
อากาศยามเช้าที่ลานสมเด็จ
6 ก.พ. 54 มน.
“ มหา...วิทยาลัย ช่างยิ่งใหญ่สดใส โสภา
หลายคน อดทน ดั้นด้นมา กี่คนเล่าหนาจะฝ่าพ้นได้ชัย
น้องจ๋า.....น้องมาจากไหน เป็นผู้ใดคงไม่สำคัญ
จากวัยเรียนทีต้องพากเพียรแข่งขัน
น้องจะฝัน ยึดมั่นทางสายใด ฯลฯ.........“ (กรุณาร้องเป็นเพลง )
สิบเอ็ดชั่วโมงเศษๆ กับการได้สูดอากาศที่จังหวัดพิษณุโลก สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยนเรศวร เพลงที่ดังกึกก้องอยู่ในห้วงความคิดของเราหาใช่มาร์ชมน.อย่างที่ควรจะเป็น กลับกลายเป็นว่าเพลงรับน้องเพลงหนึ่งที่กินใจเรามาตั้งแต่สมัยอยู่ปีหนึ่งผุดขึ้นมาแทนที่
06.30 น. ณ. ลานสมเด็จ วันนี้วันซ้อมใหญ่ (รับปริญญา)
อากาศยามเช้าที่ลายสมเด็จฯ ไม่หนาวนัก เย็นสบาย เรากำลังนั่งที่ลาน มองเหม่อไปยังเหล่าบัณฑิตที่ทยอยเดินไปที่โดมเพื่อถ่ายรูปหมู่รับปริญญา บางคนมาคนเดียว บางคนมากับคนรู้ใจ บางคนมาเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ไม่ว่าจะมากันกี่คน สิ่งที่เราสัมผัสได้คือความอิ่มเอมใจ ความสุขใจ ของวันที่รอคอยมาเนิ่นนาน
เพลงข้างต้นยังกระหึ่มก้องในโสตประสาท ครั้งหนึ่งตัวเราเองก็เป็นบัณฑิต ได้ใส่ชุดครุยนางฟ้า ได้แต่งหน้า ได้ช่อดอกไม้ ได้ยิ้มใส่กล้องจนขี้เกียจ ร้องเท้าคัตชูกัดส้นจนต้องถอดเดินเท้าเปล่า สิ่งเหล่านั้นเหมือนพึ่งเกิดขึ้นมาเมื่อไม่นาน อันที่จริงต้องบอกว่ามันพึ่งเกิดมาเมื่อครั้งงานรับปริญญาปีที่แล้วนี้เอง
ปีที่แล้วเราอยู่ในงานเพราะเป็นคนสวมชุดครุย
ปีนี้เราอยู่ในงานเพื่อเป็นคนให้ช่อดอกไม้กับคนที่สวมชุดครุย...
สถานที่เดียวกัน ต่างเวลา ต่างสถานะ ต่างหน้าที่ แต่สุขใจได้เหมือนๆกัน
ความรู้สึกตอนเป็นคนได้รับช่อดอกไม้......... สุขใจที่มีคนรัก คนปรารถนาดี คนเอาใจใส่
ความรู้สึกตอนเป็นคนให้.............. สุขใจที่ได้ทำสิ่งดีๆ ให้กับคนที่ตัวเองรัก
มานั่งนึกดูแล้ว ดีจริงๆที่ตัดสินใจมางานรับปริญญาในครั้งนี้ราวกลับหน้าที่หนึ่งอย่างได้จบลง ถ้าไม่ได้มาคงค้างคาใจไปอีกหลายปีหลายวัน
5 ก.พ. 54
เป็นเช้าวันเสาร์ที่ตื่นเกือบสิบโมงเช้า ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม คว้าได้ผ้าพันคอก็เดินลงไปรดน้ำสวนสมุนไพร เช้าวันหยุดอย่างนี้เป็นหน้าที่ของเราโดยตรงที่ต้องมารดน้ำสวน เพราะเป็นวันหยุดของอสม. ระหว่างที่รดน้ำสวนสมุนไพร ก็คิดวกวนถึงหน้าที่ที่ต้องทำในวันนี้
ต้องเคลียร์โครงการ ต้องหาที่ลงสมุนไพร ต้องโน่น นี่ นั่น วุ่นวายไปหมด ตั้งใจว่าหลังทานมื้อเช้า (ที่รวบรัดเอาเป็นมื้อเดียวกันกับมื้อเที่ยง) ถึงจะเริ่มลงมือทำงาน รดน้ำสมุนไพรเสร็จแล้ว ขึ้นมาอาบน้ำอย่างสบายใจ ขณะกำลังรีดผ้า ความคิดก็วกกลับเข้ามาถึงทางแยกสามทางตั้งแต่เมื่อเย็นวันศุกร์
หนึ่ง – วันหยุดนี้พี่สาวที่เรารักชวนไปร่วมทริปเดินทางด้วยกัน
สอง – งานรับปริญญาน้องสาวที่สนิทซ้อมใหญ่วันที่ 6 ก.พ. 54 ถ้าจะไปก็ต้องเดินทางวันศุกร์วันเสาร์ วันจริง( 7 ก.พ. 54 )มีงานต้องทำไปร่วมไม่ได้
สาม – ไม่ไปไหนทั้งนั้นต้องอยู่รดน้ำสมุนไพรที่พึ่งซื้อมา
สมุนไพรได้น้ำแล้วเช้าวันนี้ เกิดนึกเสียดายสองทางที่เหลือ ถ้าตอนนี้ไปงานรับปริญญาน้อง คงจะพาน้องไปเลี้ยงข้าวและสังสรรค์กับเพื่อนๆที่มน. ทางที่พี่สาวชวนไปทริปคงไม่มีหวังแล้วเพราะว่าพี่สาวคงเดินทางในวันศุกร์ ....
จู่ๆ ความรู้สึกอยากจะไปพิษณุโลกก็อื้อขึ้นมาในความรู้สึก อยากไปจนคุมตัวเองไม่อยู่ ถ้าไม่ได้ไปงานครั้งนี้มีความรู้สึกว่าตัวเองจะเสียใจไปตลอดชีวิต (ออกแนวเวอร์) หันไปมองนาฬิกา โห้..............นี่มันจะเที่ยงแล้ว ไปตอนนี้คงจะถึงที่โน่นตอนค่ำ เอาเหอะ.........ไป
คิดได้ดังนั้นเลยเก็บของตึงตัง อารมณ์รีบทำให้ไม่เอาอะไรใส่กระเป๋ามากนัก ชุดก็ไม่เอาไป เดินแกมวิ่งเข้าไปที่สอน. วันนี้เวรอ้อยใจ โผล่หน้าเข้าไปปุ๊บ!! รีบตะโกนบอกน้อง
“ อ้อยใจไปส่งพี่หน่อย พี่จะไปพิดโลก “
อ้อยใจที่กำลังนั่งเล่นเกมส์กับน้องจ๋อย (น้องชายอ้อยใจ) หันมามองเราหน้างงๆ ที่จริงอ้อยใจมาค้างด้วยเมื่อคืนค่ะ (ปกติเวลาขึ้นเวรอ้อยใจจะมานอนด้วยที่ห้อง) และอ้อยใจก็ถามเรามาตั้งแต่วันจันทร์แล้วว่าเราเลือกทางไหนในสามทาง สุดท้ายเราก็รักสมุนไพร อ้อยใจก็ก็รับรู้......เรารู้ อ้อยใจงงที่เราเปลี่ยนคำตอบปุบปับ
“ ไปไม่ได้ ไม่มีรถ “
แป่ว........... ไม่มีรถ หมายความว่าไม่มีรถสำหรับไปส่งเราที่บขส.ภูเวียง ในใจตอนนั้นคิดภาพตัวเองเดินอยู่ลานสมเด็จ ฯ แล้วค่ะ เลยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ....มันต้องมีทางออกซิ ....จะไปให้ได้เลยคอยดู