"การอ่านหนังสือธรรมะแล้วไม่ลงมือปฏิบัติก็ไม่่มีประโยชน์อะไร" หรือ"การอ่านหนังสือไม่สามารถทดแทนการฝึก(ปฎิบัติ)ได้" เหมือนความรู้ที่นำมาแบ่งปัน (Sharing) หากไม่นำไปใช้ต่อก็ยากที่จะต่อยอดความรู้ต่อไป (นวัตกรรมไม่เกิด)
มีเรื่องค้างๆ รอคิวเขียนอีกหลายเรื่อง แต่ต้องขอแทรกเรื่องนี้ก่อนนะครับ เพราะวันนี้ (9 ก.พ.54) ผมได้มีโอกาสมาสัมมนา KM & Executive Learning Trip ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นระดับผู้บริหาร ซึ่งมีทั้งผู้บริหารระดับสูง และ ผอ. สำนักต่างๆ ส่วนผมก็ได้รับโอกาสให้มาร่วมในฐานะ FA คนหนึ่ง ที่ต้องมาเล่าเรื่อง (Story Telling) ให้ผู้บริหารฟังว่าในช่วงเกือบ 1 ปี ที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง โดยครั้งนี้ได้รับเกียรติจากทั้งอาจารย์วิจารณ์ พานิช และ อาจารย์ประพนธ์ ผาสุขยืด โดยส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยยึดติดกับตัวบุคคลเท่าไหร่ สิ่งที่อยากได้คือแนวคิดของท่านเหล่านี้
วันนี้อาจารย์ประพนธ์ ได้ย้ำให้เห็นความแตกต่างระหว่าง Discussion ผมขอแปลว่าการอภิปราย กับ Story Telling หรือการเล่าเรื่อง โดยโจทย์ของการ Discussion ก็เกี่ยวกับการแก้ปัญหาการทำงาน ส่วนโจทย์ของ Story Telling คือการเล่าเรื่องความสำเร็จของตัวเองในการแก้ปัญหาบางเรื่อง ก็ยังคงเหมือนเช่นเคย เราก็ยังมักถนัดแบบแรกมากกว่า (ขนาดฝึกตัวเองมาพอควรแล้ว) คิดว่าวงของผู้บริหารก็คงไม่ต่างกัน (พอดีในวงมีแต่คุณอำนวย) อาจารย์ประพนธ์ก็ยังคงเน้นเรื่องของการ "ฟัง" ซึ่งเป็นทักษะเริ่มต้นที่สำคัญ และผมก็เชื่อเช่นนั้น เพราะลองฝึกกับตัวเองได้รู้สึกว่ามีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปในชีวิตเหมือนกัน
อาจารย์วิจารย์ ยังคงให้แนวคิดที่เป็นประโยชน์เหมือนเดิมผมชอบประโยคที่อาจารย์บอกว่า "การอ่านหนังสือธรรมะแล้วไม่ลงมือปฏิบัติก็ไม่่มีประโยชน์อะไร" หรือ"การอ่านหนังสือไม่สามารถทดแทนการฝึก(ปฎิบัติ)ได้" เหมือนความรู้ที่นำมาแบ่งปัน (Sharing) หากไม่นำไปใช้ต่อก็ยากที่จะต่อยอดความรู้ต่อไป (นวัตกรรมไม่เกิด) จะว่าไปแนวพุทธก็ประมาณ ปริยัติ แล้วต้องปฎิบัติ ซ้ำๆ กัน จึงจะเกิดปฎิเวธได้ ทำให้ผมเข้าใจ KM มากขึ้นครับว่าแบ่งปันการเรียนรู้แล้วควรต้องทำอะไรต่อ
นอกจากนี้ยังมีช่วงให้คุณอำนวยเล่าเรื่องให้คุณเอื้อฟัง(ตามวัตถุประสงค์ที่ให้ผมมา) หากให้เล่าคงยาว หากอยากรู้ว่าผมทำอะไรมาบ้างก็ให้ไปอ่านเรื่องเล่าเก่าๆ ที่เขียนไว้ครับ (อารมณ์ขี้เกียจ) เอาเป็นว่าโดยรวมผมว่าผู้บริหารมีความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น (ไม่รู้คิดเอาเองหรือเปล่า) หากเก็บบรรยาการแบบนี้กลับไปที่ทำงานด้วยคงดีครับ
ชอบหลักการของ KM มากเหมือนกันค่ะ แต่ทำไมเวลาที่ทำงานไปทำเป็นงงทุกที ฟังวิทยากรบรรยายก็บ่อย ปีนี้เลยสมัครเป็นกรรมการกับเขาบ้างจะได้เข้าใจ ประธานKM เลยจับกรรมการมาแลกเปลี่ยนวิธีการทำKM ในศูนย์ฯ ปีนี้เลยได้แผนทำกิจกรรมใหม่ๆเยอะเหมือนกันค่ะ
สวัสดีครับคุณ คนหลงเงา ผมเองก็นำ KM มาใช้อยู่เกือบปี ไปจัดกระบวนการให้คนอื่นก็บ่อย บอกตรงๆ ช่วงแรก ว่าก็ยังงงๆ อยู่ ส่วนตอนนี้ก็เข้าใจและงงมากขึ้น แต่ยิ่งงงก็ต้องยิ่งหาคำตอบ ถ้าเมื่อไรบอกว่ารู้แล้วว่า KM คือ อะไร แสดงว่ายังไม่เข้าใจ KM ครับ หาทางเรียนรู้ต่อไปนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ