ที่สุดรถก็มาจนได้ เราได้ที่นั่งเกือบจะติดด้านหลัง แอบเครียดนิดหน่อยเพราะเป็นคนเมารถง่าย ตอนที่รถมาจอดคนลงมาเข้าห้องน้ำกันเยอะ พอขึ้นรถไปเราเลยถามไปเกือบทุกเบาะที่ไม่มีคน ว่าว่างรึเปล่าค่ะ.....ว่างรึเปล่าค่ะ....
“ สองที่นี้ว่างครับ ไม่มีคน “ คุณลุงคนหนึ่งเอ่ยตัดบทเราเมื่อเห็นเราง่วนหาที่นั่ง เราเอ่ยขอบคุณ แล้วรู้สึกอบอุ่นที่ใจ น้ำใจเล็กๆที่ได้รับช่างให้ความรู้สึกดี มีคนเดินมาถามเราอีกว่าที่นั่งข้างเราว่างรึเปล่า เราเลยยิ้มตอบไปว่าน่าจะว่าง พี่คนนี้นั่งรอรถคันนี้มาตั้งแต่ตอนหกโมงเย็นพอๆกับเรา (แอบเห็นค่ะ)
พอคนเดินมาเก็บตั๋ว เราเลยรู้ว่าเขาจะลงพิษณุโลก ด้วยที่มน.มีงานรับปริญญาเราเลยคิดว่าผูกมิตรไว้ดีกว่าเผื่อจะได้เพื่อนเข้าไปในมน. คุยกันไปมาพี่เขาไปงานรับปริญญาจริงค่ะ แต่จะไปอารถยนต์ที่เชียงใหม่ก่อนแล้วจะวนมาพิษณุโลกอีกที
พอถามถึงคณะซอกแซกไปมา อ้าว........รุ่นพี่คณะเราเองแถมเป็นสายรหัสกับเพื่อนเรา ที่เราจะไปค้างด้วยคืนนี้ มาเจอพี่คณะได้นี่ถือเป็นเรื่องสุดยอดสำหรับเรามาก ชื่อว่า พี่เพิ่ม รหัส 44 ตอนเราเข้าปีหนึ่ง พี่เพิ่มอยู่ปี 4 พอดี
พี่เพิ่มกับเราเลยชวนคุยกันมาตลอดตั้งแต่ออกจากหล่มสัก พี่เพิ่มทำงานเป็น นวก.ที่ รพ.สต.แห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์ (จำชื่อไม่ได้ค่ะ) แถมยังดูแลงานแพทย์แผนไทย ซ้ำยังเรียนแพทย์แผนไทยมาด้วยค่ะ เราเลยคุยกันออกรสออกชาติมาก โดนพี่เพิ่มยิงคำถามขอบข่ายงาน กรอบวิชาชีพ สิ่งที่อยากให้เป็นไปในงาน สิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ สภาวิชาชีพ
สรุปง่ายๆว่าเราคุยกันเรื่องงาน และพี่เพิ่มให้ความกรุณาสอนงานเรา เริ่มตั้งแต่การวางตัวในที่ทำงาน หลักการคีย์ข้อมูล หลักการได้เงินเข้าสอ. การวางแผนชีวิตในการเรียนต่อ ฯลฯ คุยกับพี่เพิ่มแล้วทำให้เราย้อนกลับมามองตัวเอง โอ้โห........... เรายังรู้ลายละเอียดเกี่ยวกับงานของตัวเองไม่หมดเลย มีหลายอย่างที่เราต้องเรียนรู้เพิ่มเติม
จู่ๆ ก็มีคนมาสะท้อน แถมสอนอะไรมากมายที่ทรงคุณค่า นี่หละมั๊ง เหตุผลที่เราพลาดรถเที่ยวสุดท้าย พี่สาวเราบอกว่าความบังเอิญไม่มีในโลกใบนี้ การได้เจอพี่เพิ่ม ก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญซินะ พี่เพิ่มทำให้เราเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น.....
สี่ทุ่ม เราเดินทางมาถึงพิษณุโลก พี่เพิ่มถามว่าเราจะเข้ามน.ยังไง ถ้าไม่มีรถ เดี๋ยวให้น้องชายที่เรียนพยาบาลอยู่ไปส่ง (น้องชายพี่เพิ่มพักอยู่ใกล้ๆกับ บขส.ค่ะ) เราเลยบอกพี่เพิ่มไปว่าเพื่อนจะเอารถยนต์มารับ ขอรับไว้แค่น้ำใจค่ะ
ระหว่างนั่งรอเพื่อน พี่เพิ่มก็มานั่งคุยต่อข้างๆ เหมือนเราสนิทสนมกันมานานมากจริงๆ ทั้งๆที่พึ่งเจอกันเมื่อตอนสองทุ่มนี่เอง จะกล่าวได้ มั๊ยว่า บางทีเราอาจจะเจอกันมานับครั้งไม่ถ้วนในหลายภพหลายชาติที่เวียนว่ายตายเกิด
ระหว่างนั่งในรถแล้วโบกมือลาพี่เพิ่ม เราก็ยังรู้สึกถึงความผูกพันเล็กๆที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่เวลาจะนำพาพี่เพิ่มมาเจอเราอีก การเจอกันครั้งนี้พี่เพิ่มมาสะท้อนให้ตัวเรามากจริงๆ ขอบคุณที่ได้เจอกันค่ะพี่เพิ่ม
กว่าจะถึงมน.เวลาก็ปาเข้าเกือบจะเที่ยงคืน เพื่อนหลิน ปัจจุบันทำงานเป็นอาจารย์ที่คณะ บอกเราก่อนนอนว่า ตีสองเพื่อนๆจะมาแต่งหน้ารับปริญญาที่ห้อง (หลินรับแต่งหน้าให้เพื่อน แต่ไม่ได้ตังค์ค่ะ )เรามองนาฬิกา โห้.........นี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้วนะ แวบไปกินข้าวที่ร้านนมข้างม.มากันค่ะ เราเลยล้างหน้าแล้วนอนหลับ

เรากับองค์สมเด็จฯ