วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม 2554

 

ตามจริงผมน่าจะเป็นคนจังหวัดเลยครับ  เพราะเตี่ยเป็นคนเลย แม่เป็นคนเลย  แต่เตี่ยก็พาครอบครัวของเรา ทำมาหากินที่อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ  อย่างไรก็ตาม จังหวัดเลย นับเป็นบ้านหลังที่สองของผม เพราะได้มาประจำ

 

แม่และเตี่ย แต่งงาน อาจจะไม่ใช่นะครับ เพราะสมัยก่อนเคยมีผู้หลักผู้ใหญ่รับรู้ก็อยู่ด้วยกันแล้ว และสังเกตว่า คนสมัยก่อนอยู่เดียวกันนานจนอีกฝ่ายตายจากกัน  

 

วันแต่งงานของเตี่ยและแม่ คงนานมากครับ แต่เตี่ยเป็นช่างถ่ายรูปและมีร้านเดียวในอำเภอ บ้านเราจึงมีความเก่าและแก่มากครับ  นี้คือ ศาลเจ้าปู่หลุบ ที่ผานกเค้า ถ่ายสถานที่เดียวกันครับ แต่ภาพบน (ภาพไหว เพราะถ่ายจากหลังรถกระบะ) คือภาพปัจจุบัน ส่วนล่างภาพเก่าครับ แม่คือผู้หญิงตัวสูง ๆ ข้างหน้า เตี่ยคาดเอวด้วยผ้าขาวม้า และกอดคอเพื่อนครับ

 

แม่อยากกลับบ้านมากครับ ผมก็ผัดผ่อนไปเรื่อย ๆ เพราะติดธุระ ครั้งสุดท้าย กลับบ้านเมื่อ ปี 2550 หลังป่วยประมาณ 2 ปี ที่แม่เดินไม่ได้ แต่วันนั้น แม่อาเจียนมาก จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พวกเรา ไม่อยากให้แม่เดินทางครับ

 

แม่รบเร้ามากครับ ผมก็คิดว่า ถ้าใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายไปก่อน คงไม่ได้ไปแน่ บอกลูกบอกหลาน ไปกันทุกคนครับ เอารถกะบะคันเดียว นั่งหลังด้วย รวม 10 คน  บอกพี่ชายให้ขับรถช้า

ภาพที่งดงามมากที่สุดที่ผมเห็นคือ ลูก ๆ หลาน ๆ ใส่ถุงเท้าให้แม่  ยกตัวแม่  ใส่หมวก  และเข็นแม่ไปทุกแห่งที่แม่อยากไป  ป้อนข้าวแม่  พวกเราทำเหมือนแม่ทำให้เรายังเป็นเล็ก ๆ ผมมีความสุข และรอยยิ้ม  แม่คงชื่นใจไม่น้อย ที่ลูก ๆ หลาน ๆ รักกันครับ

พวกเราแวะถ่ายรูป ตามที่แม่ต้องการทุกแห่งครับ  และพวกเราก็มาถึงบ้านแม่ครับ  อยู่บ้านกำเนิดเพชร  ตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฎเลย  บ้านคุณคุณยายที่แม่อยู่ ไม่มีแล้ว  เหลือแต่บ้านน้องสาวน้องชาย ทุกคนก็เฝ้ารอการกลับมาของแม่

 

แม่ครับ แม่คือทุกสิ่งทุกอย่างของลูกครับ

ถ้าวันนี้ ไม่ได้พาแม่กลับบ้าน  ผมคงไม่มีความสุขมากมายอย่างนี้ครับแม่