“...พ่อแม่..เป็นครูคนแรกของลูก ลูกได้อะไรๆจากพ่อแม่มากที่สุดผู้ใดที่กำลังเตรียมเพื่อเป็นพ่อแม่ของคน พึงทำตนให้เป็นพ่อแม่ที่ดี ทำหน้าที่ของตนให้เรียบร้อย ทำตนเป็นเยี่ยงอย่างแก่ลูกจริงๆ ท่านที่จะเป็นพ่อแม่ทั้งหลาย ..จงเลิกการตามใจตนเองให้หมด...”

 

 

ดิฉันเห็นหนังสือชื่อสะดุดใจนี้ "รักลูกให้ถูกทาง" 

แต่งโดยพระพรหมมังคลาจารย์ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ 

างขายที่เสถียรธรรมสถาน ซอยวัชรพล รามอินทรา

ซึ่งพาลูกไปฟังธรรมและทำกิจกรรมกันประจำ 

หนังสือเล่มนี้ดิฉันซื้อมาตั้งแต่วันที่  ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๑

บังเอิญตรงกับวันเกิดของสามีพ่อของลูกที่เสียชีวิตมาหลายปีแล้ว 

ดิฉันอดคิดปรุงแต่งไม่ได้ว่า ขอให้เป็นของขวัญให้สามีเนื่องในวันเกิด 

เป็นเครื่องยืนยันว่า ดิฉันจะเลี้ยงลูกของเราให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

..

 

 

หนังสือเล่มหนาถึง ๓๐๙ หน้า แบ่งเป็นบทนำและบทย่อย ๓๗ บท 

จัดพิมพ์โดยธรรมสภา สถาบันบันลือธรรม ไม่ได้ระบุปีที่พิมพ์ 

ดิฉันเคยคัดข้อความบางส่วนบางตอน  

มาเผยแพร่ลงบล็อกที่เวบอื่นมาบ้างแล้ว 

เห็นว่าหนังสือที่แนะนำวิธีเลี้ยงลูกตามหลักพุทธศาสนามีน้อย 

น่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงเด็ก 

ดังที่หลวงพ่อท่านอธิบายไว้ในบทนำ 

 

"...พ่อแม่ทั่วไปที่ขาดการศึกษาธรรมะ

 ไม่มีความรู้ในการสั่งสอนลูก

 มักตามใจลูกของตนมากเกินไป

 เวลาลูกไปทำอะไรผิด ก็มิได้ว่ากล่าวตักเตือน

 จึงเป็นเหตุให้เด็กเสียคนได้ง่าย

 ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้นมีมาก 

 แต่ถ้ามากในทางเสียก็จะเสียหาย

 จึงควรที่จะคิดกันบ้างว่า  

 ทำอย่างไรเราจึงจะรักลูกได้อย่างพอดีๆ 

 หนังสือเล่มนี้จึงเกิดขึ้นโดยอาการอย่างนี้..." 

 

..

ดิฉันเห็นจริงตามคำสอนของหลวงพ่อท่าน

แม้ดิฉันจะเลี้ยงลูกตามหลักจิตวิทยาตั้งแต่เกิด

กางตำราเลี้ยงลูกที่ครอบครัวให้เป็นของขวัญ

ศึกษาอ่านตำราอื่นๆ ปรึกษาแพทย์ ผู้รู้ มากมาย

แต่ถ้าขาดหลักธรรมะยึดเหนี่ยวใจ ในฐานะพุทธศาสนิกชน

การเลี้ยงลูกของดิฉันคงไม่สมบูรณ์แน่นอน

..

 

 

 

หนังสือเล่มนี้ ดิฉันยึดเป็นตำราเลี้ยงลูกได้ตลอดไป

เพราะหลวงพ่อท่านให้หัวข้อแบ่งเป็นบทต่างๆ ถึง ๓๗ บท

ครอบคลุมทุกแง่มุมของการเลี้ยงลูกและไม่มีวันล้าสมัย

 

บทที่ ๑   ครูคนแรกของลูก

บทที่ ๒   อิทธิพลของกรรมพันธุ์

บทที่ ๓   ปรารถนาบุตรที่ดีไว้สืบสกุล

บทที่ ๔   การรับถ่ายทอดอุปนิสัย

บทที่ ๕   ความรักที่บริสุทธิ์

บทที่ ๖   แม่พิมพ์ของลูก

บทที่ ๗  สัญชาตญาณของเด็ก

บทที่ ๘   อย่าใช้อารมณ์กับเด็ก

บทที่ ๙   ฝึกเด็กให้กินเป็นเวลา

บทที่ ๑๐ เด็กต้องการอะไร ที่ไหน เมื่อใด

บทที่ ๑๑ วิธีแก้นิสัยเกเร

บทที่ ๑๒ อย่าสร้างอาณาจักรของความกลัว

บทที่ ๑๓ วิธีแก้ความดื้อรั้นของเด็ก

บทที่ ๑๔ จงแก้พื้นฐานความริษยาแต่ยังเยาว์วัย

บทที่ ๑๕ เพราะอะไรลูกจึงเป็นอาชญากร

บทที่ ๑๖ พ่อแม่ควรสอนอะไรลูกก่อน

บทที่ ๑๗ อย่าเบื่อในการตอบปัญหาของลูกๆ

บทที่ ๑๘  ควรฝึกเด็กให้องอาจกล้าหาญ

               อย่าให้เป็นเจ้าหนูขี้อาย

 

 

 

 

บทที่ ๑๙ กีฬาเป็นสิ่งจำเป็นของเด็ก

บทที่ ๒๐ ฝึกเด็กให้พูดคำสัตย์จริง

บทที่ ๒๑ ฝึกเด็กให้ตรงต่อเวลา ให้รู้ค่าของเวลา

บทที่ ๒๒ ฝึกเด็กให้เป็นคนมีระเบียบวินัย

บทที่ ๒๓ ฝึกลูกอย่าให้เป็นเด็กมักได้

              ให้รู้จักเคารพในสิทธิ์ของผู้อื่น

บทที่ ๒๔ ฝึกลูกอย่าให้เป็นคนเห็นแก่ตัว

              ให้รู้จักเสียสละให้กับผู้อื่น

บทที่ ๒๕ การเพาะความสามัคคีในหมู่ลูกๆ

บทที่ ๒๖ ฝึกลูกให้รู้จักประหยัดตั้งแต่เยาว์วัย

บทที่ ๒๗ฝึกลูกให้รู้จักประหยัดตั้งแต่เยาว์วัย(ต่อ)

บทที่ ๒๘ ฝึกลูกให้รู้จักกตัญญูแต่เมื่อยังเล็ก

บทที่ ๒๙ฝึกเด็กให้รู้จักอภัยแก่เพื่อน

บทที่ ๓๐ ฝึกเด็กให้รู้จักพึ่งตนเอง ช่วยตนเอง

บทที่ ๓๑ ฝึกเด็กศึกษาสิ่งแวดล้อม

บทที่ ๓๒ วิธีป้องกันเด็กไม่ให้หนีโรงเรียน

บทที่ ๓๓ สอนเด็กให้ประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตน

บทที่ ๓๔ ควรเปิดโอกาสให้เด็กแสดงความสามารถ

บทที่ ๓๕ บ้านคือโรงเรียน

บทที่ ๓๖ เด็กกับการแต่งกาย

บทที่ ๓๗ เด็กที่ได้รับการฝึกฝนแล้วเท่านั้น เป็นเด็กที่ประเสริฐสุด

..

 

 

ท่านผู้อ่านเห็นหัวข้อที่แยกแต่ละบทถึง ๓๗ บทแล้ว

คงเห็นด้วยกับดิฉันว่า หลวงพ่อท่านได้ให้รายละเอียด

ในการอบรมเลี้ยงดูลูกตามหลักธรรมะได้ครอบคลุมครบถ้วน

เพื่อที่พ่อแม่จะได้นำไปศึกษา ปฏิบัติตามได้จริง

ดังที่ท่านอธิบายไว้ในบทที่ ๑ “ครูคนแรกของลูก”

 

“...พ่อแม่..เป็นครูคนแรกของลูก

ลูกได้อะไรๆ จากพ่อแม่มากที่สุด

ผู้ใดที่กำลังเตรียมเพื่อเป็นพ่อแม่ของคน

พึงทำตนให้เป็นพ่อแม่ที่ดี

ทำหน้าที่ของตนให้เรียบร้อย

ทำตนเป็นเยี่ยงอย่างแก่ลูกจริงๆ

ท่านที่จะเป็นพ่อแม่ทั้งหลาย

..จงเลิกการตามใจตนเองให้หมด...”