มติชนตีพิมพ์บทวิเคราะห์ เพื่ออธิบายเหตุการณ์ปะทะกัมพูชา-ไทย, เรียนเสนอให้ท่านผู้อ่านแวะไปอ่าน เพื่อให้รู้เขา-รู้เรา, เข้าใจไทยและกัมพูชา (ขแมร์) ดีขึ้น
ขอเรียนเสนอให้คนไทย "ไม่สนับสนุน" กลุ่มหัวรุนแรง (ชาตินิยมขวาจัดแบบหลงชาติ ไม่รับฟังคนอื่น และไม่เห็นใจคนส่วนใหญ่ - นักวิชาการหลายท่านจัดกลุ่มเป็นพวกนาซีใหม่ หรือสาวกฮิตเลอร์) ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มในไทย หรือในกัมพูชา
.
เดิมขอมเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคนี้มาก่อน และใช้การปกครองแบบโหดเหี้ยมตามแบบฉบับศาสนาพราหมณ์ 
.
พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประกาศตั้งชาติไทยโดยยึดหลักการปกครองแบบพ่อกับลูก ลดความโหดร้าย รับพระพุทธศาสนา รวมคนหลายเชื้อชาติ (ชาติไทยมีลักษณะเด่น คือ มีความสามัคคีในท่ามกลางความหลากหลาย) เข้ามาเป็นชาติไทย
.
"ความสามัคคีในท่ามกลางความหลากหลาย" ทำให้คนไทยรบกับชาติที่ยิ่งใหญ่กว่า หรือรักษาชาติให้อยู่รอดปลอดภัยได้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นขอมในอดีต พม่า และอดีตอาณานิคมฝรั่งเศส-อังกฤษ
.
ผู้เขียนเชื่อว่า คนไทยส่วนใหญ่และชาวกัมพูชา (ขแมร์) ส่วนใหญ่ไม่อยากให้สงครามนี้เกิดขึ้น คนส่วนใหญ่ต้องการทำมาหากิน ศึกษาเล่าเรียน ต้องการสันติภาพหรือสันติเภียพ 
.
คนไทยและคนกัมพูชา (ขแมร์) ส่วนใหญ่ไม่ควรสนับสนุนคนกลุ่มน้อยหัวรุนแรง ทั้งในกัมพูชาและไทย
ประเทศไทยตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างชาติที่มีความเป็น "ชาตินิยม" ซึ่งชนกลุ่มใหญ่มีความบริสุทธิ์ของเผ่าพันธุ์สูง (ผสมข้ามเผ่าพันธุ์น้อย มีความหลากหลายทางพันธุกรรมหรือ DNA ค่อนข้างน้อย) คือ ทางตะวันตกเป็นพม่า ทางตะวันออกเป็นกัมพูชา
.
การใส่ใจศึกษา ค้นคว้าหาความรู้เรื่องเพื่อนบ้าน จะช่วยให้คนไทย "รู้เขา-รู้เรา" เอาตัวรอดจากแนวคิดชาตินิยมหลงชาติ และหาทางอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านโดยสันติได้ในระยะยาว
.
ขอให้เหตุการณ์นี้ผ่านพ้นไป โดยทุกคนทุกฝ่ายเดือดร้อนน้อยที่สุด และขอแสดงความชื่นชมรัฐบาล-กองทัพไทยที่ใช้ความอดทน อดกลั้นตามแบบอย่างที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงวางรากฐานชาติไทยไว้ด้วยดี
.
ขอให้ชาวกัมพูชา (ขแมร์) และชาวไทยอยู่รอดปลอดภัยจากกลุ่มชาตินิยมหัวรุนแรง
.
กราบเรียนและเรียนมาด้วยความเคารพ
.