University governance ในประเทศไทยอยู่ระหว่างการเดินทางครั้งใหญ่ สู่สภาพที่พึงประสงค์ คือ effective board ที่ช่วยขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้ทำหน้าที่แก่สังคมอย่างมีคุณภาพ มีพลัง มีความต่อเนื่องยั่งยืนในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง และคนในมหาวิทยาลัยมีความสุข ความก้าวหน้า มีความพึงพอใจงานในหน้าที่ของตน
สภามหาวิทยาลัยทำอะไร หรือมีหน้าที่อะไร ยังเข้าใจไม่ตรงกัน โดยเฉพาะในกลุ่มอาจารย์มหาวิทยาลัย เพราะมีคนไม่น้อยคิดว่าในเรื่องนโยบายมหาวิทยาลัย ใครจะรู้ดีกว่าผู้บริหารมหาฯ ดังนั้นการกำหนดนโยบายจึงน่าจะเป็นเรื่องของฝ่ายผู้บริหารเป็นผู้นำ สภาฯ มีหน้าที่เพียงอนุมัติหรือไม่อนุมัตินโยบายที่ฝ่ายบริหารเสนอ
บุคลากรของมหาวิทยาลัยจำนวนมาก คิดว่าตนคือเจ้าของมหาวิทยาลัย จึงต้องเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดว่ามหาวิทยาลัยจะดำเนินการเรื่องต่างๆ ไปในทิศทางใด ความคิดเช่นนี้มีรากเหง้ามาจากมหาวิทยาลัยในยุโรป ที่นักวิชาการรวมตัวกันเอง ตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นมาเป็นชุมชนเรียนรู้ แยกตัวออกจากเมือง ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า gown กับ town ซึ่งบางช่วงเกิดความขัดแย้งขนาดยกพวกตีหรือฆ่าฟันกัน
แต่มหาวิทยาลัยไทยไม่ได้มีรากฐานเช่นนั้น มหาวิทยาลัยไทยตั้งโดยรัฐ ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน เจ้าของจึงเป็นรัฐหรือประเทศไทย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าของ เข้ามากับดูแลให้มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เพื่อสังคมหรือประเทศได้อย่างตรงความต้องการ
การทำหน้าที่สภามหาวิทยาลัยอย่างได้ผล จึงได้แก่การรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ว่าเงินหรือทรัพยากรอื่นๆ ที่จัดให้มหาวิทยาลัยนั้น ได้ถูกนำไปใช้อย่างได้ผลตรงเป้า และอย่างมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ
หน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยตามย่อหน้าบนนั้น ภาษาวิชาการเรียกว่าเป็น Fiduciary Duty ของ บอร์ด ขององค์กร เป็นหนึ่งใน ๓ หน้าที่ของ บอร์ด หน้าที่ที่ ๒ คือ Strategic Duty และหน้าที่ที่ ๓ คือ Generative Duty หน้าที่ที่ ๒ และที่ ๓ นี้เป็นหน้าที่เชิงสร้างสรรค์ ช่วยเสริมพลังสร้างสรรค์ให้แก่องค์กร ทำให้ บอร์ด ไม่เพียงทำงานแบบตั้งรับและตรวจสอบเท่านั้น แต่เน้นการช่วย add value ให้แก่องค์กรด้วย แต่ไม่ล้วงลูกเข้าไปทำงานบริหาร
องค์กรที่จะทำหน้าที่อย่างมีความเข้มแข็งในโลกยุคปัจจุบัน ต้องมีศักยภาพในการเรียนรู้และปรับตัว เพื่อความอยู่รอด แข่งขัน และเป็นเลิศ โดยที่ฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายบริหารเป้นผู้ทำงานและรับผลสำเร็จ มีฝ่าย บอร์ด เข้าเพิ่มคุณค่า โดยทำงานกำกับดูและแนว Strategic และแนว Generative เสริมเข้าไป
สภามหาวิทยาลัยที่ดีต้องทำหน้าที่ทั้ง ๓ แนว อย่างเพิ่มคุณค่าให้แก่องค์กร
วิจารณ์ พานิช
๒๐ ม.ค. ๕๔
ผมสงสัยว่ามีกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทย ที่รู้ว่าสภามหาวิทยาลัยในประเทศที่พัฒนาเขามีหน้าที่อะไร เท่าที่สัมผัสสภามหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่เป็นสภาวิชาการ(academic council/senate) ไม่ใช่สภามหาวิทยาลัย(university council/senate)