ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเชิญศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศเป็นวิทยากรในหลักสูตรสร้างเสริมบุคลิกภาพและการเตรียมความพร้อมสำหรับโลกการทำงานสำหรับบัณฑิตใหม่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ณ ห้องประชุมชั้น 1 อาคารรินลอุบล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี




















พิธีเปิด โดย ท่านที่ปรึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
- ผมยินดีที่ได้มาเปิดงานนี้
- มหาวิทยาลัยสนับสนุนการจัดโครงการนี้เพื่อสร้างบุคลิกภาพนักศึกษาพร้อมสู่โลกของการทำงาน
- ขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านที่ได้ให้ความกรุณากับโครงการนี้
- ขอให้ประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวังทุกประการ
- นักศึกษาต้องออกไปโลกภายนอก ต้องรู้จักตนเอง สำรวจตนเอง ชีวิตคุณยังไม่ได้เริ่มต้น ต้องรู้จักเริ่มต้นตั้งแต่วันที่รับปริญญา
- ปริญญาไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก แต่สิ่งที่ฝังในตัวคุณคือสิ่งที่นำไปดำเนินชีวิตและการงานให้ประสบความสำเร็จ
- ไปหางานหรือยัง เลือกงานหรือเปล่า พร้อมทำงานหรือยัง
- ตอนที่พบผู้ประกอบการ เขาต้องการคนมาทำงานด้วย แต่ไม่มีใครไปสมัคร
- กาย วาจา ใจต้องดี
- ท่านวิทยากรจะช่วยพัฒนาบุคลิกภาพทางกายให้นักศึกษา ต้องมีบุคลิกที่โดดเด่น
- การอ่อนน้อมถ่อมตนสำคัญ วาจามีความสำคัญต่อการสมัครงาน เพราะเป็นการนำเสนอตนเองให้เขารับเรา
- ใจพร้อมหรือไม่ สู้หรือไม่ ไม่กลัวความไกล
- บัณฑิตตกงานมีเป็นแสน คุณต้องต่อสู้ด้วยความแตกต่างที่ดีกว่า
- เด็กที่มีจิตสาธารณะ ทำงานชมรมจะได้เปรียบเพราะทำเพื่อสังคม มันจะฉายออกมาในวันที่คุณสมัครงานและทำงาน
- อย่าเลือกงาน
- ขอให้ว่าที่บัณฑิตใช้ ความรู้ สติปัญญาเอาชนะอุปสรรคและโชคดี เข้าสู่โลกการทำงานอย่างสง่าผ่าเผยและเป็นผู้ชนะ
การบรรยายเรื่อง การเตรียมตัวก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานในยุคโลกาภิวัตน์
โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
- ผมรู้จักมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีมา 4 ปีแล้ว ท่านอธิการก็ได้สร้าง network
- หลักสูตรนี้เป็น Q2
- ผมได้ทำการปัจฉิมนิเทศมาตั้งแต่อยู่หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ไม่ค่อยมีความต่อเนื่อง
- โครงการนี้มีประโยชน์ต่อทรัพยากรมนุษย์และทุนมนุษย์ของบัณฑิตไทย 150,000 คนทั่วประเทศ
- เราต้องเป็นทุนทางปัญญา เวลาเปิดเสรีอาเซียน สิงคโปร์เข้ามา เราจะได้แข่งกับเขาได้
- นายโมริตะ นักธุรกิจ ไปปัจฉิมนิเทศว่า วินาทีแรกที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน คุณต้องสอบทุกวัน
- ชีวิตการทำงานและการเรียนในสังคมไทยมันแยกกันอย่างสิ้นเชิง
- มนุษย์ถ้าเป็นสังคมการเรียนรู้ ก็ยังเก่งอยู่แม้จะอายุมากแล้ว
- คุณอาจจะมีความคิดแปลกๆใหม่เสมอ คิดสินค้าและสร้างงานใหม่ได้เสมอ
- ผมอยากใช้ที่นี่เป็นแบบ เพื่อทำให้ดีมีประโยชน์ต่อไป
- เมืองนอกถามอยู่เสมอว่า อายุ 40 ปีแล้วจะทำอะไร
- ต้องมีภาษาอังกฤษดี จะแข่งขันได้ดีในยุคเปิดเสรีอาเซียน
- เมื่อได้แรงบันดาลใจแล้ว ควรปรับปรุงพฤติกรรมตนเอง
- ต้องทราบว่า การทำงานและการเรียนมันคนละเรื่อง คุณเตรียมพร้อมที่จะทำงานอีก 45 ปีหรือเปล่า
- ในอีก 38 ปี โลกจะเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว ติดต่อกันมากขึ้น มีการข้ามพรมแดนของต่างชาติเข้ามาในไทย ถ้าเราไม่เตรียมตัวให้ดี เขาก็จะมาขยี้เรา
- เราได้สร้างมูลค่าในการเป็นบัณฑิตที่พร้อมสู้กับโลกภายนอกหรือยัง
- ต้องใฝ่รู้ เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดเป็น วิเคราะห์เป็น
- ถ้าคิด ก็จะค้นพบจุดแข็งที่ได้เรียนที่นี่
- ต้องเก่งในการสร้างเครือข่าย รู้ว่าตนเองขาดอะไร นำจุดแข็งของตนเองไปใช้ต่อ
- เด็กไทยเรียนปริญญาโทมากมาย แต่คนเวียดนามเรียนอาชีวะเพื่อทำงาน เมื่อเขาทำงานเก่งแล้วไปเรียนต่อปริญญาโท
- อย่าบ้าปริญญา แต่จงบ้าความรู้ที่จะไปใช้ในตลาดแรงงาน
- ถ้าจะเรียนปริญญาโท ควรเรียนต่อยอดงานที่เราจะทำ
- จะทำงานในบริษัทต่างประเทศ ต้องมีบุคลิกภาพที่ดี
- ต้องมีความเชื่อมั่นในตนเองว่า เราสู้มหาวิทยาลัยอื่นๆ เช่น จุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดลได้
ช่วงแสดงความคิดเห็น
คนที่ 1
- สิ่งที่อาจารย์พูดคือ ใน 4 ปีต้องดูว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอะไร ราชมงคลสอนให้ผมมีความขยัน
คนที่ 2
- ต้องรู้จักจุดอ่อนและจุดแข็งตนเอง ต้องแข่งขันคนอื่น
- ราชมงคลสอนให้ขยัน อดทนและอ่อนน้อมถ่อมตน
ดร.จีระ
- แรงจูงใจกับแรงบันดาลใจแตกต่างกันอย่างไร
คนที่ 3
- แรงบันดาลใจเกิดจากสิ่งที่เราคิดและอยากทำเอง
- แรงจูงใจคือสิ่งที่คนอื่นอยากให้เราทำ
ดร.จีระ
- แรงบันดาลใจทำให้ทำงานได้ดีขึ้น
เนื้อหา (ต่อ)
- ต้องการให้มีแรงบันดาลใจเกิดขึ้น
- เราต้องเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณค่าซึ่งมาจากปัญญา
- ต้องพยายามปรับตัวเองและบุคลิกภาพ
- อาชีพในอนาคตไม่จำเป็นต้องเป็นแค่มนุษย์เงินเดือน แต่จะมีอาชีพอื่นได้ก็ต่อเมื่อคิดเป็น วิเคราะห์เป็น
- ต้องทันเหตุการณ์ ใฝ่รู้ อย่าคิดว่า ปริญญาตรีเป็นจุดสุดท้ายของชีวิต
- ราชมงคลอาจจะสอนให้เราทำธุรกิจส่วนตัวมากขึ้น
- เราอยู่คนเดียวไม่ได้ เราต้องเชื่อมโยงกับภายนอก
- มีต่างประเทศเข้ามาแข่งกับประเทศไทยมาก เช่น เทสโก้ KFC
- ต้องนำวัฒนธรรมไทยไปขายต่างประเทศ อย่าบ้าเกาหลีมากไป
- การมีโลกาภิวัตน์กระตุ้นให้เราปรับตัว
- คุณเป็นกึ่งคนทำงานที่ใช้ความรู้ ดีกว่าแรงงานไร้ฝีมือ แต่ต้องแข่งกับปริญญาตรีที่แข่งกับประเทศอื่นๆได้โดยเฉพาะประเทศที่เก่งๆในโลก
- ต้องนำความรู้ไปแก้ปัญหาและสร้างนวัตกรรมในอนาคต
- ประเทศไทยต้องนำเข้าสินค้ามากมาย จึงต้องส่งออกมากขึ้น
- อย่าเรียนแบบเดิม ต้องคิดวิเคราะห์และใฝ่รู้ตลอดเวลาเมื่อออกไปทำงาน
- ต้องมีความรู้ที่สดและข้ามศาสตร์
- เรียนแล้วต้องนำไปปะทะความจริง นำไปใช้ทำงานได้
- คุณต้องทำงานกับต่างประเทศมากขึ้น ต้องใช้ไอที รู้ภาษาต่างประเทศ ต้องรู้จักสร้างเครือข่ายและมีแนวร่วม
- เมื่ออายุมากขึ้น ก็ไม่ควรจะล้าสมัยทางวิชาการ
- ทุกคนกำลังจะเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ ต้องมีปัญญา คุณธรรม มีความสุข เครือข่าย มีทุนแห่งความยั่งยืน รู้จักควบคุมอารมณ์
การบรรยายเรื่อง การพัฒนาอัจฉริยภาพเพื่อเข้าสู่โลกของการทำงาน โดย รศ.ดร.เฉลิมพล เกิดมณี
- บุคลิกภาพต้องสร้างจากภายในแล้วมันจะแสดงออกมาภายนอก
- ยุคนี้ เข้าสู่ยุคอวตาร เพราะไอทีเก่งมาก ทำให้เรามีพรสวรรค์เหมือนเทวดา สามารถเห็นภาพและได้ยินเสียงจากสิ่งที่อยู่ไกลๆได้
- คนทำงานอยู่ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ เราต้องมีความสามารถในการแข่งขัน บริหารจัดการและรักษาสมดุล เราต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว
- ข้อมูลการจัดอันดับ WEF ประเทศไทยมีอันดับความสามารถทางเศรษฐกิจไม่ใช่อันดับต้นๆ
- สิงคโปร์สามารถติดอันดับ 1 ใน 5 มาตลอด ทั้งที่ไม่มีทรัพยากร
- ทุกคนอยากมีความสุข แต่ความสุขจะมาเมื่อตอบความปรารถนาของเราได้
- การที่จะเป็นคนที่มีคุณค่า บัณฑิตควรมีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาได้ เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
- ต้องพัฒนาแบบก้าวกระโดด
- ไอน์สไตน์บอกว่า อัจฉริยภาพเป็นสิ่งที่สร้างได้
- คนกับลิงมีพันธุกรรมต่างกันไม่ถึง 5% แต่ต่างกันเพราะสิ่งแวดล้อม
- มนุษย์มีกาย สมอง และใจ
- สมองซีกซ้ายทำงานด้านวิทยาศาสตร์
- สมองซีกขวาทำงานด้านศิลปะ
- จากการอ่านสี (ตามตัวอักษร ใช้สมองซีกซ้าย) (ตามสี ใช้สมองซีกขวา) อ่านตามตัวอักษรง่ายกว่า สรุปได้ว่า ศิลปะยากกว่าวิทยาศาสตร์
- การแบ่งประเภทคน
- C ชัดเจน ถูกต้อง ตามกฎ มีเหตุผล ระมัดระวัง เป็นทางการ มีหลักการ ยึดติดกับรายละเอียด ไม่ชอบเสี่ยง ควรทำอาชีพผู้พิพากษา บัญชี วิศวะ
- D กล้าตัดสินใจ เข้มแข็ง มุ่งมั่น ชอบการแข่งขัน มีข้อเรียกร้องสูง เป็นอิสระ มั่นใจในตัวเอง ดุดัน ผ่าซาก เอาตัวเองเป็นหลัก ใช้อำนาจ
- S สงบนิ่ง ระมัดระวัง อดทน เป็นผู้ฟังที่ดีถ่อมตน เชื่อถือได้ ไม่รับแนวคิดใหม่ ไม่แสดงออก ดื้อเงียบ ไม่แสวงหาการเปลี่ยนแปลง
- I ชอบเข้าสังคม ช่างคุย เปิดเผย กระตือรือร้น มีพลัง ชักจูงใจผู้อื่น ร่าเริง โวยวายเสียงดัง ไม่ระมัดระวัง ตื่นเต้น รีบร้อน ไม่สนใจเรื่องเวลา
- ต้องทราบความสามารถตน จะได้ทำงานที่เหมาะสมกับตน
- ถ้าเรามีฝัน แรงบันดาลใจและแรงจูงใจมันจะดึงให้เราไปถึงเป้าหมายเราได้เร็ว
- ไม่ควรเลือกอาชีพตามค่านิยมของสังคม แต่ต้องทำอาชีพที่เราต้องการเป็นให้เก่ง
- อย่าฝันอย่างเดียว ต้องทำฝันให้เป็นจริงด้วย
- แรงปรารถนาจะผลักเราขึ้นไปข้างหน้า ต้องสร้างความสามารถในการผลักเราไปสู่เป้าหมาย
- ต้องฝึกคิดบวก ทำได้โดยหาเรื่องที่มีความสุขเป็นตัวตั้งต้นในการคิดแล้วมันจะนำมาซึ่งโอกาส กล้าลงมือทำ มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสร้างโชคดีให้มาสู่ตนเอง
- พื้นฐานที่ทำให้คนเก่งเริ่มจากทักษะการใช้ประสาทสัมผัส
- จากการดูภาพ ถ้ามองแล้วเห็นภาพใหญ่ก่อน แสดงว่ามององค์รวมเก่ง ถ้ามองแล้วเห็นภาพเล็กๆก่อน แสดงว่าลงรายละเอียดเก่ง ถ้าดูภาพแล้วบรรยายความรู้สึกด้วย จะเป็นคนที่ใส่ใจความรู้สึกคนอื่น ถ้าเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น มันทำให้เราหาโอกาสได้
- ต้องฝึกการสรุปความ
- แต่ละคนมีมุมมองต่างกัน
- ต้องตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสม และใช้ทุกมุมมองประกอบกัน IQ+MQ+SQ+EQ
- เวลาทำงานต้อง win/win มิตรภาพจะช่วยเราได้ในยามตกอับ
- เริ่มทำจากสิ่งที่ทำได้ก่อน เมื่อคนเห็นความสามารถเรา ก็จะหยิบยื่นโอกาสให้เรา
- การคิดนวัตกรรม คือ คิดแล้วเกิดมูลค่าด้วย
- อุปสรรคขัดขวางการคิดเชิงนวัตกรรมคือ มีพฤติกรรมที่สม่ำเสมอกับชีวิตประจำวันแบบเดิม มีข้อมูลมาก ขาดความกระตือรือร้น
- คน C นำเหตุผลมาคิดนวัตกรรม
- คน D นำประสบการณ์มาคิดนวัตกรรมในช่วงเร่งด่วน
- คน I ใช้จินตนาการมาคิดนวัตกรรมในช่วงเร่งด่วน
- คนS นำประสบการณ์มาคิดนวัตกรรม
- แต่งหน้า ควรแต่งให้ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับกาลเทศะ
- ควรมีชุดสูทดำสมัครงาน กระเป๋ามาตรฐาน
- ควรมีวาจาสุภาพ ตอบคำถามตรงประเด็น
การบรรยายเรื่อง การเสริมสร้างบุคลิกภาพภายนอกให้เป็นที่ประทับใจ โดย อาจารย์จิตรสุมาลย์ อมาตยกุล
- การนั่งให้สวยงาม ต้องให้ความรู้สึกอยู่ที่สะดือ ตัวจะยืดขึ้นอีก 2 นิ้ว ทำให้เกิดความสง่างาม
- การยืนให้สวยงาม ต้องให้ความรู้สึกอยู่ที่สะดือ ตัวจะยืดขึ้นอีก 2 นิ้ว ไหล่ตั้งตรง อกผาย
- การยืนให้นานและดูดี ต้องหุบพุงและเก็บก้น
- ต้องหาเส้นตรงในตัวเอง โดยใช้สะดือเป็นจุดศูนย์กลาง ก็จะพบอก เอว ก้นที่ชัดเจน
- การเดินให้สวยงาม ต้องให้ความรู้สึกอยู่ที่สะดือ ตัวตรง
- การหายใจที่ถูกต้อง ลมหายใจเข้าต้องลงไปถึงท้องน้อย ทำให้เกิดพลังในการสร้างกิจกรรมขณะหายใจ
- มีการวิจัยเรื่องการสื่อสาร ถ้าสื่อสารแล้วสร้างประทับใจให้คนได้ เนื้อหามีความสำคัญ 7% เสียงที่มีพลังมีความสำคัญ 38% ภาษาท่าทางมีความสำคัญ 55%
- ดังนั้นต้องเพิ่มพลังด้วยเสียงและภาษาท่าทาง
- ใช้สูตร WW (Word+Way) คำพูดและภาษาท่าทาง
กิจกรรม ดูวีดิทัศน์ สังเกตลักษณะองค์กรที่ทำงานด้วยใจ (Brussels Airlines)
กลุ่ม 1
- มีความเอาใจใส่ลูกค้า
- ความสามัคคีในองค์กร
- การสื่อสารที่เป็นระบบ
- สร้างความประทับใจบริการ
- ตรงต่อเวลา
- บุคลิกภาพเครื่องแบบเรียบง่ายดูดี
กลุ่ม 2
- สร้างความประทับใจลูกค้า
- มีความสามัคคี
- สื่อสารด้วยภาษากาย
- บริการด้วยใจ
- ประสานงานดี
- บุคลิกภาพสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า แต่งกายดี
- สร้างมิตรภาพในองค์กร
กลุ่ม 3
- มีความร่วมมือ
- แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
- ถือว่า ลูกค้าคือคนในครอบครัว
- ทุ่มเททำงาน
- ช่างสังเกต
- ใส่ใจเป้าหมายการทำงานมากกว่าวิธีการ
- สร้างศรัทธา
กลุ่ม 4
- ห่วงใยคนขึ้นบินมาก
- ประสานงานกันดี
- สามัคคี วางแผนดี
- สุขภาพดี มีการออกกำลังกาย
- มีความพร้อมตลอดเวลา
กลุ่ม 5
- มีการทำงานเป็นทีม
- เอาใจใส่ลูกค้า
- ความคิดสร้างสรรค์
- มีความพยายาม
- มีความทุ่มเท
- มีการประสานงาน
- แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
- มีมนุษยสัมพันธ์ดี
- การสื่อสารระหว่างบุคคลดี
- สร้างความประทับใจในบริการ
- ความพร้อมเพรียงในการทำงาน
- ยิ้มแย้มแจ่มใส
- แต่งตัวดี
เนื้อหา (ต่อ)
- องค์กรที่ทำงานด้วยใจใช้หลักต ช ด ทำให้ลูกค้ารู้สึกตรึงใจ ชื่นใจ และดีใจ
- ต้องทำงานเชิงรุก
- Opportunity is now here. โอกาสเกิดเมื่อมีจุดหมายชัดเจนและต้องทำให้ได้เดี๋ยวนี้ เวลาไปสมัครงานหรือทำงาน เป้าหมายต้องตรงกับองค์กร
- หลักการพูดและนำเสนอ ต้อง
- Imaginary สร้างจินตนาการ
- Feeling ใส่ความรู้สึก
- Participation ทำให้ผู้ฟังมีส่วนร่วม
- Plan เตรียมความพร้อม
- Passion ความรักและชอบ เราจะพูดจากใจและพูดได้ดี มีความดื่มด่ำ
- Practice ฝึกฝนจนชำนาญ
- Clarity ความชัดเจนในการนำเสนอเนื้อหา ต้องมีข้อมูลชัดเจน พูดชัดถ้อยชัดคำ
- Benefit ทำให้ผู้ฟังได้ประโยชน์ พูดมีสาระ จริงใจ
- Happy ทำให้ทุกคนมีความสุข
- ต้องเห็นคุณค่าของตนเองก่อน แล้วเราก็จะชื่นชมคนอื่นได้
ข้อเสนอแนะจากม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท กรรมการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
- การหางานขั้นแรกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะปฏิสัมพันธ์กับคน
- พอคุณไปอยู่ภาคธุรกิจต้องพบกับครอบครัวที่ใหญ่มาก ถ้าเราไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน แต่เราก็ต้องทำงานกับเขา
- เราจะต้องมีความสุขในการทำงาน แต่ต้องเริ่มค้นหาตนเองก่อน
- ในงานแรก เราต้องหาจุดเด่นของเรา
- มองว่าอยากทำงานที่ไหน แล้วไปสืบข้อมูลเพื่อวางแผนเตรียมตัว
Workshop
1.ใน 4 ปีที่มหาวิทยาลัย สิ่งที่มีคุณค่าที่ได้รับคืออะไร 3 เรื่อง
2.ฟังการบรรยายวันนี้แล้ว เห็นช่องว่างอะไรบ้างที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น 3 เรื่อง
3.แรงบันดาลใจในวันนี้คืออะไร
กลุ่ม 1
1.ใน 4 ปีที่มหาวิทยาลัย สิ่งที่มีคุณค่าที่ได้รับคืออะไร 3 เรื่อง
- ความรู้ ทักษะเพื่อนำไปใช้ทำงาน
- ประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต บางคนต้องมาจากต่างจังหวัดต้องรับผิดชอบตนเอง เมื่อเจออุปสรรคก็คิดว่า คือประสบการณ์สำหรับการทำงานร่วมกับคนอื่น ทำให้พัฒนาตนเอง
- มิตรภาพจากเพื่อน อาจารย์ พี่ น้อง รู้จักให้
2.ฟังการบรรยายวันนี้แล้ว เห็นช่องว่างอะไรบ้างที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น 3 เรื่อง
- บุคลิกภาพยังไม่พร้อมทำงาน
- การขาดการสังเกตมองคนให้ออก
- ยังไม่พบเป้าหมายของตนเอง
3.แรงบันดาลใจในวันนี้คืออะไร
- ค้นหาตนเอง ทั้งเป้าหมายชีวิตและการทำงาน
- ต้องพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ไม่ทำอะไรแบบเดิม
กลุ่ม 2
1.ใน 4 ปีที่มหาวิทยาลัย สิ่งที่มีคุณค่าที่ได้รับคืออะไร 3 เรื่อง
- ความรับผิดชอบ
- ประสบการณ์
- การปรับตัวเข้ากับเพื่อน
2.ฟังการบรรยายวันนี้แล้ว เห็นช่องว่างอะไรบ้างที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น 3 เรื่อง
- พัฒนาบุคลิกภาพ
- คิดนอกกรอบ
- เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณค่า
- เรียนรู้ที่จะอยู่รอดในทุกสถานการณ์
3.แรงบันดาลใจในวันนี้คืออะไร
- เราต้องตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน จะทำให้ทำงานได้สำเร็จ
กลุ่ม 3
1.ใน 4 ปีที่มหาวิทยาลัย สิ่งที่มีคุณค่าที่ได้รับคืออะไร 3 เรื่อง
- มิตรภาพ
- ความรู้
- ความอดทน เวลาทำงานเป็นทีม มันก็มีอุปสรรค ต้องขวนขวายหาความรู้นอกห้องเรียน ทำงานนอกเวลาเรียน
2.ฟังการบรรยายวันนี้แล้ว เห็นช่องว่างอะไรบ้างที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น 3 เรื่อง
- รู้จักตนเอง
- ปรับปรุงให้ตนเองช่างสังเกต
- ลดจุดด้อย เพิ่มจุดเด่น
3.แรงบันดาลใจในวันนี้คืออะไร
- ตัวเราเองต้องปรับปรุงบุคลิกภาพ
- สร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง
ดร.จีระ
- ต้องมีความทะเยอทะยาน จะได้แข่งขันได้
ม.ล.ชาญโชติ
- ผมประทับใจที่ 3 กลุ่มนำเสนอมา
- พวกท่านมีความสามารถมาก
- บางคำตอบยังไม่ตรงประเด็น เช่นบอกแค่ช่องว่าง แต่ไม่บอกว่าจะปรับปรุงอย่างไร
- มีการทำงานเป็นทีมดีมาก มีความกระตือรือร้น
ดร.ไพบูลย์
- สะท้อนความภูมิใจในการทำงานของนักศึกษา
- ในฐานะที่ผมริเริ่มโครงการนี้ อยากทราบแรงบันดาลใจ ก็พอใจที่ตรงกับที่คาดหวังไว้
- อยากให้มีการขยายผล
ดร.จีระ
- คุณมีความสนใจแสดงว่าการเรียนคือความสุข แสวงหาความรู้ตลอดเวลา
- ตอนนี้ คุณภาพบัณฑิตมทร.ธัญบุรี ได้คะแนน 7 จาก 10 คะแนน
- อาจารย์ไพบูลย์เป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างเครือข่ายกับคนนอก
- เมื่อเราอายุมากขึ้น ก็ต้องพัฒนาให้ตนเองมีความสามารถมากขึ้น
กลุ่ม 4
1.ใน 4 ปีที่มหาวิทยาลัย สิ่งที่มีคุณค่าที่ได้รับคืออะไร 3 เรื่อง
- วิชาความรู้
- ความรู้ในการดำเนินชีวิต
- รู้จักอยู่ร่วมกับคนอื่น รู้จักให้ รู้จักเสียสละ
2.ฟังการบรรยายวันนี้แล้ว เห็นช่องว่างอะไรบ้างที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น 3 เรื่อง
- ขาดการใฝ่รู้ ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต
- บุคลิกภาพทั้งภายในและภายนอก ควรพัฒนาบุคลิกภายในก่อน
- ความไม่ตรงต่อเวลา
3.แรงบันดาลใจในวันนี้คืออะไร
- มีความมุ่งมั่นมีความทะเยอทะยานหาความรู้
- พัฒนาอัจฉริยภาพในตัวเองและผู้อื่น
- เรียนรู้ตลอดชีวิต
- ความรู้ต้องสดอยู่เสมอ
- โอกาสมีอยู่ทุกที่ แต่อยู่ที่ว่าคุณจะหามันหรือเปล่า
- เราพร้อมที่จะพัฒนาประเทศชาติและมหาวิทยาลัย
ดร.จีระ
- นี่คือตัวอย่างนักเรียนที่ดี
- ข้อสรุปเขาดีมาก
- ตอนนี้ เราต้องคิดว่าตนเองไม่แน่ จึงจะอยู่รอด เพราะมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต
- ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม เพราะต้องขายสินค้าใหม่ๆ เสมอ
กลุ่ม 5
1.ใน 4 ปีที่มหาวิทยาลัย สิ่งที่มีคุณค่าที่ได้รับคืออะไร 3 เรื่อง
- เพื่อนและมิตรภาพ
- ประสบการณ์
- การทำงานเป็นทีม
2.ฟังการบรรยายวันนี้แล้ว เห็นช่องว่างอะไรบ้างที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น 3 เรื่อง
- แนวความคิดยังไม่มีการจัดระบบที่ดี
- ยังไม่กล้าแสดงออก
- วางเป้าหมายในอนาคตยังไม่ชัดเจน
ม.ล.ชาญโชติ
- ผมชอบแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ทำเพื่อตนเอง
- ผมไม่ชอบการแข่งขันกับคนอื่น แต่อยากแข่งกับตนเอง อยากดึงทุกคนมาร่วมมือ
ดร.ไพบูลย์
- ประทับใจที่ท่านได้พบช่องว่าง และหาแนวทางพัฒนา
ดร.จีระ
- พวกคุณมีความมุ่งมั่นหาความรู้เป็นกลุ่ม สรุปแล้วเป็นประโยชน์ต่ออาจารย์
- คุณมีทฤษฎี+ปฏิบัติที่ดี
- อย่ากลัวที่จะเขียนภาษาอังกฤษหรือพูดกับฝรั่ง
- ถ้าเรามีแรงบันดาลใจเอาชนะอุปสรรคเรื่องภาษาอังกฤษ ควรจะอ่านบทความภาษาอังกฤษในบางกอกโพสต์อาทิตย์ละ 2 วัน
- ควรเรียนภาษาอังกฤษเป็นกลุ่ม อาจจะไปเยี่ยมสถานทูตและหอการค้า
- อยากให้ม.ล.ชาญโชติคุยกับดร.ไพบูลย์เรื่องภาษาอังกฤษ
สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการนี้
แรงบันดาลใจ ก่อนการเข้าร่วมโครงการนี้รู้สึกว่าตัวเองมีเป้าหมายที่เลือนรางเหมือนว่าจะไปไม่ถึง ไม่มีกำลังใจ แต่เมื่อได้เรียนรู้ถึงเรื่องบันดาลใจ ทำให้เรามองเห็นถึงความสามารถที่ตนเองมีอยู่และสามารถนำไปใช้ในเป้าหมายที่หวังไว้ได้และสามารถเป็นจริงได้เพียงแค่ต้องมี “แรงบันดาลใจ”
- ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่แค่ต้องมี แต่ต้องเป็น
- 8k’s ทฤษฎีทุนมนุษย์ , 5K’s
- บุคลิกภาพ
- การดำเนินชีวิตให้อยู่รอดในอีก 40 ปีข้างหน้า
แรงบันดาลใจที่จะไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ การตั้งเป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ
- มีแนวทางในการดำเนินชีวิต
- มีเป้าหมายที่ชัดเจน
- มีความเข้าใจในเรื่องการพัฒนาตนเองมากยิ่งขึ้น
- มีพื้นฐานการปรับบุคลิกภาพทั้งการยืน เดินและพูด
- มีแนวคิดที่ดีมากขึ้น
- ทำให้เกิดองค์ความรู้ในการใช้ชีวิตให้ทุกคนคิด เพราะทำให้เรามีความพยายาม
- ทุกคนต้องมี “เป้าหมาย” เพราะเป็นตัวผลักดันให้เรามีความพยายามมากขึ้น
- สิ่งที่อีกมาก
ทำให้เรารู้จักตนเองมากขึ้น รู้จุดแข็งเพื่อพัฒนาตนเองและสังคมให้ดีขึ้น
วันนี้ผมได้พบมิติใหม่ของความคิด มีกระบวนการคิดแบบใหม่และได้แนวทางการรู้จัก ตัวเอง
สิ่งที่ได้รับ
การมองตัวเองให้เห็นถึงข้อดี ข้อด้อยและพัฒนาตัวให้ประสบความสำเร็จ
- กล้าที่จะคิดนอกกรอบ
- เชื่อมั่นในตนเอง
กล้าที่จะตัดสินใจ เชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น
ได้เป้าหมายที่แน่นอน เมื่อเรามีเป้าหมาย เกราก็จะมีความหวัง มุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงมัน
เป้าหมายในชีวิตว่าอยากทำอะไร ทำให้เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมา จากที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยแล้วจะทำเป้าหมายนี้ให้ประสบความสำเร็จในชีวิตให้ได้
สิ่งที่ได้รับจากหลักสูตรอบรมครั้งนี้
ได้แรงบันดาลใจในการกำหนดเป้าหมายในชีวิตว่าควรมีความชัดเจนและมุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ และการเตรียมความพร้อมของการออกสู่โลกของการทำงานรวมถึงได้รู้จุดแข็งและจุดด้อยของตัวเองเพื่อให้มีการพัฒนาที่ดีขึ้น
การเน้นคุณค่าในตนเองเพิ่มขึ้น
อยากเปลี่ยนมุมมองในการใช้ชีวิตใหม่คือ
- เพิ่มความตั้งใจที่จะทำทุกสิ่งให้มากขึ้น
- มีการตื่นตัวตลอดเวลา
- ตั้งเป้าหมายหาเป้าหมายให้แน่ชัดแล้วพยายามทำมันให้สำเร็จ ค่อยๆ นำไปอย่างดีทุกขั้นตอน
- นำแรงบันดาลใจไปประกอบใช้ในการทำงานได้อย่างถูกต้อง
- ควรมีความคิดสร้างสรรค์ คิดเป็น วิเคราะห์เป็น
- มีการปรับบุคลิกภาพของตนให้ดีขึ้น
สิ่งที่ได้รับในวันนี้ คือเรื่องการพัฒนาบุคลิกภาพ การวางแผนในชีวิตวางเป้าหมายและไปทำงานให้บรรลุเป้าหมาย มุ่งมั่นตั้งใจ ทำตามเป้าหมายที่วางไวให้สำเร็จ มีความมั่นใจในตนเองเพิ่มมากขึ้น มีจุดอ่อนคือไม่กล้าแสดงออกไม่มีความมั่นใจตนเอง อ่อนวิชาภาษาอังกฤษ แต่พอได้มาฟังการพูดเรื่อง การเตรียมตัวก้าวสู่โลกของการทำงานในยุคโลกาภิวัตน์ ก็มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ต้องพัฒนาตนเองในด้านภาษาอังกฤษให้ดีที่สุด
ได้แนวคิดที่จะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ
รู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้นรู้เป้าหมายตัวเอง
ได้จัดกระบวนการทางความคิด รู้วิธีคิด เข้าใจความหมายของคำว่าคิดเป็น วิเคราะห์เป็น
บอกตัวเองว่า ต้องเป็นเลิศให้ได้
การทำให้เราทำความรู้จักกับตัวเองมากขึ้นทำให้เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนและตั้งใจว่าจะต้องถึงเป้าหมายนั้นให้ได้