
(ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคทูม)
ดูไบเป็นเสมือนแม่เหล็กดึงดูดนักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลก เนื่องากเป็นเมืองที่สำคัญของสหรัฐเอมิเรสต์ประเทศเศรษฐีน้ำมันอันดับต้น ๆ ของโลก ผ้คนในเมืองนี้จึงมีกำลังซื้อสูงทำให้นักธุรกิจทั่วโลกจำนวนมากหวังจะเข้ามาเจอะตลาดใหม่ในรัฐดูไบแห่งนี้
(โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของดูไบ)
เมื่อความต้องการที่จะเข้ามามีบทบาททางธุระกิจในดูไบมีจำนวนสูง โปนเจ็กต์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่มูลค่ามหาศาลก็ทยายตามมาอย่างต่อเนื่อง ตั่งแต่ “ดูไบวอเตอร์ฟรอนต์” โครการก่อสร้างและพัฒนาที่ดินบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ โดยจะก่อสร้างโรงแรมหรูและที่อยู่อาศัยเรียงรายตลอดพื้นที่บนเกาะที่มีขนาดใหญ่กว่าเกาะแมนฮัตตันของสหรัฐอเมริกา โดยนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะวางผังเมืองใหม่ และจะถมชายฝั่งแม่น้ำเพิ่มขึ้นเป็นระยะทาง 500 ไมล์ นักลงทุนต่างชาติขานรับโครงการนี้ เพราะคาดหวังว่าเม็ดเงินลงทุนจำนวนหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯจะช่วยดันธุกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ของดูไบให้เพิ่มจำนวนขึ้นมหาศาล โครงการที่สำคัญเช่น “ธีมปาร์ก” มูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ “ดูไบแลนด์” ที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเอ็นเตอร์เทรเมนต์คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ที่จะรวบรวมบรรดาร้านค้า ร้านอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการเล่นกีฬา นอกจากนี้ยังมี “ฟาโรเวิลด์” “ไดโนเสาร์เวิลด์” และ “สเปซโฮเต็ล” โรงแรมที่ตกแต่งเหมือนอยู่ในอวกาศ โครงการดูไบสปอร์ตซิตี้” เป็นการก่อสร้างแบบครบวงจรแห่งแรกของโลก มีที่พักอาศัยและพื้นที่ธุรกิจัดสรรอยู่ในบริเวณทั้งหมด รวมถึงโรงเรียนเปิดสอนการกีฬาของนักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกหลายชนิด (ประชาติธุรกิจ, 24-27 กุมภาพันธ์ 2548 : 14) โครงการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือโครงการ “ดูไบเวิลด์” อยู่ภายใต้การควบคุมของ จะกลายเป็นอาณาจักรที่ลงทุนหลายหมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ซึงเป็นกลไกลการลงทุนด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่สำคัญที่สุดของรัฐ ทำงานคู่ขนานดูไบโฮลดิ้ง บริษัทเพื่อการลงทุนแห่งดูไบ (Investment Corperation of Dubai) และบริษัทนาคีลซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล (ธุรกิจโลก, 30 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2552 : 14)โครงการที่สำคัญของดูไบเวิลด์เช่น เกาะรูปปาล์ 3 เกาะที่สร้างากฝีมือมนุษย์ โครงการเดอร์เวิลด์ที่จำลองแผนที่โลกใว้ในทะเล โครงการขุดคลองยาว 75 กิโลเมตร ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคทูม ประกาศว่าจะหยุดบังคับใช้กฏหมายจำกัดการลงทุน เพื่อให้นักลงทุนต่างชาติสามารถถือครองหุ้นในโครงการนี้ได้ โดยที่บริษัทนาคีล จะถือหุ้นในสัดส่วน 51 % และนักลทุนที่สนใจจะถือหุ้นได้ 49 % (ประชาติธุรกิจ, 24-27 กุมภาพันธ์ 2548 : 14)

(หมู่เกาะต้นปาล์ม)
นอกจากนี้ดูไบยังจัดตั้งเขตการค้าเสรีขึ้นเพื่อให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเช้าพื้นที่ทำธุรกิจโดยสามารถถือหุ้นได้ 100% และไม่ต้องมีหุ้นส่วนเป็นชาวท้องถิ่นเหมือนกับการทำธุรกิจนอกเขต และมีข้อยกเว้นทางด้านภาษีโดยที่ไม่ต้องจ่ายทั้งภาษีรายได้ส่วนบุคคล ภาษีรายได้บริษัท ภาษีนำเข้าและส่งออก ทั้งยังสามารถโอนเงินกลับประเทศต้นทางได้อย่างไม่มีข้อจำกัด บางที่อาจให้สิทธิ์พิเศษในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ได้ด้วย รวมทั้งการจัดจ้างบุคลากรและแรงงานซึ่งจะไม่ได้อยู่ภายใค้กฎหมายแรงงาน แต่ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบเฉพาะของแต่ละเขตธุรกิจเสรี โดยสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้บริหารเขตเสรีแต่ละเขต ซึ่งเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ชาวต่างชาติพากันมาลงทุนในดูไบกันมากขึ้น และเพื่อรองรับการขยายตัวของนักลงทุนต่างชาติ เขตธุรกิจเสรีต่างๆเหล่านี้อาจจะดำเนินการโดยรัฐบาลของดูไบหรือเอกชนก็ได้ บางที่อาจจะมีพื้นที่กว้างขวางกินบริเวณหลายร้อยไร่ แต่บางที่อาจจะเป็นแค่เพียงอาคารใดอาคารหนึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ที่จัดตั้งเขตธุรกิจนั้นๆขึ้นมา แต่ละเขตจะมีพื้นที่ให้เช่าสำหรับทำสำนักงานหรือโกดังเก็บของได้ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท นอกจากนั้นยังมีสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น น้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์ บริการพร้อม บางแห่งอาจมีบริการด้านอื่นๆเสริมเช่น การรักษาความปลอดภัย การจัดหาหรือ จัดจ้างพนักงาน บริการทำความสะอาด บริการไปรษณีย์ เป็นต้น หรือบางที่อาจขยายสำหรับทำเป็นที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันก็ได้ บางแห่งนั้นออกแบบให้เป็นเหมือนกับเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งเลยทีเดียวขณะนี้ดูไบมีเขตธุรกิจเสรีที่เปิดทำการแล้ว 21 แห่ง แบ่งแยกไปตามประเภทของธุรกิจ แต่บางที่เราก็อาจจะทำธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคอนเซ็ปต์ของเขตนั้นๆก็ได้ ขึ้นอยู่กับกฎและระเบียบปฎิบัติ และการพิจารณาการให้ใบอนุญาตจากใบสมัครที่ส่งเข้าไปให้คณะกรรมการของเขตธุรกิจเสรีนั้นๆ
เขตธุรกิจเสรีของดูไบ (Dubai Free Zones) (Roral Thai Consulate General Dubai, 2553)
Dubai Airport Free Zone (DAF) ตั้งอยู่ที่ Al Quds Street, opposite Al Tawar area, Deira, Dubai (ใกล้สนามบินนานาชาติดูไบ terminal 2)เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อการลงทุนจากต่างประเทศของทางรัฐบาลดูไบ เป็นเขตธุรกิจเสรีที่เจริญเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในดูไบ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้บริเวณท่าอากาศยานนครดูไบทำให้ง่ายต่อการขนส่งทางอากาศ ขณะนี้ ในDubai Airport Freezone มีบริษัทที่เช่าพื้นที่ทำการอยู่ทั้งหมด 1,400 บริษัท (ปี 2008) ภาคธุรกิจที่สามารถตั้งบริษัทในเขตนี้นั้นเป็นได้ทั้งภาคอุตสาหกรรม การค้าทั่วไปและธุรกิจการบริการ เป็นเขตการค้าเสรีที่มีบริการต่างๆรองรับสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งทีเดียว
Dubai Silicon Oasis Authority (DSO) ตั้งอยู่ระหว่างถนน Emirates กับ ถนน Al Ainจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2004 เพื่อเป็นการส่งเสริมการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมที่มีพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีและการติดต่อสื่อสาร เขตธุรกิจเสรีนี้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของการออกแบบและพัฒนาการค้นคว้าทางด้านเทคโนโลยีของโลก แห่งหนึ่งในเขตนี้จะมีทั้งส่วนที่เป็นพื้นที่ทำธุรกิจและส่วนที่เป็นที่พักอาศัย
Dubai Internet City (DIC) เขตธุรกิจเสรีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการพัฒนาของธุรกิจประเภทการติดต่อสื่อสารและโทรคมนาคมให้ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านธุรกิจประเภทนี้ เช่น Microsoft, Oracle, HP, IBM, Dell, Siemens, Canon, Logica, SonyEricsson ต่างก็มาตั้งบริษัทกันที่เขตนี้
Dubai Media City (DMC) เขตธุรกิจเสรีเพื่อสื่อและสิ่งพิมพ์นี้ ถือว่าอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคที่พาดผ่านตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางของธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ มีการจัดตั้งศูนย์ธุรกิจเพื่อสื่อและสิ่งพิมพ์เพื่อส่งเสริมและให้ข้อมูลที่จำเป็นกับผู้ที่เข้ามาจัดตั้งบริษัทในเขตนี้ ตัวอย่างบริษัทที่อยู่ในเขตนี้ก็เช่น Reuters, CNN, CNBC, MBC, Sony, Showtime
Dubai Multi Commodities Centre (DMCC) ประกอบด้วยตึก 3 แห่ง คือ 1.Almas Tower 2.AU Tower 3.AGTower อยู่บน ถนน Sheikh Zayed ดูไบได้ชื่อว่าเป็น “City of Gold” หรือเมืองแห่งทองคำ ดังนั้นการส่งเสริมการค้าขาย การส่งออกและนำเข้าทองคำรวมไปถึงอัญมณีอื่นๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญจนกระทั่งต้องตั้งเขตธุรกิจเสรีเพื่อการนี้โดยเฉพาะ สินค้าประเภททองคำ เพชร พลอยสีต่างๆและโลหะมีค่าประเภททองคำขาว พัลลาเดียม เงิน เป็นสินค้าที่มีการส่งออกและนำเข้าจากทวีปต่างๆโดยมีดูไบเป็นศูนย์กลาง นอกจากนั้นแล้วเขตการค้านี้ยังมีธุรกิจที่ส่งออกและนำเข้าสินค้าอุปโภคและบริโภคอื่นๆที่ทั้งบริโภคภายในประเทศและใช้ดูไบเป็นฐานการขยายตลาดเพื่อผ่านไปยังส่วนอื่นของภูมิภาคด้วย
Dubai Knowledge Village (DKV) จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2003 เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของภูมิภาคตะวันออกกลางเลยทีเดียว ปัจจุบันมีผู้มาลงทุนจัดตั้งสถานศึกษาสถาบันวิจัย และบริษัทจัดหาพนักงานมากกว่า 300 บริษัท จาก 5 ทวีปทั่วโลก เช่น The University of Wollongong in Dubai ซึ่งเป็นสาขามาจากประเทศออสเตรเลีย , Middlesex University Dubai Campus from UK เขตธุรกิจนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาประเทศในระยะยาว เพื่อตอบสนองและกระตุ้นให้เกิดความรู้ ความเข้าใจใหม่ๆ รวมไปถึงการค้นคว้าวิจัยให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกับนานาชาติ และเพื่อยกระดับการศึกษาของดูไบให้สูงทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ
Dubai Gold & Diamond Park อยู่บนถนน Sheikh Zayed ใกล้กับ Dubai Police Traffic departmentเป็นเขตธุรกิจเสรีที่จัดตั้งโดยบริษัทเอกชนของดูไบ แต่ได้รับการสนับสนุนจาก His Highness Grneral Sheikh Mohammed Bin Rashid Al Maktoum, Crown Prince Of Dubai. ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของดูไบซึ่งง่ายต่อการเดินทางไปที่ต่างๆ ลักษณะของเขตนี้จะเป็นอาคารที่เป็นทั้งศูนย์ค้าส่งและค้าปลีกสินค้าอัญมนี นอกจากนั้น ยังมีส่วนที่เป็นโรงงานผลิตอีก
International Media Production Zone (IMPZ) ตั้งอยู่บนถนน Emirates เป็นเขตธุรกิจเสรีที่เป็นมิตรกับธรรมชาติมาก เนื่องจากมีการบริหารการใช้ทรัพยากรอย่างถูกวิธี มีการนำกลับมาใช้ใหม่แทนที่จะทิ้งไปอย่างเสียเปล่า เป็นการจัดโซนสำหรับธุรกิจด้านสื่อและสิ่งพิมพ์ที่ต้องการความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ ภายในเขตนอกจากจะมีส่วนที่เป็นสำนักงานให้เช่าแล้ว ยังมีส่วนที่เป็นที่พักอาศัยและสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆครบครัน จนเรียกได้ว่าเป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งที่อยู่ซ้อนในเมืองใหญ่
Jebel Ali Free Zone (JAFZA) ตั้งอยู่ใกล้ Jebel Ali Sea Port จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1985 เป็นเขตธุรกิจเสรีที่จัดว่ามีขนาดใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีบริษัทต่างๆเข้าเป็นสมาชิกมากกว่า 6,000 แห่งจากทั่วโลก และหลากหลายประเภท เป็นเขตที่ถือได้ว่าเป็นตัวขับเคลื่อนทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดของดูไบ
Dubai Techno Park ตั้งอยู่ที่ Jafza เป็นเขตธุรกิจเสรีเขตเดียวที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุดระหว่างท่าเรือและท่าอากาศยาน Dubai Techno Parkเป็นสมาชิกของเขตเศรษฐกิจโลก อยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัท Dubai World บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในโลก ผู้บริหารซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งเป้าให้เขตนี้เป็นผู้นำด้านการค้นคว้า วิจัยและพัฒนาในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆของโลก
Dubai Cars & Automotive Zone (DUCAMZ) ตั้งอยู่ที่ Ras Al Khor อยู่ภายใต้การบริหารของ Jebel Ali Free Zone ถูกจัดตั้งมาเพื่อรองรับอุตสาหกรรม Re-Export รถยนต์ไปยังภูมิภาคเเชียและอาฟริกาซึ่งตลาดยานยนต์มีอัตราการเจริญเติบโตสูงมาก ทำเลของเขตนี้อยู่ใกล้ทางท่าเรือและท่าอากาศยาน ทั้งยังใกล้กับถนนที่เชื่อมต่อไปได้ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางอีกด้วย
Dubai Healthcare City (DHCC) มี 2 แห่ง คือ 1.หลัง Wafi City, Dubai 2.Rashid Hospital เขตนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อยกระดับการรักษาพยาบาลให้มีมาตรฐานเท่าเทียมกับนานาชาติ รัฐเปิดโอกาสให้ทั้งชาวต่างชาติและชาวพื้นเมืองที่สนใจในธุรกิจนี้เข้ามาลงทุน โดยมีเงื่อนไขและข้อตกลงตามระเบีนบของเขตการค้าเสรีทั่วๆไป
Dubai International Financial Center (DIFC) ตั้งอยู่ที่ The Gate ชั้นที่ 14 DIFC เป็นศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่ของโลกที่มีมาตรฐานเดียวกับที่นิวยอร์ก ลอนดอน และฮ่องกง นอกจากจะรองรับการเจริญเติบโตของตลาดการเงินในภูมิภาคแล้วยังรองรับการขยายตัวของตลาดการเงินในยุโรปตะวันตกและเอเชียตะวันออกที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ เมื่อเปิดตัวในปี 2004 ก็มีบริษัทที่ทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆทั่วโลกเข้าเป็นสมาชิกด้วยมากมาย ธุรกิจการเงินที่ DIFC สนับสนุนอาทิเช่น ธุรกิจธนาคาร ตลาดหุ้น การบริหารจัดการกองทุน ธุรกิจการประกันภัย เป็นต้น
Dubai Aid City & Humanitarion / International Humaitarian City (IHC) ตั้งอยู่หลัง Business Bayเป็นองค์กรอิสระที่จัดตั้งโดยรัฐบาลดูไบ เกิดจากการรวมตัวของ Dubai Aid City (DAC) และ Dubai Humanitarian City(DHC) เป็นองค์กรที่ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับศาสนา การเมือง หรือองค์กรที่แสวงหาผลกำไรใดๆ แต่ขับเคลื่อนเรื่องมนุษยธรรมเพื่อการพัฒนาสังคม และตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า การจัดการด้านมนุษยธรรมจะมีส่วนสร้างความเจริญให้กับธุรกิจได้ ดังนั้นในเขตนี้จึงไม่ได้เปิดรับเฉพาะองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เช่นหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ หรือองค์กรการกุศลอื่นๆ แต่ยังเปิดรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจทุกประเภท ทั้งขายสินค้า และการบริการ
Dubai Studio City (DSC) เป็นสถานที่ๆคุณสามารถเริ่มต้นกระบวนการผลิตภาพยนตร์ สารคดี รายการโทรทัศน์ หรือสื่ออื่นๆจนจบสมบูรณ์ได้ในที่เดียว เขตนี้เปิดตัวด้วยความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางของธุรกิจสื่อบันเทิงในภูมิภาค มีเครื่องไม้เครื่องมือที่เพียบพร้อม ทั้งมีโรงเรียนและสถาบันที่เปิดสอน อบรมบุคลากรให้พร้อมสำหรับการทำธุรกิจประเภทนี้ในบริเวณนี้ รัฐบาลพยายามส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนโดยนอกจากข้อเสนอในเรื่องการยกเว้นภาษีตามแบบเขตการค้าเสรีอื่นๆแล้ว ยังมีการจัดงานเพื่อเป็นการโปรโมทเขตนี้อีกด้วย เช่นงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ
Dubai Flower Center ตั้งอยู่ในสนามบินนานาชาติดูไบเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจฟาร์มดอกไม้ ที่มีความต้องการมากขึ้นทั่วโลก ดูไบจัดตั้งเขตนี้ขึ้นมาเพื่อพัฒนาศักยภาพในการขนส่งดอกไม้และของสดที่ต้องแข่งกับเวลา รวมไปถึงการเก็บรักษา เพื่อการกระจายไปยังส่วนต่างๆของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Dubai Biotechnology and Research Park (DuBiotech) ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของ Jafza คือศูนย์ศึกษาเรื่องเทคโนโลยีชีวภาพและยารักษาโรค ประกอบไปด้วยห้องทดลอง ศูนย์ค้นคว้าและวิจัยงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ยารักษาโรค หรือสายงานที่เกี่ยวข้องกับชีวเคมีทั้งหลาย โดยมีมาตรฐานตามข้อบังคับขององค์การอนามัยโลก องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือสถาบันนานาชาติอื่นๆเป็นต้น ในขณะเดียวกันภายในเขตนี้ยังแบ่งส่วนที่เป็นที่พักอาศัย โรงงาน โรงแรม โรงพยาบาลโรงเรียน และสวนสาธารณะ เพื่อเติมเต็มให้กับผู้ที่เข้ามาอยู่ ในขณะนี้มี บริษัทที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกกับ DuBiotech ทั้งหมด 26 บริษัท และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
Dubai Outsource Zone (DOZ) เป็นเขตธุรกิจเสรีแห่งแรกของโลกที่นำเสนอการทำธุรกิจรับเหมาช่วงที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจข้ามชาติที่นิยมการใช้บริการเหมาช่วง ซึ่ง DOZ สามารถตอบสนองความต้องการ โดยจัดหาพนักงานที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับในตลาดแรงงานให้กับบริษัทต่างๆได้
Dubai Logistics City (DLD) ทุกวันนี้ดูไบถูกเรียกว่า เป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากเป็นศูนย์กลางในการขนถ่ายสินค้าจากทั่วทุกมุมของโลก เป็นประตูที่นำเข้าและส่งออกสินค้าจากภูมิภาคตะวันออกกลางไปและมายังส่วนอื่นๆของโลก ดังนั้นดูไบจึงมีความชำนาญในเรื่องการขนส่งสินค้า การจัดเก็บสินค้าคงคลัง และการบริหารจัดการท่าเรือ DLD เป็นเขตที่มีการบริการครอบคลุมสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกตั้งแต่การผลิต การบรรจุหีบห่อ การเดินพิธีการศุลกากร การขนส่ง การกระจายสินค้า และการเก็บสินค้าคงคลังเป็นต้น
Dubai Maritime City ตั้งอยู่ระหว่าง Dubai’s Port Rashid terminal และ Dubai Drydocks. Dubai Maritime City คือ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อยู่บนคาบสมุทรที่มนุษย์สร้างขึ้นมาโดยการถมทะเลออกไปและจัดตั้งเป็นเขตการค้าเสรี เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาอยู่อาศัย และด้วยสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนใครเนื่องจากถูกล้อมไปด้วยน้ำทะเลจากอ่าวอาระเบีย และมีสาธารณูปโภคครบครันเช่นเดียวกับเช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆของดูไบ จึงมีผู้สนใจไปอาศัยอยู่ ตั้งบริษัท สถานศึกษา ร้านค้าต่างๆมากมาย
Dubai Textile City (DTC) ตั้งอยู่บนถนน Awir เป็นเขตธุรกิจเสรีที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยผู้ที่อยู่ในธุรกิจนำเข้าเพื่อการส่งออก (re-export) ซึ่ง 85% ของผู้ส่งออกในดูไบ จะเป็นผู้ค้าที่นำเข้าเพื่อการส่งออก ไม่ได้มีโรงงานผลิตสินค้าที่ดูไบ เขตนี้จะเน้นไปที่ สินค้าจำพวกผ้าและสิ่งทอ นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ดูไบยังมีโครงการจัดตั้งเขตธุรกิจเสรีเพิ่มขึ้นอีกเพื่อให้ครอบคลุมธุรกิจทุกประเภท และเป็นการรองรับภาวะการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในดูไบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังเป็นทางเลือกให้นักลงทุนสามารถเลือกโครงการให้ตรงกับความต้องการได้
วาทิน ศานติ์ สันติ : เรียบเรียง
บรรณานุกรม
หนังสือ
วนิดา พิมพ์โคตร. “ผลกระทบของการรวมกลุ่มความร่วมมืออ่าวอาหรับกลับประเทศในกลุ่ม
อาเซียน.” วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง. 2552.
สุดารัตน์ สุวรรณสินธุ์. “ปัจจัยที่มีผลต่อมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทยไปตะวันออก
กลาง.” สารนิพนธ์เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราคำแหง. 2551.
หนังสือพิมพ์
เดลินิวส์ วาไรตี้ พาเที่ยวต่างแดน. “ตะลุยทะเลทรายที่มหานครระฟ้า...ดูไบ.” เดลินิวส์, ฉบับที่
21,471, (7 - 9 มกราคม 2552) : 1,4.
ธุรกิจโลก. “ดูไบ เวิลด์ ป่วน! ประกาศยึดหนี้ เรตติ้งทุนเอมริเรตส์รูดแตะ ‘จังก์บอนด์’.” ประชาติ
ธุรกิจ, ฉบับที่ 4162 (3362), (30 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2552) : 14.
ประชาชาติธุรกิจ. “ดูไบดึงเม็ดเงินต่างชาติทุ่ม เมกะโปรเจ๊กต์ ขยาย ศก..” ประชาติธุรกิจ, ปีที่ 28,
ฉบับที่ 3665 (2865), (24 - 27 กุมภาพันธ์ 2548) : 14.
__________. “วิกฤต "ดูไบ เวิลด์" บทเรียนอาหรับ บทเรียนเศรษฐกิจโลก.” ประชาชาติธุรกิจ,
ปีที่ 33, ฉบับที่ 4163, (3 ธันวาคม พ.ศ. 2552)
__________. “วิกฤตการณ์จากการทำอะไร เกินตัว กำลังกลีบมา.” ประชาติธุรกิจ, ปีที่ 1, ฉบับที่ 13,
(23 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2552) : 15.
__________. “ IMF สั่งทีมสอบวิกฤต ดูไบเวิลด์ เจ้าหน้าจ่องยึดที่ดินชายฝั่งซูกุกบริษัทนาคีล.”
ประชาชาติธุรกิจ, ฉบับที่ 4165 (3365), (10 ธันวาคม 2552) : 1 – 4.
เศรษฐกิจโลก. “ดูไบเวิลด์ บทเรียนปั้นทะเลทรายเป็นศุนย์ฯ การเงิน+การท่องเที่ยว.” ฐานเศรษฐกิจ
, ปีที่ 29, ฉบับที่ 2483, (29 พฤศจิกายน 2552 - 2 ธันวาคม 2552) : 9.
__________. “เบิร์จ คาลิฟา ต่อลมหายใจอสังหาฯ แห่งดูไบ.” ฐานเศรษฐกิจ, ปีที่ 30, ฉบับที่ 2494, (7-9 มกราคม 2553) : 10.
วัสดุสารสนเทศ ออนไลน์
กระทรวงการต่างประเทศ. (2551). ข้อมูลประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์. ค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน
2553, จาก http://www.mfa.go.th/web/2386.php?id=370#
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์. (2552). ปัญหาดูไบ : น้ำลดตอผุด. ค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2553, จาก
http://www.bangkokbiznews.com/home/details/business/ceo-blogs/supavut/20091207/
89691ปัญหาดูไบ-:-น้ำลดตอผุด.html
วิกิพีเดีย. (2553, ก). ดูไบ. ค้นเมื่อ12 พฤศจิกายน 2553, จาก http://th.wikipedia.org /wiki/%E0%
B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%84%E0%B8%9A
Roral Thai Consulate General Dubai. (2553). เขตธุรกิจเสรีของดูไบ. ค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน
2553, จาก http://www.thaiconsulate.ae/