เหมือนเป็นการนอนที่หลับๆตื่นๆ เพราะเพื่อนแวะมาแต่งหน้ากันสามคน เพื่อนเราที่จบช้ารับปริญญาปีนี้กันสิบสองคนค่ะ เราลุกมาทักทายแล้วหลับต่อ ตั้งสามครั้ง เลยรู้สึกเหมือนไม่ได้นอน หกโมงครึ่งมาดักรอน้องที่โดมค่ะ
น้องสาวที่เราพูดถึงเป็นน้องสาธารณสุขค่ะ ชื่อน้องบี สมัยเรียนน้องบีเป็นเด็กชมรมพุทธศาสนา ที่ลากเราซึ่งเป็นเด็กชมรมเพื่อนชาวดอยไปร่วมกิจกรรมกับชมรมนั้นบ่อย ๆ ที่จริงเราแทบจะไม่รู้จักกันเลยค่ะตอนที่เราอยู่ปีสอง พอเราอยู่ปีสาม ความบังเอิญก็เล่นตลกให้น้องบีย้ายห้องมาอยู่ข้างๆเรา (หอพักในม.ค่ะ)
สนิทกันได้ยังไงจำไม่ได้แล้วค่ะ รู้ตัวอีกทีน้องบีก็มาลากเราไปวัดตอนเช้าวันหยุดอยู่บ่อยๆ ที่ชมรมน้องมีกิจกรรมอะไรก็จะดึงไปร่วมตลอด เวลากินก็ลากเราไปกิน น้องบีกินเก่งค่ะ เก็บกวาดให้จนหมดทุกอย่าง เวลากลับบ้านน้องบีจะห่อข้าวมาฝากเรา (บีเป็นเด็กสุโขทัย) ชอบมาบังคับให้เรากิน
เวลาเราคุยกันก็มักจะคุยเรื่องลึกลับ เรื่องเกี่ยวกับภาวะแห่งจิต เรื่องของสมาธิค่ะ ชอบอะไรที่เหมือนๆกันเลยทำให้เราจูนกันติดได้ง่าย ตอนที่เรารับปริญญาปีที่แล้วก็ได้น้องบีนี่แหละเป็นช่างถ่ายรูป เป็นสารถี เป็นทุกอย่างเท่าที่น้องจะทำให้เราได้
เราเลยสัญญากับน้องบีไว้ว่า งานรับปริญญาน้องบี พี่จะมาให้ได้
เมื่อวันศุกร์น้องบีก็โทรศัพท์หาเรา ถามว่ามาได้รึเปล่า ตอนนั้นเราตัดสินใจเลือกสมุนไพรเป็นทางเลือกแรกค่ะ น้องบีก็บอกไม่เป็นไร จึงสัญญากับน้องไปว่าจะส่งของขวัญไปให้
มานั่งนึกดูตอนนี้ การที่เราเกิดความรู้สึกอยากไปงานรับปริญญาอย่างรุนแรงตอนรีดผ้า ก็เป็นเพราะนึกภาพตัวเองถือดอกไม้เดินไปหาน้องบี เห็นเป็นภาพชัดเจนมาก ตอนนั้นคิดแต่ว่า จะดีแค่ไหนหากมันจะเป็นความจริง เลยลุกตึงตังเก็บเสื้อผ้า
Sms บอกน้องบีว่าเปลี่ยนใจแล้ว พี่จะไป เดินทางวันนี้
ตอนที่ถึง บขส.พิษณุโลก น้องบีก็โทรมาถามเรา (เปิดเครื่องพอดี) ว่าพักที่ไหน เข้ามามน.ยังไง เราคิดว่าน้องคงเป็นห่วงเรา
บีกับเรานัดเวลาเจอกันตอนแปดโมงเช้า หลังจากถ่ายรูปหมู่เสร็จ ระหว่างนั้นเราเดินเลือกช่อดอกไม้ด้วยความรู้สึกตั้งอกตั้งใจเป็นพิเศษ ตั้งใจให้ของขวัญน้องเป็นสิ่งที่เก็บได้ สวยงาม และน่ารัก ไปถูกใจตุ๊กตาหมี ที่ประดับดอกไม้สีขาวเล็กๆ
เรานัดกันหน้าร้านกาแฟ ที่โดม
น้องบีในชุดครุย ยิ้มร่าเริงมาแต่ไกล เห็นน้องแล้วหัวใจเราพองโต ยินดีไปกับน้องด้วย นึกคำพูดมากมายที่อยากจะพูดไม่ออกเอาซะเลย ได้แต่ยื่นช่อดอกไม้ให้น้องแล้วจัดผมให้น้อง ไม่ได้เจอน้องตั้งนาน กลายเป็นเราที่รู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก เรารักน้องบีมากว่าที่ตัวเองคิดเอาไว้เสียอีก
คุยกันได้ไม่นานเราก็บอกน้องว่าเราจะกลับแล้ว (ตอนนี้เก้าโมงครึ่งแล้วค่ะ) สบตาน้องก็เห็นว่าน้องบียังไม่อยากให้กลับ เราบอกว่าเราไม่ได้ลางาน ถ่ายรูปกันเล็กน้อย แล้วเราก็กอดน้องไปทีหนึ่ง ก่อนเดินออกมา
รู้สึกโล่งอย่างแปลกประหลาด ราวกลับว่าหน้าที่ในการเดินทางมาถึงพิษณุโลกนี้จบลงแล้ว ได้ทำอย่างที่ต้องการหมดแล้ว แม้จะเป็นเวลาแค่ไม่กี่นาทีแต่เรากลับรู้สึกว่ามันคุ้มค่ากับการเดินทางมาในครั้งนี้ การที่เราให้สัญญากับสิ่งใดไว้แล้วสามารถทำตามมันได้สำเร็จ มันเป็นความรู้สึกดีอย่างแปลกประหลาด
ไม่รู้ว่าความรู้สึกดีที่เกิดขึ้น เป็นเพราะเราทำตามคำพูด หรือเป็นเพราะเราอิ่มอกอิ่มใจในสิ่งที่เราอธิบายไม่ได้ก็ไม่รู้เหมือนกัน
เรารู้แค่ว่า........การมาครั้งนี้ไม่เสียเปล่า

เป็นน้องที่ตัวโตกว่าพี่