จากการการเติบโตของชุมชนและการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมของประเทศไทยในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพน้ำจืดที่เหลืออยู่

แนวโน้มของน้ำ...ดื่ม

โลกของเราอาจเรียกได้ว่าเป็นโลกแห่งน้ำ เนื่องจากมีพื้นน้ำถึงร้อยละ 70 และมีส่วนที่เป็นพื้นดินเพียงร้อยละ 30 ในเชิงปริมาณน้ำทั้งหมดบนโลกมีประมาณ 1,385 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 97.3 หรือเท่ากับ 1,348 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นน้ำเค็มในทะเลและมหาสมุทร ส่วนน้ำจืดซึ่งรวมถึงไอน้ำในบรรยากาศมีเพียงร้อยละ 2.7 หรือเท่ากับ 37 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

ปริมาณน้ำจืดที่มีอยู่บนโลกนี้ จะประกอบด้วย

น้ำแข็งขั้วโลก ร้อยละ 76.5 หรือเท่ากับ 28.2 ล้านลูกบาศก์เมตร
น้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาล ร้อยละ 22.9 หรือเท่ากับ 8.4 ล้านลูกบาศก์เมตร
น้ำผิวดิน (น้ำในทะเลสาบ คู คลอง แม่น้ำ ฯลฯ) ร้อยละ 0.6 หรือเท่ากับ 16.3/76.5 = 0.4 ล้านลูกบาศก์เมตร

ปริมาณน้ำจืดที่สามารถนำมาใช้สอย มีประมาณร้อยละ 10.71 ของปริมาณน้ำจืดทั้งหมด

สถานการณ์ของน้ำในประเทศไทย
ประเทศไทยมีพื้นที่รวม 512,000 ตารางกิโลเมตร จำแนกทางอุทกวิทยาออกเป็น 25 พื้นที่ลุ่มน้ำหลัก มีปริมาณฝนตกเฉลี่ยต่อปีทั้งประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นปริมาณน้ำจากน้ำฝนปีละประมาณ 800,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จะซึมลงใต้ดินและระเหยกลับไปสู่บรรยากาศ เหลือเพียง 200,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่อยู่ในแม่น้ำลำคลอง หนอง บึง ฯลฯ

ปัจจุบันการพัฒนาแหล่งน้ำในรูปแบบต่างๆ ทั้งโครงการขนาดใหญ่และขนาดกลางประมาณ 650 แห่ง และโครงการขนาดเล็กกว่า 60,000 แห่ง จากน้ำ 200,000 ล้านลูกบาศก์เมตรสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้เพียง 70,800 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณร้อยละ 30 ของปริมาณน้ำเฉลี่ยทั้งปี ส่วนที่เหลือ ไหลลงสู่ทะเล...ทั้งนี้ยังรวมถึงปริมาณน้ำเสียในเขตเมืองใหญ่และเขตอุตสาหกรรม

ซึ่งหากแยกปริมาณน้ำที่เสียออกมา จะเห็นแนวโน้มในอนาคตว่า "น้ำที่เหมาะแก่การบริโภค" อาจไม่เพียงพอกับจำนวนประชากรที่นับวันยิ่งสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับแหล่งน้ำดื่มที่นับวันยิ่งเหลือน้อยลงนั่นเอง

สิ่งปนเปื้อนในน้ำ

สารเคมี

- สารก่อมะเร็ง สารเคมีส่วนใหญ่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งโดยจะกระตุ้นให้เกิดเซลล์มะเร็งในร่างกายของมนุษย์และสัตว์ สารก่อมะเร็งได้แก่ สารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ไนโตรซามีน( Nitrosamine)เป็นต้น

- สารเคมีที่มีผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน ซึ่งพบได้บ่อยและใช้กันอย่างแพร่หลายในภาคเกษตรกรรมทำให้เกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำ เช่น สารฆ่าหญ้า สารฆ่าแมลง สารเคมีเหล่านี้จะขัดขวางระบบสืบพันธุ์และระบบเผาผลาญอาหารของมนุษย์ โดยเฉพาะดีดีทีเป็นสารเคมีที่มีครึ่งชีวิต (half-life) ยาวมาก จึงตกค้างอยู่นานโดยไม่เสื่อมสภาพ การที่มนุษย์ดื่มน้ำที่มีดีดีทีปนเปื้อนเข้าไปจะได้รับสารเคมีในรูป xenoestrogen ทำให้มีผลกระทบต่อฮอร์โมนจนเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศของผู้ชาย

- คลอรีนที่ตกค้างในน้ำดื่ม รวมทั้งคลอรีนที่ทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ในน้ำจะทำให้เกิดสาร trihalomethanes หรือ trichloroethane ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง มีฤทธิ์ทำลายตับ ไต และก่อให้เกิดโรคมะเร็งในลำไส้ใหญ่ หรือ กระเพาะปัสสาวะ

- การปนเปื้อนของฟลูออไรด์การดื่มน้ำที่มีปริมาณฟลูออไรด์สูงอาจเกิดอันตรายได้ โดยเริ่มตั้งแต่ทำให้เกิดจุดด่างขาวบนฟันไปจนถึงทำให้กระดูกคดงอ กล้ามเนื้ออ่อนแอ มีการเปลี่ยนแปลงที่กระดูกสันหลัง อาจกลายเป็นคนพิการได้

2. โลหะหนัก

โลหะหนักมีผลต่อพฤติกรรมในระดับเซลล์ 5 แบบคือ ทำให้เซลล์ตาย เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของเซลล์ เป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้เกิดความผิดปกติแต่กำเนิด และทำความเสียหายต่อโครโมโซม โลหะหนักที่มักพบในน้ำดื่ม ได้แก่

- ตะกั่ว เป็นโลหะหนักที่ปนเปื้อนในอาหารและน้ำมากที่สุด เมื่อเข้าไปสะสมในร่างกายจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดท้อง ท้องอืด เบื่ออาหาร ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกและข้อ ความดันโลหิตสูง โลหิตจาง ความจำเสื่อม ภูมิต้านทานลดลง และขัดขวางการทำงานของเอ็นไซม์ในร่างกาย

- ปรอท ถ้าไปสะสมที่อวัยวะใดจะทำให้อวัยวะนั้นพิการ ที่พบบ่อยที่สุดคือที่สมองและไขสันหลัง ซึ่งจะทำให้เปลือกหุ้มเส้นประสาทชำรุด ทำให้อ่อนเพลียบริเวณแขนขาและใบหน้า เห็นภาพซ้อน ปัสสาวะลำบาก ถ้าเป็นในเด็กจะทำให้ปัญญาอ่อน สมาธิไม่ดี หงุดหงิด อาการปรอทเป็นพิษที่พบเสมอคือ ปวดข้อ ข้ออักเสบ ปวดท้อง อาการทางหัวใจ สมองเสื่อมและเป็นโรคภูมิแพ้

- แคดเมียม ถ้าไปสะสมในร่างกายจะมีความเสี่ยงต่อภาวะไตวาย ความดันโลหิตสูง ต่อมลูกหมากบวม ผิวหนังอักเสบ ปวดข้อ เบื่ออาหาร ความจำเสื่อม และมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ในที่สุด


3.
สิ่งมีชีวิตที่ทำให้เกิดโรค

- แบคทีเรีย ทำให้เกิดโรคกับมนุษย์มากที่สุด เช่น อหิวาตกโรค โรคบิด โรคไข้รากสาดน้อย โรคไข้รากสาดใหญ่ เป็นต้น

- ไวรัส ที่มีอยู่ในน้ำและโรคติดต่อมนุษย์ เช่น โรคตับอักเสบ โรคโปลิโอ เป็นต้น

- พยาธิ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์มีหลายชนิด ได้แก่ พยาธิใบไม้ พยาธิเส้นด้าย พยาธิปากขอ พยาธิไส้เดือน และพยาธิตัวตืด

- โปรโตซัวในน้ำมีโปรโตซัวหลายชนิดอยู่ตามธรรมชาติ รวมทั้งโปรโตซัวที่ทำให้เกิดโรคบิดด้วย

- สาหร่าย น้ำที่มีสาหร่ายมากจะทำให้เกิดปัญหาเรื่อง รส กลิ่น และสีของน้ำ

 

อ้างอิง :

สมศักดิ์ วรคามิน : Water for Life. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร. 2546. หน้า 45 – 79.
มลพิษอันเกิดจากโลหะบางชนิด. วารสารวิทยาศาสตร์. ปีที่ 31 เล่ม 10 เดือนตุลาคม 2520. หน้า 29 – 40.
http://www.elib-online.com

http://healthy.in.th/categories/green/news/1341