ A4
การวัดและประเมินผล
สังเกตการณ์มีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่มและการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
บันทึกหลังการสอน
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
บทนำ (ครูอ่านก่อนจะเริ่มแสดง)
คู่ อ๋อ – แก้ว       อ๋อกับแก้วเป็นเพื่อนผู้หญิงที่สนิทกัน วันนี้อ๋อมาหาแก้วที่บ้านบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย
คู่ หนุ่ม – สาว     หนุ่มเป็นสนิทกับสาวมาก หนุ่มมีเรื่องส่วนตัวที่อยากบอกให้สาวรู้ วันนี้สาวขอเบอร์ที่บ้านหนุ่มบอกว่าจะโทรไปคุยด้วยตอนค่ำ ๆ

บทบาทของอ๋อ

อ๋อ เป็นเพื่อนสนิทของแก้ว อ๋อรู้ตัวว่าตัวเองรักแก้วแบบแฟน ไม่ใช่แบบเพื่อน อ๋อไม่อยากปิดบังแก้วอีกต่อไปแล้ว จึงอยากสารภาพความรู้สึกและแสดงความรู้สึกให้แก้วรู้ วันนี้อ๋อตั้งใจจะไปหาแก้วที่บ้านเพื่อบอกความจริง

บทบาทของแก้ว

            แก้วเป็นเพื่อนกับอ๋อ ทั้งคู่สนิทกันมากแก้วรู้ว่าอ๋อรักแก้วมากกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ และแก้วก็พอใจที่ได้เป็นเพื่อนกับอ๋อและยังบอกอ๋อว่าอยากมีแฟนที่คอยดูแล ตามใจแบบที่อ๋อทำให้แก้ว วันนี้อ๋อบอกไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะมาหาแก้วที่บ้าน

บทบาทของสาว

            สาวเป็นวัยรุ่นหน้าตาดี มีผู้ชายมาสนใจหลายคนแต่สาวรู้ตัวว่าตัวเองรักหนุ่มซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันมานามแล้ว สาวตัดสินใจว่าจะเปิดเผยความรู้สึกให้หนุ่มรู้ จึงขอเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านหนุ่มและบอกว่ามีเรื่องสำคัญคืนนี้จะโทรไปคุยด้วย

บทบาทของหนุ่ม          

หนุ่มเป็นคนเรียบร้อย หน้าตาดี ใคร ๆ ก็ชอบล้อว่าหนุ่มเป็นแฟนกับสาวเพราะทั้งคู่สนิทกันมากและมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ หนุ่มรู้ตัวว่าตัวเองชอบผู้ชายแต่ไม่เคยบอกให้ใครรู้ หนุ่มกำลังคิดอยู่ว่าจะบอกความจริงให้สาวรู้ว่าตัวเองชอบผู้ชาย 

คำถามของกลุ่มที่ 1-3
  1. ถ้าเราเป็นอ๋อจะบอกความจริงให้แก้วรู้หรือไม่ เพราะอะไร
  2. ถ้าเราเป็นแก้วจะรู้สึกอย่างไร
  3. คิดว่าแก้วจะปฏิบัติกับอ๋ออย่างไร
คำถามของกลุ่มที่ 4-6
  1. ถ้าเราเป็นหนุ่มจะเปิดเผยให้สาวรู้หรือไม่ว่าเรารักเพศเดียวกัน
  2. ถ้าเราเป็นสาวเราจะรู้สึกอย่างไร
  3. คิดว่าสาวควรจะปฏิบัติกับหนุ่มอย่างไร

คำถามชวนคิด

  1. คิดว่าคนที่มีพฤติกรรมเหมือนอ๋อและหนุ่มเป็นคนปกติหรือไม่ เพราะเหตุใด

  2. ถ้าอ๋อและหนุ่มเป็นเพื่อนเรา เราจะยังคบทั้งสองคนหรือไม่ หารรู้ว่าทั้งสองคนเป็นคนที่รักเพศเดียวกัน เพราะอะไร

  3. ทั้งอ๋อและหนุ่มควรแสดงตัวตนที่แท้จริงให้เพื่อน ครอบครัว แคนรอบข้างรับรู้หรือไม่เพราะอะไร คิดว่าคนที่อยู่ในครอบครัวและเพื่อน ๆ จะยอมรับรสนิยมทางเพศของทั้งสองคนได้หรือไม่ เพราะอะไร

  4. นักเรียนคิดว่าในปัจจุบันคนรักเพศเดียวกันได้รับการปฏิบัติตนจากคนรอบข้างและสังคมอย่างไร