วันเวลาเหมือนเส้นตรงที่ถูกขีดให้เดินทางไปข้างหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เวลาที่ผ่านเลย-2
โสภณ เปียสนิท
.........................................
อันที่จริงแล้ว วันเวลาเหมือนเส้นตรงที่ถูกขีดให้เดินทางไปข้างหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด คนเก่าแก่อาศัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นจริง เห็นได้ด้วยตา มาเป็นตัวกำหนด จากหน่วยที่เล็กที่สุดไปจนถึงหน่วยที่ใหญ่ที่สุด เช่นการกำหนดวินาที นาที ชั่วโมง วัน สัปดาห์ เดือน ปี ทศวรรษ ศตวรรษ สหัสวรรษ ทสสหัสวรรษ (หมื่นปี) พื้นฐานน่าจะมาจากโลกหมุนรอบตัวเอง และหมุนรอบดวงอาทิตย์ เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติมืดสว่างขึ้น สว่างสมมติเรียกกว่ากลางวัน มืดสมมติเรียกว่ากลางคืน
สรรพสิ่งในโลกนี้คล้ายเป็นเรื่องสมมุติ และถูกผูกให้เป็นทาสของเวลา หรือมีเงื่อนไขร่วมกับเวลาอย่างแยกไม่ออก ชีวิตทุกชีวิตเหมือนเป็นภัสมธุลีในจักรวาลอันไพศาลถูกกำหนดให้กำเนิดขึ้น ดำรงอยู่ชั่วระยะหนึ่ง และล่วงลับดับหายไปในที่สุด เปรียบเทียบทางธรรมน่าจะได้แก่หลักของไตรลักษณ์ คือมีลักษณะ 3 ประการ ไม่ยั่งยืน แปรเปลี่ยน ยึดถือว่าเป็นของเขาของเราไม่ได้
สมองของคนเป็นก้อนสีเทาอยู่ภายใต้กะโหลกด้านหน้า และตรงท้ายทอย มีการพัฒนาให้มีความรู้สึกนึกคิดได้อย่างซับซ้อนลึกซึ้ง ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานต่อเนื่อง ถึงบัดนี้จึงเกิดมีคำสอน สรรพวิทยาการต่าง ๆ อยู่มาก ต่างมีเป้าหมายมุ่งสั่งสอนให้รู้ และเข้าใจโลกและชีวิต ตามที่เป็นจริง เพียงแต่ว่าคำสั่งสอนเหล่านั้นถูกแบ่งแยกไปหลายแขนงยิบย่อย แต่หากจะแบ่งแยกเป็นกลุ่มใหญ่กันจริง ๆ แล้ว ก็จะมีสองกลุ่ม
กลุ่มวิชาที่ศึกษาไว้เพื่อหาเลี้ยงชีพ เริ่มตั้งแต่การเรียนรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย เพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญสร้างสรรค์หรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อการดำรงชีวิต เพื่อสนองความต้องการทางด้านอารมณ์อันไม่มีที่สิ้นสุด อันเป็นหน้าที่ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องศึกษา เช่นต้นไม้ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่เรียนรู้ที่จะเอนตัวออกหนีร่มเงาเพื่อชูยอดให้พ้นเงา ลูกไก่เรียนรู้เรื่องการคุ้ยเขี่ยหากินจากแม่ไก่ เป็นต้น
สวัสดีค่ะ อจ. ที่ให้ความรู้เรื่องจริงของธรรมชาติได้ดีมาก ขอชวนมาร่วมส่งกำลังใจให้ทหารและครอบครัวของเข้าค่ะ
ดีครับที่ช่วยกันส่งกำลังใจให้แก่ทหารหาญและครอบครัว และชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ นักการเมืองโกงกินต้องหมดไป ทหารพานิชย์ควรหมดไป
มิฉะนั้น เขตแดนแผ่นดิน และความเป็นชาติ รักษาไว้ไม่ได้
เขมรยิงชาวบ้านไทย คนไทยหันด่าคนไทยกันเอง
อันนี้แปลกหน่อยนะครับ
นำภาพรุ่งอรุณเหมือนแสงทองส่องชีวิตมาวางไว้ ณ ที่แห่งนี้
เรียนอาจารย์โสภณ ที่เคารพ
อิงจันทร์
สวัสดียามเช้าค่ะอาจารย์
บันทึกนี้พอจะไหลไปได้กับบันทึก"ยามตะวันลับ....ที่ขอบฟ้า"นะคะ
เพราะเกี่ยวกับธรรมชาติและชีวิตของมนุษย์เรา....นี่แหละชีวิต
ส่งภาพตะวันลา....
ก่อนจะถึงพรุ่งนี้นะคะ
คือเรื่องของเรื่องมีคนถามเรื่องกลอน ผมเคยอ่านกลอนในเล่มของช่อประยงค์ คล้ายกับที่ครูเขียนไว้ เลยกะจะเอาไปบอกเขา แต่หาไม่พบ เลยถามไว้
ใช่........นานน้านนานแล้ว จนผมลืม
แต่จำได้ว่า ได้เขียนบอกไว้ในบทกวีของผมเอง โดยลงทุนป้ายเป็นสีไว้ให้ในนั้น ก็ดีไปอย่าง ทำให้ต้องลงทุนเอง
นิดหน่อย อิอิ
ขอบคุณครับที่มาบอก มีเรื่องอื่นจะไปถามใหม่ครับ
ตะวันลาฟ้าไกลจมสายน้ำ
ก่อนจะค่ำดำหมองมองไม่เห็น
เมื่อราตรีคลี่คลุมมุมลำเค็ญ
จะหลบเร้นเพียงใดไม่พ้นเลย
..........................เอากวีบรรยายภาพนี้ซะเลย