ธรรมมะ หรือ ธรรมชาติ ของตัวเราเอง
จิตบริสุทธ์ พิสุทธ์ และความสุขที่แท้จริง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูประยงค์ กศน. · 18 ม.ค. 2554
อัมพร อุดหนองเลา · 18 ม.ค. 2554
พล็อกพร้าว · 18 ม.ค. 2554
churaporn nurudil · 18 ม.ค. 2554
PHATCHA · 18 ม.ค. 2554
เมื่อต่างรักสุขเกลียดทุกข์พึงมีเมตตาจิตต่อกันและไม่ควรเีบียดเบียน
ซึ่งกันและกันนะคะ
ทุกคนล้วนต้องการความสุข และคงไม่มีใครอยากมีความทุกข์ ขึ้นอยู่กับว่า... ความสุขของแต่ละคนคืออะไร ความสุขบนโลกมายา หรือความสุขทางใจบนโลกแห่งธรรมะ .....
ข้อความข้างต้นเป็นจริง เพราะนั้นคือโลกธรรม8 เป็นธรรมของโลก
ธรรมมะ คือธรรมดา
ธรรมดาของโลกเป็นเช่นนี้
ธรรมมะ ที่พระพุทธเจ้าท่านทรงสั่งสอน เป็นธรรมเหนือโลก
พระพุทธเจ้าท่านสั่ง ท่านสอน อะไรไว้บ้าง
มาดูกันครับ
http://www.4shared.com/document/6pG7Ybjw/1_online.html
ขอขอบคุณ คุณ ธรรมทิพย์ คุณครู สุภาภรณ์ และคุณ khajohnsak ที่เข้ามาทักทาย และ ร่วมแสดงความคิดเห็น รวมแบ่งปํญความรู้ และรวมค้นหา ความสุขที่แท้จริง ครับ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
สำหรับกระทู้ต่อไป สำหรับคำกล่าวที่ว่า ความสุขที่แท้จริง หรือบุญ คือ ความไม่คับแค้น ไม่ขัดข้องใจ ความโปร่ง โล่ง เบา สบาย ความสงบ เย็นใจ ความผ่อนคลายใจ ความเบิกบานใจ ความแจ่มใส สดชื่น
เป็นความจริงหรือไม่ ใครมีความคิดเห็นอย่างไร เข้ามา ment แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กันหน่อยนะครับ
พรุ่งนีหวยออกแล้ว ชื้อ 96-94-93-26 ไว้ บนอย่างเดียวเลย รอรุ้นอยู่ครับ..อิอิชื้อทันไหมน๊ะ
นอกเรื่องอีกแล้วเรา^-^
อยากมีความสุขแบบนี้บ้างจังเลย ผมต้องทำอย่างไรบ้างครับถึงจะมีความสุขแบบนี้บ้าง
ขอความกรุณาด้วยน๊ะครับ
สุขกับทุกข์อยู่คู่กัน...เราจะหาความสุขได้ทุกวันถ้าเรามีธรรมะ
ใครมีธรรมะบ้างครับ ....
ขอยืมหน่อย...
http://www.2013.ob.tc
http://www.2013.ob.tc
ค้นหาดูครับ ความสุขที่เฝ้ารอ
ขอขอบคุณ คุณ khajohnsak คุณพัชราภรณ์ ที่เข้ามา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ เข้ามาร่วมค้นหา ธรรมมะ หรือ ธรรมชาติ ทีแท้จริงของ ตัวเราเอง มนุษย์ทุกคน และสรรพสิ่ง เพื่อพบความสุขที่แท้จริง
จากการที่ได้ ศึกษา ค้นคว้ามา พอจะสรุปได้ว่า
ความสุขที่แท้จริง คือ ความไม่คับแค้น ไม่ขัดข้องใจ ความโปร่ง โล่ง เบา สบายความสงบเย็นใจ ความผ่อนคลายใจ ความเบิกบานใจ ความแจ่มใส สดชื่น
และสิ่งที่จะทำให้เกิด สภาวะดังกล่าว ได้นั้นก็คือ การรู้ใน ธรรมมะ หรือ ในธรรมชาติ ที่แท้จริง ของ ตัวเราเอง ว่า ไม่อยากมีความทุกข์ อยากมีความสุข ไม่อยากสร้าง ปัญหา ให้แก่ชีวิตเลย มีความตั้งใจ จะให้ดี อยากจะทำให้ดี ดังนั้น ตัวเราเอง จึงมีจิตที่ใส สะอาด บริสุทธ์ สวยงาม ดีงาม และ งดงาม ดังนั้น จึงขอบคุณ ให้เกียรติ ยกย่อง ชื่นชม ให้ความอ่อนโยน นุ่มนวล ทะนุถนอม ระวังมิให้บอบช้ำ ไม่ทำให้ ตัวเราเอง เสียใจ แม้เป็นเพียง การล้อเล่น
รู้ในธรมมะ หรือ ธรรมชาติ ที่แท้จริงของ มนุษย์ทุกคนว่า ไม่อยากมีความทุกข์ อยากมีความสุข ไม่อยากสร้างปัญหา ให้แก่ชีวิตเลย มีความตั้งใจจะให้ดี อยากจะทำให้ดี ดังนั้น มนุษย์ทุกคน จึงมีจิตที่ ใส สะอาด บริสุทธิ์ สวยงาม ดีงาม และงดงาม ดังนั้นจึง ขอบคุณ ให้เกียรติ ยกย่อง ชื่นชม ให้ความอ่อนโยน นุ่มนวล ทนุถนอม ระวังมิให้บอบช้ำ ไม่ทำให้ มนุษย์ทุกคนเสียใจ แม้เป็นเพียงการล้อเลน
รู้ในธรรมมะ หรือในธรรมชาติที่แท้จริงของ สรรพสิ่ง ว่า ไม่อยากมีความทุกข์ อยากมีความสุข ไม่อยากสร้างปํญหาให้แก่ชีวิตเลย มีความตั้งใจจะให้ดี อากจะทำให้ดี ดังนั้นจึง ขอบคุณ ให้เกียรติ ยกย่อง ชื่นชม ให้ความอ่อนโยน นุ่มนวล ทะนุถนอม ระวังมิให้บอบช้ำ ไม่ทำให้ สรรพสิ่งเสียใจ แม้เป็นเพียงการล้อเล่น ถ้าเราคิด และทำได้อย่างนี้ เราก็จะมีความสุขที่แท้จิง
สำหรับข้อความข้างบน ใครมีความคิดเห็นเป็น อย่างไร post เข้ามาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ หรือ แสดง ความคิดเห็น กันหน่อยนะครับ
ใช่ธรรมชาติของตัวเราไม่อยากมีทุกข์ อยากมีความสุข สุข คือ การที่คนเราพึงพอใจในสิ่งนั้น ๆๆๆ แต่สุขนั้นเป็นสุขแบบไหน สุขแบบทางโลก หรือสุขแบบทางธรรม แล้วเราจะเอาอะไรหละมาวัดว่าสุข นั่นคือการเข้าใจศาสนาของตนเองให้ถ่องแท้
ขอขอบคุณ คุณ วัชระ ที่เข้ามา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแสดงความคิดเห็น
จากการศึกษา ศาสนาทุกศาสนา อ่านหนังสือปรัชญาต่างๆ และจากการปฏิบัติธรรม ทำให้รู้ว่า แท้จริงแล้วความสุขทางโลก กับความสุขทางธรรมเป็นสิ่งเดียวกัน
เพราะจุดมุ่งหมายของ ศาสนาพุทธคือ นิพพาน ซึ่งนิพพาน แปลว่า สงบเย็น เป็นสุข และ ความหมายของ คำว่า พุทธะ ก็คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น(ตื่นจากความไม่รู้) ผู้เบิกบาน(หรือผู้ที่เป็นสุขนั่นเอง)
จุดมุ่งหมายของ ตัวเราเองก็คือ ต้องการความสุข
จุดมุ่งหมายของ มนุษย์ทุกคน ก็คือ ต้องการความสุข
จุดมุ่งหมายของ สรรพสิ่ง ก็คือ ต้องการความสุข
ดังนั้น ไม่ว่า ในทางโลก หรือ ทางธรรม ล้วน มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน หรือ มีหัวใจดวงเดียวกัน คือ ต้องการ ความสุข (หรือ บุญ) ด้วยกันทั้งนั้น
และความสุข หรือบุญ ก็คือ ความไม่คับแค้น ไม่ขัดข้องใจ ความโปร่ง โล่ง เบา สบาย ความสงบ เย็นใจ ความผ่อนคลายใจ ความเบิกบานใจ ความแจ่มใส สดชื่น
การที่เราจะมีความรู้สึกแบบนี้ได้ เราจะต้องมีความพอใจในสิ่งนั้นๆ อย่างที่คุณ วัชร พูด และการที่เรา จะมีความพึงพอใจในสิ่งนั้นๆได้นั้นเราจะต้อง รู้สึก(รู้)ถึงคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น ( ดังในบทความของผมที่ post ในวันที่ 6 ก.พ. ตั้งแต่ บรรทัดที่ 4 เป็นต้นไป)
ดังนั้น สำหรับคำถามที่ คุณวัชร ถามว่าจะเอาอะไรมาวัดว่ามีความสุขนั้น
ขอตอบว่า วัดที่ ความรู้สึกที่ว่า ไม่มีความคับแค้น ไม่มีความขัดข้องใจ มีความรู้สึกโปร่ง โล่ง เบาสบาย มีความสงบเย็นใจ มีความผ่อนคลายใจ มีความเบิกบานใจ ความแจ่มใส สดชื่น
พอจะตอบคำถามได้ไหมครับ
หรือมีสิ่งใดที่จะ ment เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก็เชิญได้เลยนะครับ
ขอให้มีแต่ความสุขครับ
ธรรมมะ หรือธรรมชาติของ ปารมี ไม่อยากมีคามทุกข์ อยากมีความสุข ไม่อยากสร้างปัญหาให้แก่ชีวิตเลย มีความตั้งใจจะให้ดีอยากจะทำให้ดี