เอามาดูกันพอสังเขป

 

Penaeus merguiensis De man, 1888, กุ้งขาว, banana prawn, Penaeidae. เป็นกุ้งทะเลขนาดใหญ่ ขนาด 10-25 เซนติเมตร พบทั่วไปตามชายฝั่งจนถึงทะเลลึก อาศัยและวางไข่ในทะเล ตัวอ่อนเข้ามาเจริญเติบโตบริเวณชายฝั่ง ลำตัวใส เปลือกบาง กรีแหลมมีฟันทั้งด้านบนและด้านล่าง เป็นกุ้งเศรษฐกิจที่มีรสชาติดี ราคาสูง นอกจากการจับจากธรรมชาติแล้ว ยังมีศักยภาพในการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์<p></p><p>Penaeus monodon Fabricius, 1798, กุ้งกุลาดำ, giant tiger prawn, Penaeidae. </p>เป็นกุ้งทะเลขนาดใหญ่ ขนาด 10-35 เซนติเมตร ลำตัวมีสีน้ำตาลอมแดง มีลายสีดำ และลายขาวพาดตามปล้องท้อง กรีแหลมมีฟันทั้งด้านบนและด้านล่าง มีรสชาติดี มีความอดทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดี จึงเป็นที่นิยมเพาะเลี้ยงอย่างกว้างขวางทั่วโลก และกำลังเป็นปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง ทั้งการทำลายพื้นที่ป่าชายเลนและคุณภาพน้ำชายฝั่ง<p></p><p>Macrobrachium sp., กุ้งกะต่อม, dwarf prawn, Pelaemonidae. </p>อาศัยในแหล่งน้ำกร่อยถึงน้ำจืดในคลองและป่าชายเลน ลักษณะคล้ายกุ้งก้ามกราม แต่มีขนาดเล็ก 5-10 เซนติเมตร หัวโต กรีแหลมหยักเป็นฟันเลื่อย ขาเดินคู่ที่ 2 เป็นก้ามใหญ่ ปลายมีสีเหลือง ลำตัวใส ไข่ติดบริเวณท้อง<p></p><p>Thalassina anomala (Jerbst, 1804), แม่หอบ, mud lobster, mangrove lobster, Thalassinidae. </p>ลำตัวมีสีแดงเข้ม อมน้ำตาล ส่วนหัวมีขนาดใหญ่ ขาเดิน 2 คู่แรกมีขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ขุดรูและขนดินออกมากองคล้ายจอมปลวก ส่วนท้องมีขนาดเล็ก ยาวเรียว ไม่มีแพนหาง ลักษณะคล้ายแมงป่อง ขนาด 20-30 เซนติเมตร พบมากทางฝั่งอันดามัน เชื่อกันว่าใช้เป็นยาแก้โรคหืดหอบ<p></p><p>Panulirus polyphagus (Herbst, 1793), กุ้งมังกรเลน, mud spiny lobster, Palinuridae. </p>พบทั่วไปตามชายทะเล พื้นทรายปนเลน และตามแนวกองหินและแนวปะการัง ตัวมีสีน้ำตาลอมเขียว มีหนามระหว่างตา 1 คู่ โคนหนวดคู่ที่ 2 มีสีเขียว ปล้องท้องมีลายขาวพาดขวาง นิยมบริโภคและนำมาเป็นเครื่องประดับ<p></p><p>Panulirus versicolor (Latreiller, 1804), กุ้งมังกรเขียว, painted spiny lobster, Palinuridae. </p>พบตามแนวกองหินและปะการัง มีสีสันสวยงาม โคนหนวดคู่ที่ 2 มีสีชมพู ส่วนหัวมีลายสีดำพื้นเหลือง ปล้องท้องสีเขียว มีลายขาวส่วนท้อง มีหนามระหว่างตา 2 คู่ นิยมนำมาบริโภคและนำเปลือกมาทำเครื่องประดับบ้าน มีราคาสูง<p></p><p>Panulirus ornatus (Fabricius, 1798), กุ้งมังกรเจ็ดสี, ornate spiny lobster, Palinuridae. </p>พบตามแนวกองหินและปะการัง มีสีสันสวยงาม โคนหนวดคู่ที่ 2 มีสีม่วง หนวดมีสีชมพู ส่วนหัวมีสีเขียวลายเหลือง หนามที่เปลือกมีสีเหลืองเข้ม ลำตัวมีสีเขียวอ่อนปนเหลือง มีลายสีน้ำเงินอมม่วงจุดขาว มีหนามระหว่างตา 2 คู่ นิยมนำมาบริโภค และใช้เปลือกทำเป็นเครื่องประดับบ้าน มีราคาสูง<p></p><p>Scyllarus sp., กั้งกระดาน, flathead lobster, Scyllaridae. </p>พบทั่วไปตามชายฝั่งบริเวณพื้นทรายปนเลน มีขนาด 10-20 เซนติเมตร ตัวกว้างแบน มีเปลือกแข็งหนาผิวขรุขระ สีน้ำตาลปนเทา คล้ายแผ่นกระดาน ส่วนหัวและอกแผ่กว้าง มีขาเดิน 5 คู่ ไม่มีก้าม ลำตัวค่อย ๆ เรียวแคบลงในส่วนท้อง มีขาว่ายน้ำ 5 คู่ แพนหางเป็นแผ่นกว้าง<p></p><p>Clibanarius padavensis De Man, 1888, ปูเสฉวนกระบองม่วง, hermit crab, Diogenidae. </p>อาศัยอยู่ในเปลือกหอย พบทั่วไปตามหาดทรายและป่าชายเลน มีขนาดใหญ่ ตัวและก้ามมีสีม่วง ก้านตามีขนาดใหญ่คล้ายกระบอง กินซากพืชซากสัตว์และสัตว์ขนาดเล็กเป็นอาหาร<p> </p><p>“เอาไว้แค่นี้ก่อนนะครับ…</p><p>………..เจมส์…</p>