ดร. เสรี พงศ์พิศ พูดถึง คนฮักเมืองน่านให้ฟัง ในการที่พวกเขาใช้ทุนคน และทุนทางปัญญามาพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

        

         นันทบุรีศรีนครน่าน มีคำขวัญว่า "แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ  จิตรกรรมวัดภูมินทร์  ดินแดนส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช๋แห้ง"

     มีอะไรมากมายหลายอย่างที่ให้นึกถึงเมืองน่าน  เมื่อนึกถึงเมืองน่านท่านจะนึกถึงอะไร แต่ละคนคงมีคำตอบไม่เหมือนกัน สำหรับผู้เขียน นึกถึงเมืองน่านสองอย่าง คือต้นน้ำน่าน กับชมรมฮักเมืองน่าน ที่ฝันอยากมาเยือนและมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

       รู้จักกลุ่มฮักเมืองน่านจากการอ่านบันทึกของคุณ"พ่อน้องซอมพอ" ในGOTOKNOW และจากการทำกิจกรรมเครือข่ายชาวบ้าน เคยฟังอาจารย์ ดร.เสรี พงศ์พิศ พูดถึงคนฮักเมืองน่านให้ฟังในการที่ใช้ทุนคนและ ใช้ทุนทางปัญญา มาพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 

      ติดอยู่ในความจำมานาน มาเมืองน่านเป็นครั้งแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รู้จักได้สนทนาปราศัยกับใครในกลุ่มคนฮักเมืองน่าน แต่เหมือนเป็นบุพเพ มีวาสนาได้มาพบกับพระอาจารย์สมคิด แห่งวัดโป่งคำ อำเภอสันติสุข เพียงไม่มากคำที่เอ่ยกล่าวก็เข้าใจ ในคนฮักเมืองน่าน

    บุพเพชักพามาไกลไปถึงเปียงซ้อก็ยังมีวาสนามาพานพบพระอาจารย์ ต้นแห่งอาศรมเปียงซ้อ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เท่านนั้นยังไม่พอ  บุพเพยังสานต่อก่อเกิดเหตุได้พบกับ สจ.เรืองเดช  จอมเมือง อดีตนักทำงานเคลื่อนไหวเพื่อประชาชนสมัยกองทุนการลงทุนทางสังคม  มาอย่างช่ำชอง  มองรู้ ดูออก  บอกได้ ใช้เป็น เห็นคุณค่า ของกองทุนและโครงการต่างๆ 

    นับเป็นอานิสงส์ ที่ได้เดินทางไกล แล้วได้พบสิ่งที่วาดหวังไว้นานแล้ว แต่ไม่หวังวาดว่าจะมาพบกันในงานนี้

 

 

 

พระอาจารย์ ต้น แห่งอาศรมเปียงซ้อ