ตัวชี้วัดและเกณฑ์การให้คะแนนสำหรับ รอบที่ 2/2553
ใกล้จะรู้ผลการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน รอบที่ 1/2553 (ต.ค.-มี.ค.) อยากรู้มั๊ย! เงินเดือนตัวเองได้เพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์? แต่ครั้งนี้แจ้งเลื่อนเงินเดือนเป็นการส่วนตัว (จุ๊..จุ๊..อย่าบอกอย่าบอกใครนะมันเป็นความลับ) ถึงอย่างนั้นฝ่ายที่เกี่ยวข้องน่าจะมีบทวิเคราะห์ผลการเลื่อนเงินเดือนไว้เป็นฐานข้อมูลหรือไว้ชี้แจงข้อสงสัยของใครบางคนที่อาจไม่พอใจเมื่อรู้ผลการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน ส่วนข้าพเจ้าเท่าไหร่ก็พอใจครับผม
ในขณะที่การประเมินการปฏิบัติราชการ รอบที่ 2/2553 (เม.ย. – ก.ย.) กำลังจะเริ่มขึ้น ในฐานะข้าราชการที่อยู่ภายใต้ระบบการเลื่อนเงินเดือนในระบบใหม่ จึงขอสะท้อนปัญหาที่มองเห็นจากการดำเนินการประเมินผล รอบที่ 1/2553 เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับการปรับปรุงให้การประเมินผลรอบที่ 2/2553 , 1/2554 , 2/2554 , ... ประสบผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ในการพัฒนาระบบการประเมินผลงานที่ใช้ในปัจจุบัน
ในที่นี้ขอเน้นเรื่องบันทึกข้อตกลง ซึ่งมีสาระสำคัญคือการกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การให้คะแนน ที่หลายท่านกำลังจัดเตรียมกันอยู่เพื่อใช้สำหรับการประเมินผล รอบที่ 2/2553 (เม.ย. – ก.ย.)
1) การทำบันทึกข้อตกลง
การทำบันทึกข้อตกลง ก็คือการทำสัญญารับมอบหมายงาน ซึ่งผู้ปฏิบัติทำกับผู้ประเมิน (ผู้บังคับบัญชา) ธรรมดาที่สัญญาต้องทำก่อนเริ่มปฏิบัติงาน หรือทำให้เร็วที่สุด ให้ครอบคลุมงานส่วนใหญ่ (ตามแผนปฏิบัติงานรายปี) ส่วนการเพิ่มเติมเนื้องานปลีกย่อยก็สามารถทำได้เมื่อมีการมอบหมายเพิ่มเติม
การกำหนดตัวชี้วัด ก็คือการกำหนดว่าจะตรวจวัด (ประเมิน) ผลสำเร็จของงานจากสิ่งใด ซึ่งโดยมากจะใช้ผลที่เกิดจากการปฏิบัติงานโดยตรงของผู้ถูกประเมินมากำหนดเป็นตัวชี้วัด
เกณฑ์การให้คะแนน ก็คือการตั้งค่าความสำเร็จ ที่แปลเป็นคะแนน(ระดับค่าเป้าหมาย) ตัดสินผลงานตามตัวชี้วัดที่กำหนด ในกรณีการประเมินผลการปฏิบัติราชการ กำหนดให้มี 5 ระดับความสำเร็จ วิธีการกำหนด อาจใช้ตัวเลขบอกปริมาณ การกำหนดแบบ Mile stone แบบแผนปฏิบัติการ ขั้นตอนการปฏิบัติงานฯลฯ ซึ่งบางวิธี ผมยังเข้าใจไม่ชัดเจนนัก ถนัดแต่ Mixed & Match
2) ปัญหาการประเมินผลการปฏิบัติราชการครั้งที่ 1/2553
2.1 การกำหนดตัวชี้วัด ไม่มีปัญหาในส่วนนี้เพราะใช้โครงการหรืองานเป็นตัวตั้งต้น
2.2 การกำหนดเกณฑ์การให้คะแนน เป็นเกณฑ์ที่อ่อนมาก (ทำได้ตามมาตรฐานถือ เป็นความสำเร็จระดับ 5)
2.3 ผลการประเมินส่วนใหญ่อยู่ในระดับ ดีมาก ถึง ดีเด่น ซึ่งไม่สามารถบ่งชี้แตกต่าง ระหว่างคนทำงานปกติ ทำงานดี ทำงานเด่น เพราะคะแนนออกมาเช่นนั้นจริงๆ
3) ทางออกของปัญหา
3.1 ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการให้ครบทุกด้าน
3.2 การกำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนผลที่เกิดจากการปฏิบัติงาน ว่าเป็นของ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้สนับสนุนงาน ผู้บริหารงาน ตามลักษณะความเกี่ยวข้องกับงาน โครงการเดียวกัน ตัวชี้วัดและเกณฑ์การให้คะแนนอาจไม่เหมือนกัน แต่ต้องสอดรับสัมพันธ์กันได้
3.3 ประเมินเกณฑ์การให้คะแนนที่ส่งเสริมการพัฒนา โดยหลักพื้นฐานคือ
- คนทำงานตามมาตรฐาน ได้ 3-4 คะแนน (ทำงานปกติ)
- คนที่ทำดีโดดเด่นมีโอกาสได้ 5 คะแนน (ทำงานเก่ง)
- คนที่ไม่ตั้งใจอาจได้แค่ 1-2 คะแนน (ทำงานแย่)
เกณฑ์การให้คะแนนที่ดี ต้องกระตุ้นการทำงาน และก่อให้เกิดความแตกต่างในผลการประเมิน ตามผลสำเร็จของงาน
ตัวอย่างที่ 1 โครงการ จีเอพี
ตัวชี้วัด คือ ระดับความสำเร็จของการดำเนินงาน
เกณฑ์การให้คะแนน (ของเกษตรตำบล)
คะแนน 1 = เกษตรกรได้รับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่กำหนด
คะแนน 2 = เกษตรกรได้รับคำปรึกษาในแปลง
คะแนน 3 = เกษตรกรได้รับการตรวจประเมินแปลงขั้นต้น
คะแนน 4 = เกิดการจัดตั้งกลุ่มธรรมชาติในกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการ
คะแนน 5 = มีแผนการส่งเสริมต่อเนื่องในระดับท้องถิ่น
ตัวอย่างที่ 2 โครงการ ศูนย์กลางการผลิตยางพารา
ตัวชี้วัด คือ ระดับความสำเร็จของการดำเนินงาน
เกณฑ์การให้คะแนน (ของเกษตรตำบล)
คะแนน 1 = เกษตรกรได้รับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่กำหนด
คะแนน 2 = เกษตรกรได้รับการตรวจวิเคราะห์ดิน
คะแนน 3 = เกษตรกรได้รับคำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์
คะแนน 4 = สรุปองค์ความรู้คำแนะนำการใช้ปุ๋ยในระดับพื้นที่
คะแนน 5 = มีการเผยแพร่องค์ความรู้ในพื้นที่
ตัวอย่างที่ 3 การเผยแพร่ข้อมูลความรู้ผ่าน Internet
ตัวชี้วัด คือ ระดับความสำเร็จของการพัฒนา Web site
เกณฑ์การให้คะแนน (ของเกษตรอำเภอ / ธุรการ)
คะแนน 1 = มี Web site ของหน่วยงาน
คะแนน 2 = มีผู้รับผิดชอบ Web site โดยตรง
คะแนน 3 = Web site มีเรื่องพื้นฐานครบตาม
สนง.กษจ. กำหนด
คะแนน 4 = ข้อมูลในWeb site เป็นปัจจุบันตามผล
การดำเนินงาน
คะแนน 5 = Web site ได้รับความนิยม หรือได้รับรางวัล
จากจังหวัด
ในตัวอย่างที่ยกมาข้างต้นให้ถือว่ายังอยู่ในขั้นตอนการจินตนาการอยู่ ทั้งนี้เมื่อได้เห็นตัวอย่างบันทึกข้อตกลงและเกณฑ์การให้คะแนน ที่จังหวัดส่งมาให้เป็นแนวทาง ผมยังคงมั่นใจว่า การประเมินผลการปฏิบัติราชการรอบที่ 2/2553 ยังไม่แตกต่างจาก รอบที่ 1/2553 มากนัก เพราะการกำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การให้คะแนน ยังซับซ้อนและไม่สะท้อนผลการปฏิบัติงานที่เป็นผลของงานโดยตรงเท่าที่ควร
(ผลการจัดการความรู้เก่าๆ ที่ยังเข้ากับยุคสมัย ที่การทำตัวชี้วัดและเกณฑ์การให้คะแนนกำลังพัฒนา เผยแพร่หลังจาก DW 18 ม.ค.54)
ชำนาญวิทย์ ทินวงค์ (นวส.ปฏิบัติการ)
สำนักงานเกษตรอำเภอคีรีรัฐนิคม
20 สิงหาคม 2553
ต้องแยกให้ออกว่า เป็น งานอำนวยการ สนับสนุน หรือปฏิบัติการ
จะได้กำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์การให้คะแนนที่ตรงกับหน้าที่ของ
ผู้รับการประเมินแต่ละบุคคล
วันนี้ทำร่างบันทึกข้อตกลง ของเกษตรตำบล
ชำนาญวิทย์ ทินวงค์ จำนวน 8 ตัวชี้วัด
1) ระดับความสำเร็จของศูนย์บริการฯ 20%
2) การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตร 10%
ประจำตำบล
3) การรายงาน ศ.02 10%
4) การรายงาน รต.1/รต.2 10%
5) เอกสารองค์ความรู้ที่พัฒนาและผลการเผยแพร่องค์ความรู้ 10%
6) ระดับความสำเร็จของการพัฒนาเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ (GAP) 15%
7) ระดับความสำเร็จของการพัฒนาเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ (GAP ปาล์ม) 15%
8) การปฏิบัติตามขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2553 (กรณีพิเศษ) 10%
ต้องทำผลงานให้มีคะแนน 87-89 ยากกว่าให้ได้ 96 คะแนนเสียอีก
การทำข้อตกลง ของอำเภอคีรีรัฐนิคม ดูจะลงตัวแล้ว ต้องขอบคุณที่มีตัวอย่าง
มาให้ดูประกอบ และการแนะนำจากหัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ ทำให้การกำหนด
ตัวชี้วัดและเกณฑ์การให้คะแนนที่สอดคล้องกับการปฏิบัติงาน และผลงานที่จะ
เกิดขึ้นได้จริงในห้วงเวลาของการประเมิน รอบที่ 1/2554
(ชำนาญวิทย์)
รอบ 1/54 ยอดเงินร้อยละ 3 ของเงินเดือนรวมคีรีรัฐนิคม ประมาณ 3,600 บาท
ไม่รู้จะมีเงินกองอื่นๆ จากจังหวัดหรือเปล่า ถ้าได้ใช้ 4,200 บาท น่าจะดีมากๆ
ผลการประเมิน รอบที่ 1/2554 ออกหรือยัง
ไม่รู้จะถึง 3% หรือเปล่า อยากได้ เพิ่ม 470 บาท เท่านั้นเอง
รอบนี้ได้ เพิ่ม 2.9% ก็ OK
วันนี้ แวะเข้ามาดู ไม่มีความเคลื่อนไหวไร ให้น่าติดตามเลย เอ้อยยย