การฆ่าทำให้ใจหมอง ใจหมองย่อมไปสู่ทุคติ
ถามพระเรื่องฆ่าตัวตาย-3
โสภณ เปียสนิท
.........................................
“แต่ เหตุใดจึงคิดฆ่าตัวเองได้ลงคอเล่าคุณโยมอาจารย์” ท่านเรียกผมเสียเต็มยศ “เพราะว่า....เขามีความทุกข์อย่างหนักครับ” ผมโยนความผิดไปให้กับความทุกข์ พระอาจารย์ตะล่อมกลับมายังจุดที่ท่านต้องการ “ทุกข์กายทุกข์ใจ ก็เรียกว่าใจหมองทั้งนั้น” ท่านให้น้ำหนักไปทาง “ใจหมอง” และสอนต่อว่า “การฆ่าทำให้ใจหมอง ใจหมองย่อมไปสู่ทุคติ” “อ๋อ ใจหมองไปทุคติ ทุคติคือนรก” ผมว่าไปตามที่นึกได้
พระเพิ่มเติมให้ว่า “ทุคติคือ นรก เปรต อสุรกาย ดิรัจฉาน 4 ชนิดด้วยกัน” “ครับ ใจหมองย่อมนำไปสู่ อย่างใดอย่างหนึ่งในสี่อย่างนั้น” ผมสรุปตามเข้าใจ “คราวนี้ลองคิดดู คนย่อมรักตัวเองมาก การฆ่าตัวเองทั้งที่รักมาก ใจย่อมหมองมาก ใจหมองมาก บาปย่อมมากตามไปด้วย จริงไหมโยม” ผมตั้งใจฟังอยู่จึงไม่ลนลาน “มีเหตุผลครับท่าน” “ใช่กำลังใจในการฆ่ามากย่อมบาปมาก หมองมาก” ผมเห็นคล้อยตามท่านด้วยความเข้าใจ
จึงตั้งคำถามใหม่ “ทุกข์อะไรที่ทำให้ถึงกับฆ่าตัวตาย” พระอาจารย์มีสีหน้าไตร่ตรอง “ชนิดของทุกข์อาจไม่สำคัญ แต่สำคัญตรงวิธีคิด” พระให้แง่คิด แต่ผมยังไม่เข้าใจ “อย่างไรครับ” พระยิ้มน้อยๆ เหมือนเคย “คิดว่ามันทุกข์” “คือ...” ผมงงหนักขึ้นกว่าเดิม “ทุกข์เกิดขึ้นแล้วดับไป แต่คนเก็บเอามาคิดว่าทุกข์ มันจึงทุกข์หนัก ทุกข์ทุกคราวที่คิด คิดแล้วทุกข์ ทุกข์แล้วคิด วิ่งวนเหมือนวงล้อ นานเข้าเป็นอย่างไร คุณโยม”
สวัสดีค่ะ อาจารย์ ติดตามอ่านอยากทราบว่าพระชื่อและอยู่ที่ไหนค่ะน้องฟ้าถาม.......วันนี้สวดมนต์เพิ่มเสริมบุญ........
น่าดีใจที่ติดตามครับ หลวงพ่อสำนักสงฆ์เขาหินเทิน บ้านหนองแก หัวหินครับผม แจ้งไว้ในตอนที่หนึ่งครับ
เป็นบุญของน้องฟ้าและคุณเองนะครับที่สวดมนต์ น้อยคนนะครับที่จะมาถึงการยึดมั่น "การสวดมนต์" เพราะเป็นเรื่องของปัญญาทางธรรม
เรียน ท่านอาจารย์ ผมน้องใหม่ เพิ่งนำเสนอแนวคิด ผมต้องการผู้สนับ สนุน และแนวร่วม ขอท่านอาจารย์ให้ข้อคิดด้วย เป็นพระคุณยิ่ง
ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ ยินดีที่จะไปเยี่ยมเป็นแนวร่วมสนับสนุนครับผม
ความทุกข์ที่ท่านว่าเมื่อพิจารณาดูว่าเกิดจากคิดคิดก็ใช่ เกิดจากยึดมั่นถือมั่นไม่มีสติรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง(ไตรลักษณ์) หรือกฏของธรรมชาติ เมื่อมีอุปาทานการยึดมั่นถือมั่นผูกพันอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อสิ่งนั้นมีอันต้องเปลี่ยนแปลงไปตามคติธรรมดา จิตใจที่ไม่ได้รับการฝึดหัดอบรมให้มีกำลัง ควรแก่การงาน(กมฺนีโย) ย่อมต้องเป็นทุกข์ แต่ทำอย่างไรจึงจะให้มันทุกข์ให้น้อยลง หรือทุกข์อย่างผู้ที่มีสติรู้เท่าทันได้ อันนี้ก็ต้องศึกษาเรื่องไตรลักษณ์ให้ชัดมองทุกข์อย่างให้เห็นตามความเป็นจริงที่มันเป็น แต่ความทุกข์ถ้าเรารู้จักนำมาใช้ในทางที่ดี ความทุกข์นั้นจะมีประโยชน์มาก ถ้าหากรู้จักคิด อย่างพระโพธิสัตว์สิทธัตถะ ก็เพราะความทุกข์นี้แล ที่ทำให้พระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า อย่างความทุกข์ทางกายที่เกิดจากความยากลำบากก็เช่นกัน สอนให้คนมีความอดทน มีมานะพยายามต่อสู้ เพื่อที่พ้นไปจากความทุกข์นั้น แต่ความทุกข์ที่นศ.คนนั้นประสบเป็นความทุกข์ทางใจ ก็ต้องแก้ที่ใจ คือทำใจให้ยอมรับกับมันให้ได้ มีเพื่อนมีกัลยาณมิตรที่ดี รู้จักปล่อยวาง คิดว่าการทุกข์ใจในคราวแรกนี้ อาจจะเป็นเบื้องต้นให้ได้พบกับความสุขใจในภายหลัง แต่สิ่งเหล่านี้พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ก็ต้องทำ จะว่าจริงๆต้นตอของความทุกข์ทั้งมวล ก็คืออวิชชา เพราะไม่รู้จึงขาดสติปัญญาพิจารณา เพราะขาดการพิจารณาจึงไม่รู้เห็นตามเป็นจริง เพราะไม่รู้เห็นตามเป็นจริงจึงยึด เพราะยึดจึงเป็นทุกข์
สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย
"...สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นมั่นถือมั่น..."
หลวงพ่อพระธรรมวิสุทธิกวี วัดโสมนัสวิหาร ท่านประพันธ์ไว้ว่า...
สิ่งทั้งปวงควรหรือจะถือมั่น
เพราะว่ามันก่อทุกข์มีสุขไฉน
ยึดมั่นมากทุกข์มากลำบากใจ
ปล่อยวางได้เป็นสุขทุกข์คืนวัน
...ขออนุโมทนากับอาจารย์ ผศ. แวะมาเยี่ยมชม แต่เขียนมากไปหน่อย .
แก้ใหม่ ความทุกข์ที่ท่านว่าเมื่อพิจารณาดูว่าเกิดจากความคิดก็ใช่
ดีเลยครับที่พระคุณเจ้ามาโปรดบรรดาญาติมิตรใน G2K ใครผ่านมาก็แวบมาอ่านเสียหน่อย ได้บุญจากการอ่านธรรมไปด้วย
ถือว่า "มาโปรด"นะครับ
มาเรียนต่อค่ะครู....
ทางบ้านเป็นไงมั้งครับ ยังหนาวอยู่หรือไม่ ทางนี้หนาวพอควร แสดงว่าทางอีสานหนาวมาก ถ้าว่างพอก็ชวนเพื่อนๆไปงานหลวงตาบัวหน่อยนะครับ
เอาบุญกับท่านไว้ก่อน
บันทึกของอาจารย์ ....ให้ไล่ตามความทุกข์ให้ทัน
“หยุดคิดว่าทุกข์ โดยการภาวนา หรือ โดยการใช้สติด้วยการกำหนดรู้”
..
ขอบคุณ ครับ
คุณครูใหญ่ค่ะ
นับว่าจับประเด็นธรรมได้อย่างยอดเยี่ยม "ทุกข์เพื่อการกำหนดรู้" ไม่สู้ไม่หนีไปไหน ไม่ทุกข์ไม่สุข
ผมยังสบายดีครับ
r2r ดีมากครับ นโยบาย "เอ๊ะ" ใช่เปล่าครับ
ขอให้นำมาเล่าให้ฟังกันนะครับ
ผมเองถูกหน้าที่การงาน "ลากจูง" ให้ก้าวไปสู่ครรลองแห่งการวิจัยแล้วครับ
ต้องส่ง proposal หัวข้อวิจัย "การพัฒนาเว็บบล็อกเพื่อสนับสนุนการศึกษาวิชาการใช้ภาษาอังกฤษธุรกิจ1" ภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้
งบประมาณพอใช้ทีเดียว 6000 บาทครับ
บล็อกกะว่าจะอาศัยที่ "learners.in.th" แถวๆนี้แหละครับ หรือไม่ก็ blogger.com ของค่าย google.com โดยมอบหมายงานให้นักศึกษานำเอาวิชาการในรายวิชามาใส่ เอาผู้ทรงคุณวุฒิตรวจเนื้อหา ประเมินความพึงพอใจ
วัดที่ความพึงพอใจ
วัดประสิทธิภาพนิดหน่อย
พอแล้วไม่ต้องมาก แต่จะเปิดให้คนนอกเข้าชมศึกษาแน่นอน