อนุตรวิมุตติ
การตรัสรู้อย่างยอดเยี่ยม
๑. โยนิโสมนสิการ – การทำไว้ในใจโดยแยบคาย หรือการทำไว้ในใจอย่างดียิ่ง หรือ การทำนิมิตหมายไว้ในใจอย่างฉลาด
๒. โยนิโสสัมมัปปธาน - ทำความเพียรอันนั้นอย่างยอดยิ่ง
เอกายมัคโค
ทางสายเอก ทางที่เป็นหนึ่งที่มุ่งตรงสู่พระนิพพาน หรือ ธรรมธาตุ นั้นคือ การพิจารณา กายในกาย หรือกายย่อยในกายใหญ่ ในสติปัฏฐาน ๔ เพราะสิ่งที่เรายึดมั่นหมายมั่นในทุกๆสิ่งนั้นเกิดจากเรา ได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ลิ้มรส ได้สัมผัสทางกาย และสัมผัสทางใจ เกิดจากวิญญาณ (ความรู้แจ้งทางอายตนะทั้ง ๖) เราก็ไปยึดมั่น จากวัตถุรูป นาม ภายนอกบ้าง ภายในบ้าง เพราะฉะนั้นในการพิจารณา เราก็ทำนิมิตไว้ในใจ ให้ร่างกายเรานี้ เป็นเพียงเม็ด อัตตาหนึ่ง สิ่งที่เราได้เห็น ได้ยิน หรือรู้ได้นั้นก็เป็นอัตตา หนึ่งเท่านั้น เราก็เพียรทำเรื่อยไป เมื่อมันเหมือนกันแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ ป่าไม้ ภูเขา แสงแดด ทะเล มหาสมุทร ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ไม่มีราคาสำหรับเรา เราก็ไม่ยึดมั่นถือมั่น มันก็ปล่อย เกิดวิมุตติขึ้นมาในใจทีละเล็ก ทีละน้อย ทำเรื่อยไปเหมือน หยดน้ำลงแก้ว พอเต็มเมื่อไร ก็จะเกิดสัญญาณขึ้นมีแสงแว๊บ ซึ่งเป็นลักษณะของผัสสะทางใจขาด ใจเข้าสู่ความเป็นกลาง จากนั้น มันจะปฏิวัติตัวเอง ใจนี้จะสัมผัสกับนิพพาน ที่เรียกกันว่าเห็นพระนิพพาน แต่ไม่ได้เห็นด้วยตา แต่เป็นการที่ใจสัมผัสได้ จะมีข้อธรรมผุดขึ้นมา แล้วจะมีลักษณะเย็นรดใจ คราวนี้จะปวดหัวอย่างมาก เนื่องจากเขาปฏิวัติตัวเขาเอง ให้เป็นมหาสติ มหาปัญญา มีสติปัญญาอัตโนมัติพิจารณาธรรมะที่ผุดอกมาตลอดเวลา ไม่มีกลางวันกลางคืน นิวรณ์ ๕ หายไปหมด มีแต่ความสุขเย็นใจ มีการพิจารณาธรรมตลอด(ธัมมวิจย) เองโดยตัวสังขาร(ร่างกาย)ภายนอกนี้ ไม่ได้บังคับหรือไปปรุงแต่งมัน เป็นเวลาตลอด ๗ วัน ในช่วง ๔-๕ วันแรก จะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย แต่ก็ไม่รู้สึกง่วงนอนแม้แต่น้อย แต่ร่างกายต้องการพักผ่อน ตามสภาพของมันแล้ว มันก็จะหลับพักผ่อน ถ้าไปถึงที่สุดแล้วแม้จะพยายามนอนเท่าไร่ มันก็นอนไม่หลับ ที่กล่าวกันว่า
โพชฌงค์ ๗ -- องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ มี
๑. สติ - ระลึกรู้สึกตัวในการพิจารณษธรรม
๒. ธมมวิจย - คิดพิจารณาข้อธรรมที่ผุดขึ้นมา(ปฏิจจสมุปบาท)
๓. วิริยะ - เพียรทำในการคิดพิจารณาไม่มีกลางวันไม่มีกลางคืน ติดต่อกันตลอดในช่วง ๗ วัน
๔. ปิติ - มีความอิ่มใจ เย็นใจ สบาย
๕. ปัสสัทธิ - สงบทั้งกาย มีลมหายใจอันละเอียด สงบทั้งใจ
๖. สมาธิ - ในการพิจารณาธรรมนั้น
๗. อุเบกขา - แล้ววางเฉยในอาราณ์ทั้งปวงที่กระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย
ที่ขอกล่าวเรียกขานว่า “ โพชฌงค์ในโลกุตตรภูมิ"
การดำเนินของโพชฌงค์จะมี ๒ ลักษณะ คือเมื่อกำลังจะก้าวไปสู่การรู้แจ้ง และเมื่อล่วงเข้าสู่การรู้แจ้งธรรมแล้ว ก็จะมีลักษณะที่เป็นโพชฌงค์ ๗ ประกอบเป็นธรรมะอยู่
นั่นเองเป็นการจัดการองค์ความรู้อย่างสมบูรณ์ ในการพิจารณาปล่อยวางจากขันธ์ ๕ ในตัวตนเราเขา
และเมื่อเรานำมาประยุกต์ใช้กับการเรียนรู้ในสาขา วิชา อื่นๆ ก็ใช้วิธีดังที่กล่าวมา
มาน้อมนำธรรมเข้าสู่ใจครับพระคุณเ้จ้า
ขอบคุณมากท่านอาจารย์ ดร. ที่เข้ามาเยี่ยมบล็อก