ทุกวันนี้ ฉันสะทก สะท้อนใจ ผู้ชอบขอ มักเป็นใคร ก็ไม่รู้
1. ฉันเขียน บทกวี ที่ทุ่งทอง ทุ่งของ ชาวนา ผู้กล้าหาญ
ลงแรง ลงเหงื่อ เพื่อการงาน สร้างข้าวสาร เป็นข้าวสุก แม้ทุกข์ทน
2. ทนทุกข์ เพราะเป็นหนี้ ทั้งปีชาติ อยู่ใต้ อำนาจ ความหมองหม่น
คุ้นชิน กับนิยาม คำว่า "จน" ดิ้นรน เพื่ออยู่รอด และปลอดภัย
3. ฉันบันทึก ถึงชาวนา ผู้กล้าแกร่ง แต่ไร้แรง งอนง้อ ขอใครได้
ทุกวันนี้ ฉันสะทก สะท้อนใจ ผู้ชอบขอ มักเป็นใคร ก็ไม่รู้
-ปณิธ ภูศรีเทศ-
(ภาพสีน้ำ:ทุ่งนา ต.บ้านกร่าง-ปณิธิ)
สวัสดีค่ะ
หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินกินอดอยาก
ความลำบากเป็นเพื่อนเยือนเสมอ
สิ่งสวยงานเลิศหรูไม่เคยเจอ
แต่ไม่เคยทะเยอเพ้อคร่ำครวญ
ขอหัวเราะเยาะเย้ยทุกข์ยากขวากหนามลำเค็ญ
คนยังคงยืนเด่นโดยท้าทาย.........
ขอศรัทธา...คงอยู่กับชาวนา เอาใจช่วยให้พลิกฟ้า....
ขอบคุณนะคะ...คนพิเศษ.. ที่ชีวิต หนึ่งวันมียี่สิบห้าชั่วโมง
ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก จะหนักอก
คงต้องยก เป็นปัญหา น่าปวดหัว
ข้าวของขึ้น ราคา จนตามัว
แต่ทรงตัว ราคาข้าว ของชาวนา..เฮ้อ!
ไม่คิดเลื่อนลอยมาจากฟ้าไหน
เป็นเพียงดาวแฝงร่างกลางผืนน้ำ
กระเพื่อมพรำพร่าไหวไม่ส่องแสง
เป็นเพียงเงาดาริกาคราลับแลง
เป็นดาวแสร้งแกร่งกล้าท้าชีวี..
อย่างไรก็ภูมิใจและบอกใครๆเสมอว่าเราเป็นลูกชาวนา