เที่ยงคืน 31 มกราคม 2554

 

ผมมีนิสัยที่ดีหรือไม่ดีนะ ถ้าเวลากลางคืนมีงานต้องสะสาง...เปิดคอมพิวเตอร์เมื่อไหร่ต้องเปิดเพลงฟังด้วย

ภรรยา คนอื่น ๆ และเพื่อนบางคน  ทำไม่ได้แบบผม  เขาว่า จะทำให้เสียสมาธิ

เพลงที่ฟังส่วนใหญ่ จะเปิดจาก MP 3 ฟังไปเรื่อย ๆ ผ่านบทเพลงแล้วเพลงเล่า

จนมาเพลงนี้ผมกลับต้องกดไปฟังครั้งแล้วครั้งเล่า...

 

 

ลมพัดมาแค่เพียงเบาๆ ดาวทุกดวงก็ดูสวยดี ทุกอย่างดูดีกว่าทุกวัน
เพลงที่เคยหลงลืมมันไป กลับไปหามาฟังทั้งวัน
ปลอดปลดอารมณ์ ปล่อยให้มันลอยหายไป...”

 

 

ด้วยบรรยากาศยามราตรีเริ่มปกคลุมด้วยความมืดมิด  เนื้อหาของบทเพลง และเรื่องราวที่ผมฉุกคิดกับตัวเองมาหลายวัน

จนนาทีนี้ผมเกิดอาการ  ‘อยู่ดีดีก็อยากร้องไห้…กับการสร้างสุขภาพแบบลิเกของผม’

 

 

ฟ้าเดิม ๆ แต่คืนนี้กลับดูสวยจัง
ได้แต่นั่งอยู่ตรงนี้ กับใจที่มันอ้างว้างเหลือเกิน...”

 

 

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2554 ผมได้เดินทางไกลบนรถตู้ ได้อ่านหนังสือคู่สร้างคู่สม คงเป็นของเจ้าของรถตู้  มีคอลัมน์เขียนถึงอาจารย์พูลศักดิ์  เทศนิยม  ติวเตอร์กลับใจ  ได้ค่าจ้างสอนพิเศษวันเดียว 20 ล้าน แต่กลับไม่พบคำตอบของชีวิต

 

อาจารย์เล่าว่า การเรียนการสอนของเราปัจจุบัน  แม้แต่กระทั่งวิชาคณิตศาสตร์  เราสอนเหมือนให้เด็กแต่งองค์ทรงเครื่อง  ปะแป้งแต่งหน้า  เป็นลิเก  เป็นเจ้า  เป็นเจ้าหญิง  เจ้าชาย  แต่พอถอด ชุดลิเกออกแล้ว  เรากลับกลายเป็นคนธรรมชาติ  เหมือนไม่เคยผ่านการเป็นเจ้า

 

และเราสนใจเฉพาะเด็กที่เก่ง จนละเลยเด็กที่ไม่เก่ง  ทั้งที่การศึกษาควรทำให้เด็กทุกคน และให้เขาเรียนรู้ เพื่อพึ่งตนเองได้

 

 

อยู่ดีๆ ก็อยากร้องไห้ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เกิดเหงาอะไรขึ้นมา
อยู่ดีๆ ก็อยากร้องไห้ น้ำใสๆ ก็รินจากตา มันเหงา ไม่รู้ทำไม...”

 

 

ทำให้ผมหวนคิดถึงเรื่องราวที่ผมฉุกคิดกับตัวเองมาหลายวัน

ใช่แล้วครับที่ผ่านมา ...การสร้างสุขภาพของผม  ก็เหมือนลิเกเช่นกัน

 

 

-         สอนและแนะนำผู้รับบริการอย่างเดียว จนลืมว่า การเรียนรู้  และสามารถช่วยเหลือตนเอง และพึ่งตนเองด้านสุขภาพได้ คือ สิ่งสำคัญที่สุด

 

 

-         ชอบปลูกผักชีโรยหน้า  ถ้าเจ้านานมาตรวจงาน ก็จะเตรียมผู้รับบริการ   อสม. อาคาร สถานที่  และตัวเอง เพื่อให้ดูดีที่สุด และให้ตอบตรงใจเจ้านายที่สุด  จนละเลิกความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตนเอง

 

 

-         ห่วงข้อมูลการลงรายงานทางคอมพิวเตอร์  กอดตัวเลขที่เป็นเป้าหมายของตนเอง และองค์กร จนละเลยการดูแลผู้รับบริการ  การรับฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ  การยิ้มแย้ม  ห่วงใยกับสารสุขสุกดิบ  เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตากับสาระวนกับคอมพิวเตอร์

 

 

-         สนใจในเรื่องไม่เป็นเรื่อง  วุ่นวายกับเรื่องตัวเอง  และความก้าวหน้า  จนเป็นข้ออ้างที่ไม่ออกไปเยี่ยมบ้าน  ผัดวันประกันพรุ่ง  จนบางครั้งคุณตาคุณยายแต่ผมจะออกไปเยี่ยม เสียชีวิตลง  ผมมานั่งเสียใจฟูมฟายตลอดทั้งวัน

 

 

มันเหมือนใจรอใครบางคน แต่ว่าเขาไม่มีตัวตน
ก็อยากมีคน นั่งมองดาวกับฉันบ้าง...”

 

 

(บทเพลง - อยู่ดีดีก็อยากร้องไห้ – เต้น นรารักษ์ )