นักเรียนมัธยม สมัยเมื่อกว่า ยี่สิบปีก่อน ไม่ค่อยมีประสาสักเท่าไหร่ คำว่าประสา คือ ประสบการณ์ นั้นเอง ดิฉันก็เช่นกัน ตื่นเช้า ทำภารกิจ ช่วยงานบ้าน ไปโรงเรียนเย็นรีบกลับบ้าน ทำงานบ้าน ทำการบ้าน อ่านหนังสือ และก็นอน ไม่มีกิจกรรมเลิกเรียน ไม่มีเรียนพิเศษ ร้านเน็ต เล่นเกม หรือคอมพิเตอร์ โดยเฉพาะเด็กต่างจังหวัด ทีวีเปิดเฉพาะช่องทีวีประเทศไทย พ่อและแม่เปิดแต่ช่องข่าว จะทันสมัยก็พอจะมีวิทยุที่สามารถเล่นเทปเพลงได้ ไม่รู้ว่าโลกภายนอกเป็นอย่างไร ไม่ได้ตัดสินใจอะไรด้วยตนเองมากนัก ตั้งแต่จำความได้ก็คือ พ่อกับแม่ตัดสินใจให้ตลอด ครั้งพอต้องเลือกทางเดินชีวิตด้วยการเอ็นทรานส์เข้ามหาวิทยาลัย ตายละ? จะทำไงดี เป็นได้นอนนึก นั่งนึก นึกไงก็ไม่ออก ชอบอะไรก็ไม่รู้ อาชีพ ก็มี ครู หมอ ทหาร ตำรวจ หรือไม่ก็ตามพี่ๆ นั้นแหละ ในช่วงของการตัดสินใจสอบโควต้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น สมัยนั้นมีการสอบพรีเอ็นทรานส์ มีผลคะแนนช่วยในการตัดสินใจเลือกคณะที่จะเรียน ดิฉันก็เลือกคณะสาธารณสุขศาสตร์ พอผลออกมาไม่ติด เรียกความมึนงงได้ดีมาก ว่าทำไมไม่ติด ดูคะแนนน่าจะทำได้ แสดงถึงความประมาทในชีวิต การไม่รู้จักตัวตนของตัวเองที่ดีเนื่องจากไม่ได้มีสติในการตรึกตรอง และพิจารณาให้รู้ถึงความสามารถของตน เอาละเมื่อพลาดชีวิตไม่ได้ล้มสลายไปในทันที ยังมีโอกาสแก้ตัวเสมอ จากการล้มเหลว ครั้งนี้ความมุ่งมั่นในการเข้ามหาวิทยาลัยใกล้บ้านจึงเพิ่มสปีดขึ้น ดังนั้น การเอ็นทรานส์ประจำปี ผลก็ ติดคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมัยนั้นการเอ็นทรานส์ยากมาก พ่อแม่ญาติพี่น้องดีใจ สุดๆ
ตัวดิฉันเองก็ได้เรียนรู้ตัวตนในอีกด้าน ว่า ความล้มเหลวเป็นแรงผลักในการเอาชนะอุปสรรคที่ได้ผลนัก และจะทิ้งท้ายบันทึกบทนี้ไว้แค่นี้ก่อนแล้วอย่างไรกัน คนที่ติดเกษตรศาสตร์ ถึงได้กลายเป็นนักวิชาการสาธารณสุข คนนี้ได้
ตอนเอดิสันทดลองทำหลอดไฟ เขาต้องพยายามอยู่สองพันกว่าครั้ง มีคนถามว่ารู้สึกอย่างไรกับความล้มเหลว เอดิสันตอบว่า คนอื่นต่างหากที่เรียกสิ่งนั้นว่าความล้มเหลว จะรออ่านต่อนะครับ
ขอบคุณค่ะ
เพิ่งทราบว่า กร ติดเกษตร เสียดายจัง แต่จะตามอ่านต่อจ้า
พี่นุชมาแล้ว ขอบคุณค่ะ