ทำงานมาก็หลายสิบปี จู่ๆก็รู้สึกว่า อืมมม..ชีวิตทำงานผ่านอะไรมาบ้าง สุขหรือทุกข์แค่ไหน แล้วจริงๆอยากให้มันเป็นยังไง คำตอบคือไม่รู้ซิ บางเวลามันก็รู้สึกว่าดีจังวันนี้ทำงานสนุก แตะบางเวลากลับรู้สึกมันตื๊บไปหมด แต่อย่างหนึ่งที่รู้สึกได้คือ ที่ผ่านมาได้ลองหาวิธีการหลายอย่างแล้วเพื่อให้บรรยากาศในที่ทำงานมีความรู้สึกในทิศทางเดียวกัน มีความรู้สึกร่วมในการงานร่วมกัน จนถึงตอนนี้รับรู้ได้ว่า จริงๆมันอยู่ที่อยากให้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือไม่
ความจริงเพิ่งคิดได้ว่ามันไม่ต้องหาหลักการอะไรมากนัก ขอแค่พูดคุย และยอมรับในความคิดของคนอื่นๆ พยายามมองมุมบวกของแต่ละคน เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เรามองแค่ท่าทาง คำพูด เข้ามาร่วมด้วยแล้ว อีกอย่างคืออย่าเอาความคิดของตัวเราไปตัดสินคนอื่น เพราะอาจเกิดอคติก็ได้ และพอเริ่มนับหนึ่งที่จะเปิดใจกันแล้ว มันก็จะทำให้เริ่มทุกอย่างได้ ขอแค่มีจุดเป้าหมายเดียวกัน
อย่างที่ได้ลองทำ การนำกิจกรรม 5 ส ที่เป็นนโยบายมาทำ ทั้งๆที่จริงๆแล้วก็รู้จักมานานแล้ว และเคยได้มีการทำกันมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่มันก็เง่ียบหายไป แต่พอตอนนี้ได้มีการกำหนดให้มีการดำเนินการขึ้นมาอีก แรกๆก็คิดว่า เดี๋ยวก็หายไปอีก แต่พอได้ลองลุยขึ้นมา แล้วเอามาเป็นตัวเริ่มต้น โดยกำหนดให้เป็นกิจกรรมหลักของหน่วยงาน ทีแรกก็แจ้งให้แต่ละคนทราบว่า "ต้องทำนะ มันเป็นนโยบาย" แต่มันก็แค่วูบเดียว พอต่อมามีกรรมการมาตรวจ เค้าก็ชมบ้าง แล้วบอกว่าขอให้เพิ่มตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อยนะ แล้วเดี๋ยวจะมาตรวจอีกนะ ซึ่งตอนนั้นก็รู้สึก เอ! จะเอาไงดีหล่ะ ก็เลยคุยกับกรรมการท่านนึงว่า วันศุกร์หน้าจะมีประชุมหน่วยงานประจำสัปดาห์ อยากขอเชิญมาพูดเรื่อง 5 ส ให้เจ้าหน้าที่ฟังหน่อย ผลที่ได้ในวันนั้น คือ เกณฑ์การให้คะแนน 5 ส ที่นี้พอรู้แล้วว่าเกณฑ์คะแนนดูอะไรบ้าง ก็เอามาจัดแบ่งความรับผิดชอบเจ้าหน้าที่แต่ละคนว่า หัวข้อนี้ใครรับผิดชอบก็แบ่งกันไปแล้วก็ตีความว่ามันควรจะหมายถึงอะไร หลังจากมอบหมายไปแล้ว ก็ติดตามทุกวันประชุมทุกสัปดาห์ ก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง อีกอย่างก็ต้องเริ่มทีี่ตัวเราเองด้วย ไม่ใช่สั่งอย่างเดียวแล้วไม่ทำ ที่นี้ก็เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมาย ประกอบกับการเปลี่ยนโซนทำงานกันใหม่จากคำแนะนำของผู้ประเมินด้วยแล้ว ก็ยิ่งเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน พอถึงวันประเมินอีกรอบ ครั้งนี้ได้รับคำชมจากผู้ประเมินมากมาย แล้วพอถึงวันที่เค้าสรุปผลการตรวจเยี่ยม ก็เลยส่งเจ้าหน้าที่แต่ละแผนกของหน่วยงานขึ้นไปฟัง พอกลับลงมาสิ่งที่คิดไม่ถึงคือ ดีใจกันใหญ่ เพราะหน่วยงานได้รับคำชมจากผู้ประเมินว่าเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งๆที่หน่วยงานนี้มีผู้ชาย 10 คน ผู้หญิงแค่ 4 คน แล้วคนที่ขึ้นไปฟังว่า ตื่นเต้นกันใหญ่ "เค้าชมใหญ่เลย" "ตบมือกันใหญ่เลย" แล้วก็เล่าให้คนที่ไม่ได้ขึ้นไปฟังให้รู้กันใหญ่ รู้สึกได้ว่าแต่ละคนดีใจ

หลังจากวันนั้น ก็เลยรู้สึกได้ว่า แต่ละคนรู้สึกดีกับกิจกรรมนี้อย่างมาก แต่ด้วยความที่กลัวว่าจะเป็นแบบ "ไฟไหม้ฟาง" อีก ประกอบกับมีนโยบายว่า หน่วยงานจะทำอะไรให้เขียนเป็นโครงการ ก็เลยเขียนโครงการ "โครงการกิจกรรม 5 ส และ Big Cleaning Day ประจำปี 2554" ขึ้น หลักๆก็จะมี
- ทุกวันก่อนกลับบ้านให้เก็บโต๊ะทำงานตัวเองให้เรียบร้อย
- ทุกวันศุกร์ ให้ทุกคนช่วยกันทำการสะสาง สะอาด สะดวก กับพื้นที่ของหน่วยงาน โดยเริ่มจากพื้นที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายก่อน
- กำหนดทำ Big Cleaning Day ทุก 6 เดือน
โดยของบประมาณแค่ อาหารกลางวัน ในวัน Big Cleaning Day มื้อละวัน และเงินสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำกิจกรรม 500 บาท/ครั้ง ซึ่งต่อมาก็ได้รับการอนุมัติให้ทำ ก็เลยนำมาแจ้งในหน่วยงานให้รับทราบถึงการดำเนินการกิจกรรมนี้ตลอดปี
ขณะนี้ก็ได้ทำ ข้อ 1 กับ 2 อยู่ ก็โอเคน่ะ แม้ว่าบางครั้งเวลาตัวเองไม่อยู่ อาจจะทำบ้างไม่ทำบ้าง แต่ส่วนมากคือทำโดยไม่ต้องบอก ประเด็นสำคัญอีกอย่าง **ต้องมีคนที่มีความคิดบวกในเรื่องที่ทำอยู่บ้าง หรือเรียกว่า พื้นฐานก็เป็นคนที่เก็บของเรียบร้อย ชอบทำอยู่บ้างแล้ว มันก็จะทำให้เกิดการช่วยๆกันได้ หากมีคนนึงเริ่ม ก็จะมีคนตาม และที่สำคัญตัวเราก็ต้องทำด้วย
และวันนี้ตอนทำ ก็มีน้องผู้ชายคนนึงพูดขึ้นมาว่า ทำไมหน่วยงานอื่นๆ (ซึ่งก็เป็นผู้หญิงซะส่วนใหญ่) ไม่เห็นเค้าทำกันเลย ทั้งที่ตอนแรกที่เค้าสั่งให้ทำ ก็ดูโอเคกัน เค้าน่าจะทำกันนะ มันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากด้วยเวลาจะทำแต่ละที ....อึ้งกันไปเลย..นี่แหละสิ่งที่ได้ เรียกว่าเกินความคาดหวังจริงๆ......