เมื่อครั้งที่สอบโควตา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไม่ติดคณะสาธารณสุขศาสตร์ ที่ดิฉันกล่าวในตอนที่ 1 ก็คงจะเป็นข้อกังขาในใจอยู่ตลอด ว่า ทำไม? ถึงสอบไม่ได้ในสิ่งที่ตั้งใจ แต่ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ในช่วงที่เอ็นทรานส์ ดิฉันก็สมัครสอบพยาบาลทุนของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นด้วย ความชื่นชมในความงามของชุดสีขาวบริสุทธิ์ ประกอบกับที่ พี่สาวดิฉันเองก็เรียนพยาบาลและได้ทุนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ได้รับรู้เรื่องราวของพยาบาลที่เรียนหนัก ต้องมีความอดทนสูง แต่สิ่งดีๆที่ประทับใจมีมากกว่า เช่น พี่ดิฉันซึ่งขณะนั้นเป็นนักศึกษาพยาบาลเรียนที่วิทยาลัยพยาบาลนครราชสีมา ขณะเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านที่ขอนแก่น ได้ช่วย คุณแม่ท้องแก่ทำคลอดลูกบนรถโดยสารประจำทาง จำได้ไม่ลืมว่าพี่สาวเขาได้คะแนนจากอาจารย์เต็มในการฝึกห้องคลอด นอกจากนี้ จะได้รับทุนในการเรียนตลอดหลักสูตร มีหอพักให้อยู่ มีอาหารครบ 3 มื้อ มีชุดให้ ถ้าดิฉันต้องเรียนมหาวิทยาลัยค่าใช้จ่ายจะสูง เพราะพ่อกับแม่ดิฉันต้องรับภาระลูกเรียนพร้อมกันถึง 4 คน สมัยนั้นไม่มีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา มีแต่กองทุนพ่อและแม่ที่กู้จากที่ไหนไม่ทราบ ถือเป็นนโยบายที่ช่วยพัฒนาคนไทยและแก้ปัญหาการกู้ยืมนอกระบบได้ส่วนหนึ่ง และที่สำคัญ ต้องบอกได้เลยว่า การสื่อสารประชาสัมพันธ์มีผลอย่างสูงต่อการตัดสินใจเลือก ต้องขออนุญาตเอ่ยนามบุคคลท่านหนึ่ง ท่านนับเป็นตัวแบบของดิฉันในการเรียนรู้การพูดเพื่อโน้มน้าวจิตใจอันนี้เอาไว้เล่าในตอนอื่น คุณสันติภาพ วงศ์สิริ ปัจจุบันท่านเกษียณไปแล้ว ท่านเป็นหัวหน้างานพัฒนาบุคลากร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น(สสจ.ขก.) สมัยนั้น เวลาประกาศผลการสอบทุกปี ท่านก็จะอ่านชื่อคนที่สอบติดให้ได้ยิน ต้องบอกว่าเมื่อ ปี พ.ศ. 2529 ประชากรจังหวัดขอนแก่นไม่มากเท่าปัจจุบัน อาคารบ้านเรือนปลูกอยู่ห่างๆ ตรงข้าม สสจ.ขก เป็นเรือนจำ ที่ว่างเยอะ เสียงประกาศดังไปถึงบ้านดิฉันทุกปี (สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนที่สอบติดมาก) ดิฉันถึงแม้จะสอบติดพยาบาลเทคนิค (เรียนหลักสูตร 2 ปี แบบเร่งรัด เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนบุคลากรพยาบาล ปัจจุบันได้กระทรวงได้สนับสนุนให้เรียนต่อเนื่องเป็นพยาบาลวิชาชีพ) แต่ก็ปลื้ม เพราะก้าวย่างในทางเดินของดิฉันก็มุ่งไปสู่การเป็นข้าราชการ ดังเช่นบิดามารดา ณ ขณะนั้น
เอาละสิ เส้นทางของดิฉันเริ่มจะเด่นชัดขึ้น แต่ก็ยังไม่ใช่สาธารณสุข ดิฉันต้องเรียนรู้อีกตั้งมากมายในเส้นทางที่จะเป็น ตัวตนที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน
ผมในฐานะนักการศึกษา ผมว่าคุณตัดสินใจถูกแล้วครับ ถ้าคนเราไปติดยึดกับ สถาบันมากจนเกินไปจนทำให้เกิดมีการแบ่งชนชั้นในสังคม แต่ลืมคุณค่าของตัวบุคคลส่วนใหญ่ที่ทำให้ก้าวสู่ที่สูง (นี่หละระบบกาารศึกษา ที่แก้ไม่ได้สักกะที)
ขอบคุณค่ะ
เยี่ยมมากค่ะ
ขอบคุณค่ะ