สัปดาห์ที่แล้วเป็นการมาบอกเล่าความคืบหน้าว่า เมื่อกลุ่มครูวิชาการได้นำเอาแนวคิดของ Lesson study ไปทดลองใช้กับชั้นเรียนของตน หรือกลุ่มครูที่อยู่ในความดูแลของตนแล้วเกิดผลอย่างไรบ้าง

 

คุณครูป้อม - สิรินยา หัวหน้าพัฒนาหน่วยวิชา ESL เล่าว่า ในการเรียนการสอนหน่วยวิชา ESL ได้ทดลองใช้กระบวนการกลุ่มให้เด็กติดตามเนื้อหา และรวมตัวกันเรียนรู้ ตั้งแต่ขั้นของการคิด การทดลองใช้ไวยากรณ์ และการคิดหาคำตอบ ในกลุ่มจะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้นำเสนอความคิดเห็นของตนเอง โดยมีครูช่วยสรุปประเด็น และโยนโจทย์ให้เด็กเป็นระยะ

พบว่าเด็กติดตามการเรียนรู้ได้ตลอดคาบเรียน และดูมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้มากขึ้น ต่างจากเมื่อภาคเรียนที่แล้วอย่างเช่นได้ชัด ตัวครูก็สนุกในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มากขึ้นเช่นกัน

 

คุณครูโน้ต – สุมนา หัวหน้าพัฒนาหน่วยวิชาคณิตศาสตร์ เล่าว่า ในการเรียนการสอนหน่วยวิชาคณิตศาสตร์สอนเรื่องพื้นที่ เมื่อเด็กทำการทดลองหาพื้นที่บนใบงานของตนแล้วก็นำมาติดแสดงไว้รอบๆ ห้อง แล้วให้เดินดูวิธีของเพื่อนจากการทำความเข้าใจตัวใบงานที่เพื่อนทำอย่างไตร่ตรอง โดยครูให้เวลาในการเรียนรู้ในช่วงนี้ค่อนข้างมาก พบว่าเด็กสามารถสังเกต เปรียบเทียบ และพูดภึงความแตกต่างระหว่างวิธีของเขากับวิธีของเพื่อนได้

 

คุณครูต้อย – สุวรรณา คุณครูใหญ่ฝ่ายประถม เสริมว่าเมื่อครูเห็นเด็กเรียนรู้ได้เอง ครูต้องรู้จักการเปิดประเด็น และขยายผลเพื่อโยงเข้าไปสู่แนวความคิดหลักของเรื่องที่กำลังเรียนด้วย และเมื่อจบกระบวนการเรียนรู้ในชั้นเรียนแล้ว ครูที่ร่วมสังเกตการณ์อยู่ในห้องด้วยกันก็ควรที่จะมีเวลามาพูดคุยกันเรื่องการดูแลเด็กเป็นรายบุคคล และขยายผลการสังเกตที่พบนี้ไปสู่ครูคนอื่นด้วย

 

คุณครูใหม่ – วิมลศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการจัดการความรู้ เสนอแนะว่าครูคณิตศาสตร์ที่ร่วมสังเกตการณ์อยู่ในห้องของครูโน้ตเป็นกลุ่มครูที่มีโอกาสไปสัมมนาที่เชียงใหม่ด้วยกัน ดังนั้นจึงเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์และมีฐานความเข้าใจที่ดี จึงอยากให้ใช้ชั้นเรียนนี้เป็นฐานฝึกครูไปด้วย

 

การสังเกตเด็กเป็นรายบุคคลที่น่าสนใจคือการสังเกตลีลาการเรียนรู้ (learning style) ของเขา เมื่อเขาต้องทำงานกับสถานการณ์ปัญหาที่พบ แต่ละคนจะเลือกใช้วิธีการที่แตกต่าง แต่เมื่อได้เรียนรู้วิธีใหม่ๆ ของเพื่อนแล้ว เขาเลือกที่จะใช้วืธีการเช่นไรมาแก้ปัญหาในครั้งถัดไป เรื่องเหล่านี้น่าสนใจมากที่ครูจะติดตามดูเด็กแต่ละคน

 

อีกเรื่องหนึ่งที่ครูน่าทำคือเอาวิธีการของเด็กแต่ละคน ไล่จากคนที่คิดด้วยวิธีพื้นฐานที่สุด แล้วตามต่อมาด้วยวิธีการที่ซับซ้อนขึ้นไปเรื่อยๆ มาจัดวางให้เด็กเห็นว่ามีวิธีการมากมายที่พวกเขาสามารถทำได้ในการแก้ปัญหาสถานการณ์ปัญหาเดียวกัน คำถาม why และ how เป็นคำถามสำคัญที่จะพาให้คนอื่นได้เรียนรู้ด้วย

 

กลุ่มความคิดของใครใกล้เคียงกัน แตกมาจากรากความคิดเดียวกันก็วางเอาไว้ด้วยกัน อย่างนี้จะทำให้ทุกคนค่อยเกิดการเดินทางของความคิด สามารถเห็นทั้งวิธีคิดของตัวเองและวิธีคิดของเพื่อน และยกระดับความเข้าใจไปด้วยกันได้ เป็นการสร้างให้การเรียนรู้เกิดขึ้นมีความน่าสนใจ น่าติดตาม ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่จากเพื่อนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นหัวใจของ lesson study ที่ใช้ open approach เป็นโจทย์ของการเรียนรู้ร่วมกัน