ในชีวิตของคนเรามีสิ่งที่ต้องการการบริหารจัดการมากมาย อย่างหนึ่งที่ต้องทำก็คือ เรื่องของการบริหารอารมณ์และเหตุผล พูดง่ายๆก็คือถูกใจหรือถูกต้อง ซึ่งทั้งสองเรื่องมักจะเป็นสิ่งที่แปรผกผันกันอยู่เรื่อย เพราะเมื่อไหร่ที่ใช้อารมณ์มาก เหตุผลก็มักจะน้อย ถ้าเราต้องการให้ถูกใจ แต่อาจขาดความถูกต้องชอบธรรมก็เป็นได้ เช่นเดียวกับหลักการคิดก่อนตัดสินใจใช้เงิน เรื่องของอารมณ์และเหตุผลก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรง โดยที่คนเราก็มักจะมีหลักการคิดและตัดสินใจใช้เงินในเรื่องต่างๆที่แตกต่างกันไป เรื่องแรก "ใช้เงินเพื่อสิ่งจำเป็นต่อชีวิต" จำเป็นในที่นี้หมายถึง สิ่งที่จำเป็นต่อการมีชีวิตและสุขภาพที่ดีตามสมควรและเพียงพอ และสามารถเลี้ยงดูบุคคลที่เราต้องอุปการะได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ คู่สมรส หรือบุตร การใช้จ่ายเงินเพื่อสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราควรใช้เหตุผลในการตัดสินใจจ่ายเงินของเราให้เกิดประโยชน์มากกว่าการใช้อารมณ์ ต้องคิดพิจารณาให้ดีว่าเงินที่เราจะใช้นั้น เพื่อความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตจริงหรือไม่ ไม่ใช่โถมใช้เงินไปกับโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมที่ไม่ได้ก่อประโยชน์จริงๆ กับเรา เรื่องต่อมา "ใช้เงินเพื่อของฟุ่มเฟือยของชีวิต" ผู้คนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของแรงโฆษณาที่มักสร้างค่านิยมในการบริโภคว่า หากใช้สินค้า/บริการประเภทนี้แล้วจะสามารถยกระดับให้ผู้บริโภคสร้างความเชื่อที่ว่าสินค้าหรือบริการนั้นจะช่วยให้เราดูดี มีสง่าเหมาะสมกับระดับชั้นทางสังคมอะไรประมาณนั้น ยกตัวอย่างเช่น ช่วงเวลาเช่นนี้เป็นเวลาแห่งการจ่ายเงินโบนัส หลายๆคนพอได้เงินมาเป็นก้อน ก็มักจะคิดหาเหตุผลว่าเราต้องให้รางวัลกับตัวเองบ้าง หลังจากเหน็ดเหนื่อยทำงานมาทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงินไปกับการซื้อสินค้า Luxury หรือไม่ก็สินค้าเทคโนโลยล่าสุด ที่มักจะมีราคาแพง ด้วยเหตุผล(เข้าข้างตัวเอง) ซึ่งสุดท้ายก็คือการซื้อเพื่อตอบสนองอารมณ์ เพราะถ้าลองใช้เหตุผล (จริงๆ ) และไตร่ตรองดูให้ดีจะพบว่าสินค้าเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องฟุ่มเฟือยและไม่ได้จำเป็นต่อชีวิตแต่อย่างใด เรื่องสุดท้ายที่เรามักจะคิดกันไปนั่นคือ "ใช้เงินไปกับการออม เพื่อตัวเองเกษียณอย่างสบาย" เพราะถ้ายังอายุน้อยอยู่ก็จะมองว่าอีกนานกว่าจะเกษียณ ทุกวันนี้ยังหาเงินได้ไม่พอกินพอใช้เลย แล้วเรื่องอนาคตจะคิดไปทำไม แค่เอาวันนี้ให้รอดก่อนดีกว่า อยากจะให้ลองคิดดูใหม่ว่า "วันนี้เรายังมีแรงทำงาน มีสมอง คิดบริการจัดการได้ แต่ยังไม่ยอมคิดออมเงินไว้เผื่ออนาคต แล้วเมื่อแก่ตัวลง สมองและร่างกายเสื่อมถอย โอกาสการจ้างงานก็จะลดน้อยลงตามไป และถ้าวันนั้นไม่มีใครจ้างทำงานก็เท่ากับไม่มีเงินเดือนหรือรายได้ ถึงตอนนั้นจะเอาเงินที่ไหนมากินมาใช้ให้รอดไปแต่ละวัน" เรื่องอนาคตเป็นเรื่องไกลตัวก็จริง แต่คิดไว้เสียแต่ตอนนี้จะได้ไม่สายเกินแก้ และจะต้องมีหลักคิดเรื่องการใช้จ่ายด้วยการชั่งน้ำหนักระหว่างอารมณ์กับเหตุผลด้วยทุกครั้งไป สิ่งสำคัญพึงระลึกไว้เสมอว่า วัฏจักรชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นทุกคนต้องเผชิญกับช่วงชีวิตยามเกษียณกันทั้งนั้น แล้วทำไมเราจึงไม่คิดก่อนใช้เงินให้ดีเสียตั้งแต่วันนี้ หมดสมัยแล้วกับการที่เกษียณแล้วให้ลูกหลานเลี้ยงเพราะหาเงินเองไม่ได้ เราจึงควรมีเหตุผลในการดำรงชีวิต มีการบริหารจัดการอารมณ์และเหตุผลในการตัดสินใจใช้เงินได้อย่างสมดุล ถึงตอนนี้บอกได้อย่างเดียวว่ากรรมเกิดจากการกระทำ อยากได้ผลที่ดีก็ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ถึงตอนเกษียณอยากเป็นคนแก่ที่มีความสุข ไม่เป็นภาระแก่ใครและลูกหลานอยากอยู่ใกล้ ก็ต้องเริ่มใช้เงินให้เป็นเสียตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วคุณล่ะ วันนี้ได้ใช้เงินด้วยการบริหารอารมณ์และเหตุผลอย่างสมดุลแล้วหรือยัง........?