Sociogram กับการวิเคราะห์มิติสังคมเพื่อสร้างพลังกลุ่มปัจเจกและทีมวิจัยในวิจัยแบบ PAR

วิธีคิดและสมมุติฐานในการวิจัยแบบ PAR ต่อปัจเจกและชุมชน

ดังที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่าการวิจัยแบบ PAR ในแง่หนึ่งก็เป็นการพัฒนาเครื่องมือและวิธีการทางวิชาการเพื่อเชื่อมโยงงานทางความรู้และบทบาทของพลเมืองที่ภาควิชาการสร้างขึ้นให้เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสาขาต่างๆ โดยมุ่งเสริมพลังการพัฒนาตนเองของชุมชนให้สามารถบรรลุสุขภาวะอันพึงประสงค์ได้มากขึ้น ซึ่งภายในวิธีทำงานวิจัยแนวนี้ ก็จะมีวิธีคิดและสมมุติฐานในการปฏิบัติการวิจัยที่สามารถนำมาเป็นหลักคิดจัดกระบวนการและนำเอา Sociogram มาใช้ได้ คือ :

  • ชุมชนมิใช่เพียงเป็นภาชนะที่ว่างเปล่าหรือมิใช่เป็นเพียงที่รวมของปัญหาที่รอคอยบริโภคความช่วยเหลือที่ภาครัฐและผู้อื่นจะหยิบยื่นให้ อยู่ตลอดเวลา
  • แต่ชุมชนและปัจเจกเป็นโอกาสและทุนศักยภาพในการพึ่งตนเองเพื่อแก้ปัญหาของตนเอง เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ และเป็นเป้าหมายหลักของการบรรลุจุดหมาย
  • ทุกคนมีพลังชีวิตแห่งการเรียนรู้ที่มีความเฉพาะตนอยู่ในตนเอง มีพลังการเผชิญปัญหา มีประสบการณ์และภูมิปัญญาจากการดำเนินชีวิตและการประพฤติปฏิบัติผ่านห้วงเวลาต่างๆในชีวิต มีความรู้ที่เป็นหนึ่งอยู่กับวิถีชีวิต รวมทั้งมีพลังการปรับตัวเพื่อจะจัดวางตนเองและรวมกลุ่มเป็นผู้นำแบบรวมกลุ่มด้วยความสำคัญที่มีต่อกันในเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
  • การเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาและมุ่งบรรลุความจำเป็นของชุมชนได้อย่างยั่งยืนและสนองตอบต่อความต้องการของชุมชนและกลุ่มปัจเจกได้ดีที่สุด จะมาจากชุมชนผู้เป็นเจ้าของปัญหานั้นนั่นเอง

ด้วยวิธีคิดและสมุมติฐานดังกล่าวนี้ การวิจัยแบบ PAR จึงเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของปัจเจกทุกคนและชุมชนนั้นมีความหมาย ทุกคนสามารถเรียนรู้ เป็นผู้นำ เป็นสมาชิก และเป็นปัจจัยศักยภาพในการจัดการอย่างมีส่วนร่วมที่ก่อรูปและเคลื่อนไหวภาคปฏิบัติการเชิงสังคมได้เป็นอย่างดีทุกคน

Sociogram : การวิเคราะห์ทุนศักยภาพและสังคมมิติเชิงโครงสร้าง
เพื่อจัดวางแและปฏิบัติการสังคมบนกระบวนการสร้างทีมวิจัยแบบ PAR

โดยทั่วไปนั้น เครื่องมือ Sociogram หรือการวิเคราะห์สังคมมิติ หรือการวิเคราะห์มิติสังคมภายใต้ประเด็นความสนใจร่วมกัน เป็นเครื่องมือเพื่อวิเคราะห์ชุมชนเพื่อค้นหาผู้นำ จึงอาจจะพบว่ามีการเรียกว่า วิธีระบุผู้นำและวิเคราะห์สังคมมิติภายใต้ภาวะผู้นำดังกล่าวนั้น Leaders Spotting ซึ่งมักจะใช้ในงานพัฒนาชุมชน

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเคยได้ประยุกต์ใช้วิธีนี้ในการทำวิจัยเพื่อพัฒนาระบบจัดการตนเองของชุมชนด้วยกระบวนการวิจัยแบบ PAR ซึ่งเรียกการวิจัยแนวปฏิบัติชุมชนอย่างนี้ว่า การวิจัยแบบ CO-PAR : Community Organizing Through Participatory Action Research เพื่อสร้างทีมนักวิจัยชาวบ้านและกลุ่มนักวิจัยท้องถิ่นผ่านกระบวนการเรียนรู้ตนเองทั้งในระดับปัจเจกและในระดับองค์กรจัดการตนเองทางด้านต่างๆ เช่น การวิเคราะห์ศักยภาพ ภาวะผู้นำ และพื้นฐานการจัดการตนเองในชุมชน ซึ่งการสะท้อนผลจากการทำสิ่งต่างๆด้วยกันได้ของกลุ่มชาวบ้านและกลุ่มผู้คนที่หลากหลาย จึงทำให้พบว่าวิธีวิเคราะห์ทุนศักยภาพและสังคมมิติ สามารถนำมาสร้างกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมและใช้เป็นเครื่องมือในการวิจัยแบบ PAR ได้เป็นอย่างดี

Contextuality and Experience-Based Knowledge : วิธีคิดที่สำคัญในวิธีวิเคราะห์ Sociogram

การวิเคราะห์ภาวะผู้นำและทุนศักยภาพของปัจเจกแต่ละคน รวมทั้งวิเคราะห์สังคมมิติภายใต้ประเด็นการวิเคราะห์เหล่านั้น เป็นการเรียนรู้ชุมชนและสร้างความรู้จากความเป็นจริงในบริบทของชุมชนหรือกลุ่มปัจเจก โดยเชื่อว่าปัจเจกและชุมชนเป็นองค์รวมของกันและกัน

ความสามารถดำรงอยู่ได้ด้วยกันของชุมชนและสมาชิกภายในชุมชนหนึ่งๆ เป็นสิ่งบ่งชี้ที่เราจะให้ข้อสันนิษฐานไว้ได้ประการหนึ่งว่า ทุกคนย่อมต่างก็มีความหมาย มีคุณค่า มีความสำคัญ และต่างพึ่งพากันทางใดทางหนึ่ง ดังนั้น เมื่อสามารถระบุทุนสักยภาพและสังคมมิติดังกล่าวออกมาได้ ก็จะทำให้ปัจเจกกับชุมชนได้เรียนรู้ตนเอง เกิดความสำนึกสาธารณะและความเชื่อมั่นชัดเจนต่อตนเองมากยิ่งๆขึ้น พร้อมทั้งสามารถพัฒนาระบบปฏิสัมพันธ์และการจัดการตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ บนพื้นฐานศักยภาพและความเป็นจริงที่มีเป็นทุนเดิมของตนเอง ซึ่งจะทำให้กระบวนการวิจัยสามารถเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งขึ้นได้จากสิ่งที่ชุมชนมีและเป็น

ประโยชน์และความสำคัญต่อการประยุกต์ใช้ในการวิจัยแบบ PAR

  • การให้ประสบการณ์ทางสังคมอย่างมีความหมาย : เป็นวิธีเรียนรู้จากกิจกรรมและสร้างกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมอย่างมีส่วนร่วม ที่ชุมชนสามารถใช้ประสบการณ์และความรู้จากวิถีชีวิตเพื่อพึ่งตนเองในการร่วมคิดร่วมปฏิบัติได้
  • ใช้ถอดบทเรียนและจัดกระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์ : เป็นวิธีเรียนรู้ตนเองของปัจเจก ชุมชน และกลุ่มประชาคม
  • ใช้วิเคราะห์ชุมชนและระบุโครงสร้างทางสังคม : เรียนรู้ชุมชนและร่วมกันค้นหาผู้นำทางด้านต่างๆ พร้อมกับวิเคราะห์ระบบและโครงสร้างทางสังคมในชุมชนและกลุ่มก้อนของตนเองได้อย่างสอดคล้องกับประสบการณ์และความเป็นจริงที่ยังคงมีบทบาทต่อการเคลื่อนไหววิถีชีวิตชุมชนอยู่ต่อไป
  • สร้างความรู้เพื่อวางแผนโดยอ้างอิงกับความเป็นจริงของชุมชน : สร้างข้อมูลและรวบรวมความรู้มิติต่างๆของชุมชนเพื่อนำมาวิเคราะห์และวางแผนได้อย่างสอดคล้องกับประสบการณ์และความรับรู้ของชุมชน สะท้อนการยอมรับและสร้างสำนึกความเป็นเจ้าของผู้ริเริ่มได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง
  • การวางแผนและพัฒนาประชากรศึกษาชุมชนและการจัดการอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน : เป็นนวัตกรรมวิเคราะห์และวางแผนพัฒนาประชากรศึกษาชุมชนที่เปลี่ยนแนวคิดจากการใช้จำนวน ความหนาแน่น และการกระจายตัวทางประชากรต่อพื้นที่ ให้เป็นมิติศักยภาพที่หลากหลาย ภาวะผู้นำ การกระจายตัว โครงสร้างและการปฏิสัมพันธ์ของความเป็นชุมชน บนหน่วยทางประชากรที่ศึกษา รวมทั้งสามารถเกิดหน่วยปฏิบัติการและหน่วยจัดการตนเอง เพื่อเป็นยุทธศาสตร์ปฏิบัติการและเคลื่อนไหวสังคมตามวัถุประสงค์ต่างๆที่ชุมชนต้องการได้
  • เป็นเครื่องมือจัดเวทีชุมชน : เป็นเครื่องมือสร้างการปรึกษาหารือ ระดมสมอง และสร้างการเรียนรู้เป็นชุมชนที่มีประสิทธิภาพ
  • เป็นเครื่องมือนำเสนอข้อมูลชุมชนที่ทรงพลัง : วิทยากร นักสื่อสารเรียนรู้ นักวิจัย ทีมวิจัยชาวบ้าน กลุ่มประชาชน ตลอดจนผู้นำชุมชนและองค์กรต่างๆ สามารถใช้เป็นเครื่องมือนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพและมิติสังคมภายใต้ประเด็นต่างๆได้เป็นอย่างดี

กระบวนการและขั้นตอนการวิเคราะห์ Sociogram

  • หน่วยในการวิเคราะห์ : หน่วยการวิเคราะห์จะเป็นระดับบุคคล หรือระดับใดก็สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ตามที่ต้องการ เช่น ระดับกลุ่มก้อนหลายกลุ่ม ชุมชนหลายชุมชน หน่วยงานหลายหน่วยงาน กลุ่มทางสังคมหลากลุ่ม เหล่านี้เป็นต้น
  • ค้นหาประเด็นสำคัญของชุมชน : ระดมความคิดเพื่อค้นหาประเด็นความจำเป็น ประเด็นการวิจัย ประเด็นสาธารณะ และประเด็นคำถามจากสภาพปัญหาหรือความจำเป็นของชุมชน เพื่อสำรวจสภาวการณ์ ความจำเป็น และความสนใจร่วมกันของชุมชน ซึ่งสิ่งที่ได้จากการระดมความคิด ๑ ประเด็น ก็จะสามารถนำไปเป็นประเด็นการวิเคราะห์ Sociogram ๑ หัวข้อย่อยหรือ ๑ เรื่องต่อไป
  • ตัวอย่างประเด็นความสนใจ  เช่น ด้านการศึกษาเรียนรู้ของเด็กและลูกหลาน สุขภาพ การทำงาน การทำมาหากิน การปรับทุกข์ การพัฒนาสิ่งสาธารณะของชุมชน การป้องกันโจรผู้ร้าย เหล่านี้เป็นต้น
  • ประเด็นความสนใจเพื่อถอดบทเรียนตามหลังการปฏิบัติ : สามารถใช้เป็นกระบวนการศึกษาและวิเคราะห์ตามประเด็นจากการมีประสบการณ์ร่วมกันและประเด็นจากการทำงานต่างๆที่มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปได้อยู่ตลอดเวลา
  • ทำการ์ดเก็บข้อมูล :  เลือกประเด็นที่ต้องการวิเคราะห์แล้วจัดเตรียมการ์ดกระดาษเป็นชุด เท่ากับจำนวนประเด็นความสนใจที่ได้จากขั้นตอนที่ ๑ และต้องการนำเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ด้วย Sociogram ต่อไป แต่ละชุดควรแยกให้เห็นความแตกต่างด้วยกระดาษคนละสี และในชุดหนึ่งๆ จัดเตรียมการ์ดกระดาษสำหรับผู้เข้าร่วมเวที ๑ แผ่นต่อ ๑ คนให้ครบทุกคน
  • กระบวนการเรียนรู้และรวบรวมข้อมูล : จัดกระบวนการวิเคราะห์ตนเองและรวบรวมข้อมูลแต่ละประเด็นด้วยการให้แต่ละคนเขียนข้อมูลลงไปกระดาษการ์ดที่จัดเตรียมไว้ให้
  • ต่อกระดาษหลายแผ่นติดผนังเพื่อวาดรูปวิเคราะห์ด้วยเวที : วาดรูปแผนภาพวิเคราะห์ Sociogram ตามข้อมูลที่รวบรวมได้ด้วยการ์ด ลงบนแผ่นกระดาษขนาดใหญ่ที่ติดบนผนัง
  • วิเคราะห์ อ่าน และแปรผล : วิเคราะห์ อภิปรายเพื่อให้ความหมาย
  • ยกระดับวงจรปฏิบัติ : วางแผนเพื่อสะท้อนสู่ปฏิบัติการดังที่ต้องการในลำดับต่อไป 

การดำเนินการ

                          

ภาพที่ ๑ เตรียมการ์ดกระดาษ : การ์ดกระดาษ ๑ แผ่นสำหรับให้แต่ละคนที่ร่วมเวทีชุมชนกรอกข้อมูลตามความเป็นจริงของตนในประเด็นที่หยิบยกมาหารือหรือระดมสมอง แต่ละประเด็นใช้กระดาษ ๑ แผ่น เจ้าของการ์ดผู้กรอกข้อมูลให้เขียนชื่อตนเองด้านมุมบนขวา และเมื่อตั้งประเด็นให้ทุกคนลงความเห็นในประเด็นต่างๆแล้ว เจ้าของกระดาษผู้กรอกข้อมูลมักอ้างอิงถึงกลุ่มคน องค์กร หรือปัจเจกผู้ใด ก็ให้ระบุโดยเขียนชื่อลงไปที่กลางกระดาษ

                          

ภาพที่ ๒ การตั้งคำถามและระดมความคิดผ่านการรวบรวมข้อมูลจากประสบการณ์ของแต่ละคน

ตัวอย่างการตั้งคำถามและบอกประเด็นให้ทุกคนกรอกข้อมูล เช่น

ในกลุ่มหรือชุมชนของท่าน ทางด้านการพัฒนาสุขภาพและเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ท่านมักไปขอความร่วมมือหรือมักนึกถึงใครที่เป็นผู้นำในประเด็นนี้สำหรับท่าน ซึ่งจากตัวอย่าวงสมมติ ผู้เป็นเจ้าของการ์ดได้แก่ วิรัตน์ และในประเด็นนี้ วิรัตน์ ต้องการให้ข้อมูลว่า รุจิรา เป็นผู้นำในทรรศนะของเขา ก็ใช้การ์ด ๑ แผ่นเขียนข้อมูลลงไปดังภาพ ทำไปจนครบทุกประเด็น

                          

ภาพที่ ๓ การวิเคราะห์และเขียนภาพแสดงภาวะผู้นำและสังคมมิติภายใต้ประเด็นที่ทำการศึกษาวิเคราะห์ในเวทีชุมชน

  • ติดกระดาษกับผนังแผ่นใหญ่ที่เห็นได้ทั่วกันทั้งเวที และจัดเวทีให้กลุ่มผู้ร่วมเวทีสามารถระดมความคิดเห็น อภิปราย และมีส่วนร่วมไปด้วยกัน เป็นกลุ่มก้อนของการวิจัยและร่วมกันเก็บรวบรวมข้อมูล
  • เขียนวงกลมเล็กๆดังภาพที่ ๒ เพื่อเป็นเครื่องหมายแทนสมาชิกในเวทีครบทุกคน ๑ คน ๑ วงกลม กระจายเป็นระยะๆทั่วกระดาษบนผนัง พร้อมกับเขียนชื่อลงไปในเครื่องหมายของแต่ละคน
  • นำเอาข้อมูลในกระดาษการ์ดแต่ละแผ่นมาเขียนเป็นภาพแสดงมิติสังคม
  • ในการ์ดแต่ละแผ่น ชื่อของเจ้าของการ์ดซึ่งอยู่มุมบนขวาให้เป็นชื่อด้านเริ่มต้นของลูกศร และชื่อที่ระบุอยู่ตรงกลางแผ่นการ์ดให้เป็นปลายของลูกศร ๑ เส้น
  • การ์ดชุดเดียวกันจะเป็นประเด็นเดียวกัน ก็ให้ใช้สีปากกาที่ใช้วาดลูกศรสีเดียวกัน ทำจนครบทุกแผ่นและทุกประเด็นดังภาพที่ ๓

การวิเคราะห์ ความหมาย และการแปรผล

  • ลูกศรชี้ออกหมายถึงมุ่งไปพึ่งพาผู้อื่นในประเด็นนั้นๆ และลูกศรชี้เข้า หมายถึง มีผู้ถือเป็นที่พึ่งหรือถือเป็นผู้นำในประเด็นนั้นๆ
  • จำนวนและความหลากหลาย บ่งบอกถึงศักยภาพและความมีบทบาทเชื่อมโยงกับผู้อื่นในระดับมากน้อยไปตามปริมาณและความหลากหลายของสีลูกศร
  • ภาพจากตัวอย่างสมมติ จะเห็นได้ว่า ปัจเจกทุกคนในชุมชนหนึ่งๆนั้น จะมีทุนศักยภาพอยู่ในตนเองทุกคน แต่ละคนจะมีบทบาทของตนเองจากการสร้างขึ้นให้โดยผู้อื่น และจากการปฏิสัมพันธ์ของตนเองกับผู้อื่น แตกต่างหลากหลายกันไป
  • ทุกคนมีลูกทุกคนมีบทบาทในความเป็นผู้นำและผู้ตาม รวมทั้งต่างก็พึ่งพากันในแง่มุมที่แตกต่างกันไป การรวมกลุ่ม ความเป็นประชาคม รวมทั้งการอยู่ร่วมกันในชุมชน จึงทำให้ทุกคนต่างเติมเต็มและเป็นปัจจัยเพื่อการบรรลุจุดหมายต่างๆของกันและกัน เป็นองค์ประกอบในความมีสุขภาวะร่วมกัน
  • ในประเด็นต่างๆนั้น หากผู้ใดมีลูกศรวิ่งเข้าหามาก ก็ทำให้วิเคราะห์และทราบได้ว่าในประเด็นนั้นๆ หากผู้นั้นเกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ก็จะส่งผลให้มีความตื่นตัวและเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปในชุมชนด้วย
  • ผู้ที่มีลูกศรชี้เข้าและชี้ออกหลากหลายสี ก็แสดงถึงมีโครงสร้างและการปฏิสัมพันธ์หลายระบบและหลายมิติในชุมชน หากมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ก็จะทำให้เกิดความเคลื่อนไหวมากที่สุดในชุมชน
  • ด้วยวิธีวิเคราะห์ Sociogram ก็อาจจะทำให้เราพบว่า Key Leader กับ Key Informant ในชุมชนหนึ่งๆนั้นอาจจะไม่ใช่คนเดียวกันเหมือนกับมักเชื่อและดำเนินการไปตามอัตโนมัติในงานวิจัยและงานพัฒนาชุมชนโดยทั่วไป
  • Key Leader หรือผู้นำหลัก ได้แก่ผู้ที่มีลูกศรวิ่งเข้าหามากที่สุด แต่การที่จะพิจารณาผู้ที่เป็น Key Informant ของชุมชนนั้น จะต้องพิจารณามิติการสร้างความคิด และการหาข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนความรู้ต่างๆของชุมชนและกลุ่มผู้นำ เช่น จากตัวอย่างนี้ A นั้นเป็นผู้นำหลัก แต่เมื่อต้องการหาความคิดแล้ว A ก็ต้องพึ่งคนอื่นเช่นกัน ซึ่งผู้ที่ A พึ่งนั้น เรียกว่าผู้นำที่อยู่เบื้องหลังและเป็นผู้นำทางการให้ความคิดเห็นแก่ผู้นำหลัก ซึ่งได้แก่ H
  • ขณะเดียวกัน H นั้น เมื่อต้องการศึกษาเรียนรู้และเห็นความเคลื่อนไหวของข้อมูลข่าวสาร ก็มักจะมุ่งไปหา E ดังนั้น สำหรับชุมชนนี้แล้ว E ก็นับว่าเป็นผู้นำทางความรู้และเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่เหมาะสมที่สุดคนหนึ่ง ดังนี้เป็นต้น

วิธีวิเคราะห์ด้วย Sociogram ในลักษณะนี้ สามารถนำมาใช้ในกระบวนการวิจัยแบบ PAR ในขั้นปรึกษาชุมชนเพื่อเรียนรู้ ค้นหาคน พัฒนาทีม และพัฒนาโครงการวิจัยด้วยกันให้เป็นของชุมชนอย่างแท้จริง 

ขณะเดียวกัน ก็สามารถพัฒนาเป็นเครื่องมือจัดกระบวนการเวทีเพื่อถอดบทเรียนเสริมพลังอย่างมีส่วนร่วมไปตามความเป็นจริงที่ปฏิบัติได้ในขั้นตอนต่างๆเป็นระยะๆ ซึ่งชุมชนและกลุ่มประชาคมวิจัยของชุมชนก็จะได้เรียนรู้และเก็บรวบรวมข้อมูลของตนเองไปพร้อมๆกับนักวิจัยสหสาขาที่ร่วมวิจัยและปฏิบัติการไปกับชุมชน.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สุขภาวะชุมชน:Methodology&Field Experiences



ความเห็น (2)

ขอบคุณดอกไม้จากพี่คิมครับ
เป็นเครื่องมือเชิงกระบวนการและวิธีจัดกระบวนการเรียนรู้อีกวิธีหนึ่งที่นำไปใส่ลูกเล่นเพื่อเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้เป็นกลุ่มได้เป็นอย่างดีเลยนะครับ

ขอบคุณดอกไม้จากท่านอ.นุอย่างยิ่งครับ
มีหนูน้อยหมวกแดงเป็นเพื่อนที่น่ารักด้วยนะครับ

หมายเลขบันทึก

424762

เขียน

07 Feb 2011 @ 19:39
()

แก้ไข

13 Sep 2013 @ 22:57
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
ดอกไม้: 3, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก