หลังสี่ทุ่ม ห้ามเด็กออกนอกบ้าน


                    หลังสี่ทุ่ม  ห้ามเด็กออกนอกบ้าน

             งานเข้าอีกแล้ว  เมื่อเย็นลงจากเครื่องบินที่ดอนเมือง เปิดโทรศัพท์ปุ๊บ หลายสายจากนักข่าวกริ้งกร้างเข้ามาไม่หยุด 

             ถาม..ครู  ตำรวจเขาออกกฎเหล็กห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีออกจากบ้านหลังสี่ทุ่ม ครูว่าไง ดีไหม ละเมิดสิทธิเด็กหรือเปล่า มีข้อเสนอแนะไหม ฯลฯ

             ตอบ..โดยหลักการแล้ว เป็นเจตนาดีที่ม่งหวังช่วยป้องกันไม่ให้เด็กๆ ตกเป็นเหยื่อ เสียผู้เสียคน ไม่น่าละเมิด เพราะไม่ใช่ห้ามเด็ดขาด แต่คงสอบถามก่อนเมื่อพบว่าไปทำอะไร

             ถาม..ครู แล้วไม่กลัวเขาจับมั่วหรือครับ ปุ๊บปั๊บพาไปสถานีตำรวจ

             ตอบ..ผมเคยเสนอเขามาหลายปีแล้วว่า ตำรวจชอบตั้งด่านตอนเช้าถึงเย็น อ้างตรวจจับโน่น แต่แท้จริงแล้วจำนวนไม่น้อยตั้งเพื่อ รีดไถ จึงเสนอเขาตั้งด่านยามค่ำคืน โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสัญญาบัตรอยู่ด้วย จะช่วยลดปัญหาได้เยอะ ทั้งตรวจพบคนเมา  คนมั่วสุมดื่มเหล้าเอะอะโวยวาย  พวกขโมย  พวกชอบแอบฉุดสาวไปข่มขืน ต้องนำหลักนี้มาประกาศใช้ก่อน

             เมื่อใช้ จะพบทั้งเด็กและผู้ใหญ่  ใครที่ทำผิดก็จัดการตามกฎหมาย ใครที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิดก็ช่วยประสานผู้ปกครองรับตัวไป ที่สำคัญคือสถานที่ทำผิดกฎหมาย เช่นสถานบริการที่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปต้องปิด  ร้านเกมส์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าไปเล่นหลังสามทุ่มต้องจัดการ ขับรถซิ่งนั้นผิดกฎหมายอยู่แล้ว คือต้องทำควบคู่กับสถานที่ทำผิดกฎหมายไปพร้อมกันด้วย  ไม่ใช่มาลงแต่ที่เด็ก โดยปล่อยปละละเลยบรรดาสถานที่แย่ๆ เหล่านั้น ไม่จัดการเหมือนที่ผ่านมา  

              สรุปคือ โดยหลักการทำงานดี แต่ที่ยังห่วงมากๆ อยู่เรื่องเดียวคือ กลุ่มคนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือตำรวจเลวบางคน ฉวยโอกาสนี้ พาเด็กไปทำมิดีมิร้าย ซึ่งผมเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะมีขึ้นและเป็นข่าวใหญ่ในเวลาไม่กี่วัน ต้องระวัง

คำสำคัญ (Tags): #ตั้งด่าน ตำรวจ
หมายเลขบันทึก: 420212เขียนเมื่อ 14 มกราคม 2011 07:36 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:35 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (86)

สวัสดีค่ะ

เป็นเรื่องดีอีกอย่างหนึ่งที่เป็นการป้องกันความเสียหายและอันตรายที่เกิดกับเด็ก  แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าวิธีอื่นมีไหม  พ่อแม่ ผู้ปกครอง เจ้าของหอพัก สถานศึกษาช่วยกันสร้างจิตสำนึกอย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการ น่าจะดีกว่าการมาออกกฏเหล็กอันนี้

ข้อเสนอและข้อคิดเห็นของคุณครูหยุย  เป็นจริงในสังคมบ้านเราค่ะ

เห็นด้วยกับครูหยุยค่ะพอออกจากบ้านสายนิดเดียวก็เจอตำรวจตั้งด่านแล้ว

ที่เห็นก็จะเป็นหลังเงินเดือนออกหรือไม่ก็ก่อนเงินเดือนออกค่ะตั้งดานอีกแล้ว

คือเขาจะทำเป็นช่วงๆค่ะ

แล้วเวลากลางคืนเด็กหรือวัยรุ่นตั้งกลุ่มกันตามสาธารณะก็ไม่เห็นว่าตำรวจจะสนใจอะไรเลยค่ะ

สวัสดีค่ะ

ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีสองด้านนะคะ

สงสัยค่ะการพาเด็กไปทำประวัติที่สถานีตำรวจเลย แล้วค่อยให้พ่อแม่มารับตัวกลับ จะมีผลเสียต่ออนาคตเด็กหรือเปล่าคะ

(นึกสรรเสริญหมอที่รู้จักท่านหนึ่งค่ะ ท่านถูกเด็กขี่มอร์เตอร์ไซค์ชนจนขาหักทั้งสองข้าง คาดว่าต้องพักใน ร.พ. ประมาณ 6 เดือน ท่านไม่เอาเรื่องเด็ก ไม่ให้ตำรวจลงหลักฐานอะไรเกี่ยวกับเลย เพราะไม่อยากให้เด็กต้องเสียประวัติ)

ครูคิมครับ ปัญหาอยู่ที่บรรดาผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยที่หากินกับวิถีขีวิตของเด็กๆ ทุกอย่างจึงทำงานยากขึ้นนะครับ

ครูทองใหม่ครับ ก็คงต้องพิจารณาที่เจตนา ซึ่งเชื่อว่าเจตนาดี เพียงแต่ขอให้ยึดหลักตรวจตราดูแลทุกข์สุขประชาชนก็ไปได้ครับ

ณัฐครับ ประเด็นที่ยกขึ้นมาเรื่องไปโรงพักนั่น คือปัญหาใหญ่ ส่วนที่ผมกำลังขอให้เขาพิจารณาในรายละเอียดคือ ขอให้ใช้การพูดคุยกับผู้ปกครองเด็กทางโทรศัพท์ หากมารับตัวได้ที่จุดตรวจพบก็จะดีกว่าไปโรงพัก เข้าใจว่ากรณีไปโรงพักคงเป็นแบบนำขึ้นรถไปเป็นกลุ่มครับ

น่าจะเป็นมาตรการปรามมากกว่ามาตรการปราบนะครับครู หาแนวทางที่เสียน้อยที่สุดเพราะทุกสิ่งทุกอย่างมนุษย์สามารถพูดคุยกันได้

ทำไมจึงพูดถึงแต่เด็กในเมือง ซึ่งน้อยกว่าในหมู่บ้าน ถ้าทำได้บ้านนอกก็น่าจะจัดระเบียบเช่นกัน

เด็กเดี๋ยวนี้มีวิธีการที่จะออกจากบ้านสารพัดรูปแบบ

ทั้งผู้ปกครองทราบและไม่ทราบ  ปัญหานี้ใหญ่หลวงนักนะคะครูหยุย

เข้ามาทักทาย ชื่นชมผลงาน

และเป็นกำลังใจในการทำงานให้นะครับ

 

ด่านตำรวจโง่ๆ ชอบอ้างว่าตรวจทะเบียน ตรวจพรบ. แต่จริงๆแล้วเขาคิดไม่ออกว่าจะตรวจอย่างไรโดยไม่ต้องตั้งด่าน ไม่น่าเชื่อนะครับ เรามารวมกันคิดวิธีให้ตำรวจดีมั้ยครับ

เริ่มเห็นความสำคัญของการดูแลเด็กและเยาวชน แต่จะไม่เป็นการริดรอนสิทธิ์หรือครับ ช่างน่าคิด 

"เอาน้ำตาล คือสิ่งล่อกิเลสหว่านไว้รอบบ้านรอบเมือง แล้วปิดประตูล็อกออกกฏว่าห้ามมดออกไปกิน" จะแก้ได้หรือครับ

"ครูหยุย" แนะขั้นตอนใช้กม.คุ้มครองเด็ก 18 อยู่นอกบ้านเกิน 4 ทุ่ม

          

เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ

 กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจนครบาลจะใช้มาตรการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กกรณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี อยู่นอกบ้านหลังเวลา 22.00 น. ว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้มุ่งคุ้มครองเด็กและเยาวชน ไม่ให้เด็กไปในที่จะมีผลกระทบในทางลบ แต่ตัวกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจถึงขั้นจับไปโรงพัก เพียงแต่สามารถเรียกตัวพ่อแม่ให้มารับได้ หากเด็กมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม เท่าที่ฟังฝ่ายตำรวจยังมีรูปแบบวิธีการปฏิบัติไม่ชัดเจน ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาจมีการแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่แล้วนำตัวเด็กไปทำอันตรายได้

 นายวัลลภกล่าวว่า สำหรับขั้นตอนเสนอว่าน่าจะไล่ดูตั้งแต่

 1.การตั้งด่านตรวจตอนกลางคืน

 2.มีตำรวจชั้นสัญญาบัตรอยู่ด้วยที่ด่าน

 3.ตั้งด่านตรวจเป็นการทั่วไปไม่ใช่เฉพาะแค่เด็ก

 4.หาก พบเด็กอยู่นอกบ้านเกิน 4 ทุ่ม ก็สอบถามว่า มีเหตุอันควรหรือไม่ ถ้าเพิ่งไปดูหนังหรือคอนเสิร์ต ติวหนังสือ ก็ให้รีบกลับ ถ้าพบว่าไปในสถานที่อันตรายค่อยดำเนินการขั้นต่อไป เพราะเจตนาของกฎหมายมีเพื่อปกป้องคุ้มครองไม่ใช่ห้ามไปเสียหมด

 5.เมื่อพบเด็กที่จะไปในสถานที่ไม่เหมาะสมควรจะเอาไว้ที่ด่านจะปลอดภัยกว่าแล้วให้ผู้ปกครองมารับ

 6.ต้องมีสายตรวจตามสถานบริการ ผับ บาร์ ร้านเกม ควบคู่ไปด้วย หากพบว่าให้บริการเด็กหลัง 4 ทุ่ม ต้องดำเนินการปิดอย่างจริงจัง

โตครับ ก็หวังว่ามาตรการที่มีขึ้นจะมีส่วนปรามให้เด็กๆ ได้คิดอะไรรอบคอบขึ้นครับ

อ.พรชัยครับ จะพยายามสื่อสารต่อและหวังว่าจะขยายผลไปปกป้องคุ้มครองเด็กๆ ในชนบทด้วยครับ

krugui พูดประเด็นวิธีออกจากบ้านหลายรูปแบบของเด็ก จึงต้องมุ่งไปตรวจตราและจัดการสถานที่อโคจรเป็นสำคัญ

ครูอ้อครับ อัศวินม้าขาวคงจำเป็นบางช่วง แต่ให้ดีต้องจัดระบบให้รัดกุมและสร้างคุณค่า

ผู้ไม่ทราบนาม ตำรวจที่ทำดีก็มีมากครับ เขามีวิธีการที่ดีอยู่พอสมควร เพียงแต่บางครั้งอาจต้องช่วยกันหนุน ช่วยกันเสนอแนะบ้าง

อ.โสภณ ขอบคุณสำหรับประโยค ของหวานรอบบ้านรอบเมือง จะกักบังคับเด็กไว้ได้หรือ น่าคิดครับมากๆ

krugui ครับ แต่เช้าจรดเย็นถูกสัมภาษณ์มากทั้งวิทยุ ทีวี นสพ. เพิ่งเห็นที่คัดลอกมาลงครับ ขอบคุณอีกครั้ง

สวัสดีค่ะคุณครูหยุย เป็นกำลังใจในการทำงานนะคะ

คงจะเหน็ดเหนื่อย ยังไงก็ทำเพื่อเด็กๆค่ะครู

ใกล้ถึงวันครูขอให้คุณครูหยุยมีแต่ความสุขนะคะ

พาหลานสาวมาไหว้ค่ะ

พิกุลครับ หลานสาวน่ารักจัง ขอบคุณนะครับสำหรับกำลังใจ

ขอเสนอความคิดเห็นดังนี้ครับ

1.ต้องชมเชยหน่วยงานหลัก (ตำรวจ) ที่เปิดประเด็นเรื่องนี้

2.สตช.สั่งการบังคับใช้ทั้งประเทศเลยครับ

3.จังหวัด/อำเภอ (ฝ่ายปกครอง)ควรประกาศและเชิญชวน กลุ่มเครือข่ายอาสาสายตรวจหม่บ้าน/ชุมชน (จะใช่ชื่ออะไรก็แล้วแต่ครับ)ที่ทำงานอย่แล้วหรือจะตั้งด่าน/จุดตรวจใหม่ ที่เห็นด้วยกับแนวทางปฏิบัตินี้และจะยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติของจุดตรวจ/ด่านตรวจ จัดทำทะเบียนและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบด้วยก็ดีครับ

4.(ตัวอย่าง)สิ่งที่ควรเน้นและทำใด้ควรเน้นเรื่องการตรวจบัตรประจำตัวประชาชนด้วยครับ ถ้าไม่พกบัตรควรดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายที่บริเวณจุดตรวจเลยครับ

ขอบคุณข้อเสนอแนะเพิ่มเติมที่ดีของคุณทวีศักดิ์ครับ

กราบสวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้คุณครูหยุย และครอบครัว มีความสุข สมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนาครับ ด้วยความเคารพ : น้องกู๊ดดี้

กู๊ดดี้มาช้าไปนิด.. แต่มาด้วยใจระลึกถึงนะครับ...

สวัสดีน้องกู๊ดดี้และคุณแม่ ขอบคุณครับสำหรับคำอวยพรปีใหม่ ขอให้สุขภาพดีทั้งแม่และลูก สุขกายสุขใจไปโดยตลอดนะครับ

  • สวัสดีค่ะคุณครุหยุย
  • เห็นด้วยกับหลักการนะคะ แต่วิธีปฏิบัตินี่แหละค่ะน่าห่วง...ไม่ว่าจะเป็นการเลือกปฏิบัติ ค่าตอบแทน และบางครั้งก็มีความจำเป็น
  • ยากเหมือนกัน...เพราะในขณะที่สิ่งยั่วยุ อบายมุขต่างๆมีอยู่เกลื่อนเมือง

kanchana ครับ ก็ต้องติดตาม หากดีก็ให้กำบังใจ หากมีปัญหาก็ช่วยกันทักท้วงเสนอแนะต่อไปครับ

เห็นด้วยค่ะคุณครูหยุย

เป็นการช่วยลดปัญหาหลายปัญหาสำหรับเด็กต่ำกว่า ๑๘

ขอให้ทำได้จริง ไม่มีข้อยกเว้นเท่านั้น

ดิฉันสอนเด็กมหาวิทยาลัย อายุเกิน ๑๘

แต่ก็ยังไม่มีวุฒิภาวะพอเลยค่ะ

บางคนขาดเรียนเพราะเที่ยวกลางคืน เมาค้าง

เพื่อนๆ ของลูกศิษย์มาเล่าโดยตรงก็มี

ได้ยินคุยกันเองก็มี..ยังรับผิดชอบตัวเองไม่ค่อยได้เลย

กุลมาตาครับ สังคมไทยมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและความต่อเนื่องจริงจัง นอกนั้นดีมาก

มาคารวะครูหยุย เนื่องในวันครู 2554

ให้คุณครูมีความสุข สุขภาพแข็งแรง พัฒนาเด็กๆ ให้เป็นคนดี คนเก่ง ต่อไป

ด้วยความเคารพครับ

 

ครูฐานิศวร์ ขอบคุณมากสำหรับพรวันครู ขอให้ครูเข้มแข็ง ดูแลเด็กๆ อย่างมีพลังสืบไปนะครับ

แวะมาน้อมคารวะครูหยุยเนื่องในโอกาสวันครูค่ะ

ขอให้คุณครูมีสุขภาพแข็งแรง...มีแรงกาย แรงใจ ดูแลเด็กๆ ให้ได้พบกับรอยยิ้มนะคะ ^_^

blue star ครับ ขอบคุณครับที่อวยพรในวันครู ขอให้สุข เจริญ เช่นกันนะครับ

สวัสดีค่ะ ขอให้ความสุขกับการช่วยเหลือเด็กๆ นะคะ

ครูหยุยครับ ผมว่าเรื่องนี้......เราเดินลึกเข้ามาเยอะโดยเฉพาะปัญหาเรื่องเด็กนะครับ ถ้าจะแก้กันจริง ๆ พ่อแม่ของเด็กจะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา สังคมมันเปลี่ยนเร็วมากจนผู้ปกครองตามไม่ทัน ว่ามันเปลี่ยนอย่างไร เปลี่ยนตรงไหน จนกระทั่งผลลัพธ์ออกมา....ถึงรู้ว่าเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนั้นเพราะ..... ครูหยุยครับ...พ่อแม่มีส่วนสำคัญมากสำหรับเรื่องนี้

บ่าวนพ พูดตรงใจอีกแล้ว ใช่ครับ พ่อแม่คือปราการด่านแรกและสำคัญสุดครับ

ครูหยุยคะ

เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเข้ามาอ่านในหน้านี้...เจอข่าวห้ามนักเรียนออกนอกบ้านหลัง 4 ทุ่ม... ดิฉันว่าดีมากเลยค่ะ... ดิฉันมีลูกสาวคนหนึ่งสมัยเรียนที่สิรินธร.. บางครั้งมีกิจกรรมมากมายทำงานกันจนเลย 4 ทุ่ม..เช่น วันคริสมาสต์(ซ้อมละคร เตรียมเวที) กีฬาสี... ก็ผ่านมาด้วยดีตลอดเพราะเราอยู่ดูแลกันพ่อ-แม่-ลูกและลูกจะโทรรายงานความเคลื่อนไหวตลอดค่ะ...(ตอนนี้ลูกสาวก็เรียนจบป.ตรีคณะแพทย์ไปแล้ว กำลังต่อเฉพาะทางค่ะ...) แต่ที่เป็นห่วงส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มาอยู่หอพักตามลำพังค่ะ....มาตราการนี้น่าจะได้ผลระดับหนึ่ง อันนี้แสดงความคิดเห็นในฐานะครูคนหนึ่งค่ะ...แต่ทุกอย่างน่าจะมีข้อยกเว้นนะคะในบางกรณี..เพราะบางครั้งมันจำเป็นจริงๆ จากประสบการณ์ส่วนตัวค่ะ..โอกาสหน้าดิฉันจะขออนุญาติเรียนปรึกษาท่านเรื่องเด็กๆๆนะคะ

ขอกราบคารวะท่านในฐานะครูคนหนึ่งที่ดูแลเด็กไทยมาตลอด...

ด้วยความเคารพอย่างสูง

รัชนีพรรณ/วีรวัฒน์โยธิน/สุรินทร์

  • สุขสันต์วันครูค่ะ
  • นำเมี่ยงไก่ใบคะน้าและแกงเลียงจากสวน ✿อุ้มบุญ✿ มาฝากค่ะ

สวัสดีวันครูค่ะคุณครูหยุย

ครูประจักษ์ครับ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับ

ครูรัชนีพรรณครับ ยินดีที่พบคนบ้านเดียวกัน ดีครับสำหรับความคิดเห็น หากมีสิ่งใดจะพูดคุยกันเชิญเต็มที่ครับ

ขอบคุณอุ้มบุญครับ เพียงเห็นภาพก็อิ่มและสุขใจ

คุณยายครับ ขอบคุณครับสำหรับคำพร ขอให้มีความสุขเจริญเช่นกันนะครับ

  • กราบสวัสดีคุณครูหยุยค่ะ...
  • "หลัง 4 ทุ่มห้ามเด็กออกนอกบ้าน" ดีหรือไม่ดี ? หรือแค่เริ่มจะดี?
  • จริงแล้วมันขึ้นกับว่าเป็นเด็กกลุ่มไหน ไปกับใคร แล้วก็ไปที่ไหนมากกว่า  อย่างเช่น เด็กที่เดินขอสตางค์ หรือขายพวงมาลัยตามถนนก็ไม่น่ามีเลยไม่ว่าเวลาไหน  แต่ถ้าเด็กไปกับผู้ปกครอง(จริงๆ) ก็ไม่เห็นเป็นประเด็นต้องมาเสียเวลาห้ามเลย
  • คิดว่าเด็กจะเกิดปัญหาหรือไม่เกิดปัญหาไม่ได้ขึ้นกับเวลาที่ออกจากบ้านน่ะค่ะ 
  • บางทีการไม่ออกมาประกาศห้าม อาจจะดีกว่าเพราะเด็กจะมีความชอบแหกกฏ ท้าทายกฏ อยู่แล้ว สนุกไปกันใหญ่
  • ใช้วิธีการให้ตำรวจออกมาตักเตือน หรือสอบถามด้วยความเป็นห่วงจะดีกว่า

 

ประเด็นคมมากครับ โรงเรียนพ่อแม่ ขอบคุณครับ

...สวัสดีวันครู ครับครูหยุย

เห็นด้วยกับแนวคิดครูหยุย ที่ว่าตำรวจต้องสำรวจตัวเองให้ดีก่อน

...มีตำรวจเป็นสมาชิก GotoknoW บ้างไหมหนอ จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันบ้าง

พ.แจ่มจำรัสครับ ผมเข้าใจว่าตำรวจมีเจตนาดีในการทำเช่นนี้ แต่ที่ทักท้วงเพราะต้องการให้รอบคอบและสบายใจด้วยกันทุกฝ่ายครับ

สวัสดียามเช้าค่ะ

 ดีสำหรับเด็กๆดี ไม่ดีสำหรับเด็กชอบเที่ยว และจะมีปัญหากับเด็กและผู้ปกครองที่ต้องเรียนพิเศษกลับบ้านไกลเลย 4 ทุ่ม คงต้องมีบัตรประจำเพื่อตรวจมังค่ะ การยกเว้นก็คงต้องทำกัน น่าจะเข้มงวดมากกับสถานที่ที่เด็กไปใช้บริการด้วยนะคะ เช่น ร้านเน็ต  การนอนค้างรวมกันเฮฮาในห้องหอ ก็คงมีมากขึ้น

namsha ครับ ขอบคุณมากสำหรับคำอวยพร ขอให้มีความสุขมากๆ เช่นกันนะครับ

พี่กานดาครับ การเข้มงวดสถานที่สร้างปัญหาแก่เด็กเป็นเรื่องแรกที่ต้องดำเนินการกัน แต่ตำรวจจำนวนหนึ่งรับผลประโยชน์จากสถานที่เหล่านี้ จึงไม่จัดการกัน

สวัสดีค่ะ

เรื่องนี้กำลังฮอท  อยู่หน้าจอทุกช่องค่ะ

อยากให้คุณครูหยุยเขียนบันทึกเรื่อง...ไม้เรียวบ้างค่ะ

พี่คิมโหวตว่า...ไม่เห็นด้วย

แค่เพียงคำว่า "เฆี่ยนตี"  เฆี่ยน....บาดลึกในความรู้สึก ไม่สมควรนำมาใช้กับคนโดยเฉพาะเด็กเลยนะคะ

ครูคิมครับ ขอบคุณครับ ส่วนเรื่องไม้เรียวกำลังเรียบเรียงให้มติชนอยู่ครับ

สวัสดีครับคุณครูวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์

รายละเอียดและความรอบคอบในการแก้ไขปัญหานั้น เป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากครับ สำคัญมากครับ

ถ้าย้อนรอยกลับมาว่า ห้ามผู้ใหญ่ออกนอกบ้านหลังเวลาสี่ทุ่มละ ทุกท่านจะหาคำตอบอย่างไร

....

นั่นก็เป็นเหตุเป็นผลของเราที่เป็นผู้ใหญ่ใช่หรือไม่ มีเยอะมากครับ ฉันต้องทำงานเลี้ยงลูก เราต้องไปปฎิบัติหน้าที่ ฉันต้องหาเงินให้ครอบครัว ผมต้องไปประชุม

กระผมอยากนั่งดูแสงจันทร์และเดือนดาว คุณมาห้ามผมทำไมละ กระผมยังหาเงินไม่ได้กำไรเลย คุณจะห้ามทำไมละ ฉันยังรับจ้างอยู่เลย ฉันยังทำงานไม่เสร็จเลย .....

เราผู้เป็นผู้ใหญ่ ก็จะได้ข้อสรุปว่า เป็นไปไม่ได้ คุณจะมาห้ามฉันออกนอกบ้านหลังสี่ทุ่มได้อย่างไร ผู้ใหญ่ใช่ไหม ที่กำลังผลิตรายการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นให้เด็กซึมซับ ผู้ใหญ่ใช่ไหมที่กำลังโหมกระหน่ำทำธุรกิจบนพื้นฐานของความละโมบ ผู้ใหญ่ใช่ไหมที่กำลังผลิตเทคโนโลยีให้เด็กสมองเสื่อม ผู้ใหญ่ใช่ไหมที่เป็นเบ้าหลอมอันเลวร้ายในการสร้างความโหดร้าย เราถ่ายทอดพันธุกรรม โศกนาฐกรรมให้กับคนรุ่นใหม่ทุกลมหายใจ เราคิดถึงตัวเราบ้างหรือไม่

หรือว่าเราจะไปโยนความผิดทั้งปวงให้กับเด็กที่ลอกพฤติกรรมอันเป็นเบ้าหลอมมาจากชายหญิงที่เป็นต้นแบบ หรือว่าเราจะไปโยนให้ว่าเด็กที่โกนหัว เจาะใส่ตุ้มหู หรือว่าเราจะสร้างภาพให้มากขึ้นเรื่อย ๆ สร้างภาพการเป็นผู้นำแฟชั่น สร้างภาพการเป็นบุคคลอินเทรน สร้างภาพการเป็นชายต้นแบบในหัวใจวัยโจ๋ ขับรถด้วยความมาดมั่น สร้างภาพด้วยสายตาที่แกร่งกล้า ไม่ยอมสิโรราบต่อกรกับความโหดร้ายด้วยการล้างแค้นกันอย่างซึ่งหน้า ภาพตรงนี้ ทำไมเราไม่แก้ไขละ

ภาพของผู้ชายถือปืนยื่นมือจ่อยิงในหน้าจอทีวี มีอยู่ในละครทีวีทุกตอนข่าวค่ำ ภาพของผู้หญิงส่งแรงอิจฉาริษยาหึงหวง วางแผนแย่งชิงผู้ชาย ภาพของเด็กนักเรียนในโรงเรียนตบตีแย่งชิง ทะเลาะวิวาทด้วยการแย่งผู้หญิง แย่งผู้ชาย ภาพของความโกรธเกรี้ยว ไม่ยอมใคร ภาพของบุคคลผู้มุ่งมั่น ที่แสดงการฆ่าด้วยหลักการและเหตุผลของแต่ละฝ่าย สำหรับกระผม นั้น สั่นคลอนในดวงใจอย่างยิ่ง

กระผมก็มีลูกครับ ผู้หญิงหนึ่งชายหนึ่ง ฐานสำคัญที่สุดคือตัวกระผม คือผู้เป็นพ่อแม่ ที่จะต้องมีความละเอียดต่อสภาวะทางการครอบงำความคิด แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลย ว่า ผู้เป็นพ่อแม่จะสามารถดูแลเด็ก ดูแลลูกได้ดั่งที่ตนปราถนา พ่อแม่ทุกคนต้องการให้ลูกเป็นคนดี เล่าเรียนเพียรศึกษาเพื่อเป็นอะไรสักอย่างหนึ่งในภายภาคหน้า โดยพ่อแม่ก็ไม่รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ความที่ตัวเราถูกกำหนดด้วยเงื่อนไขความครอบงำดังกล่าว ใช่หรือไม่ว่า เราไม่เคยสอนให้ลูกของเราบอกการบ้านให้กับเพื่อนนักเรียนผู้ไม่รู้ ใช่หรือไม่ เบื้องหลังการบอกหรือสอนการบ้านของเราที่ถ่ายทอดออกไปให้กับผู้ไม่รู้ นั้นคือเราต้องการส่งเสริมอำนาจของความรู้ให้ลูกเราใช่หรือไม่

สิ่งที่เป็นครอบครัว ที่เรียกว่า พ่อ เรียกว่า แม่ นั้น ไม่แน่ใจว่าเราจะยังสามารถใช้คำได้ไพเราะอย่างสุดซึ้งในความหมายที่แท้จริงหรือปล่าว เพราะพ่อก็ยังติดที่จะให้ลูกเก่ง ทำงานทำการดี ๆ แย่งชิงความรู้มาสู่ตัวเองให้มาก ๆ เวลาสอบจะได้คะแนนดี ๆ เวลาโตขึ้นจะได้มีงานมีการทำที่เป็นที่เชิดหน้าชูตา ส่งลูกให้ไปโรงเรียนเพื่อให้รู้มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น จนไม่สามารถที่จะสอนให้ลูกบอกข้อสอบให้กับเพื่อนผู้ไม่รู้ได้

บทบาทของพ่อแม่ในปัจจุบัน ไม่มีความหมายเชิงศิลปแห่งการตื่นรู้อยู่อีกต่อไปแล้ว เราอยากเป็นผู้ทรงอยู่ในอำนาจ เราอยากเป็นคนนั้น คนนี้ เราอยากเป็นผู้ประสพความสำเร็จในชีวิต เราแต่งตัวเพื่อให้ดูดี เป็นที่เคารพ เป็นผู้ที่มีเสน่ เราปราถนาความสบาย เราต้องการการยอมรับในทุกรูปแบบ ให้ใครไม่ได้เลย เราต้องรีบไปหมดเสียทุกเรื่อง รีบซักผ้า รีบหุงข้าว รีบกินข้าว รีบเข้านอน รีบตื่นแต่เช้า เพื่อหาเป้าหมายที่ยังมาไม่ถึง และไม่มีวันที่จะเดินไปปถึง

พ่อแม่ยังคงต้องการร่ำรวย พ่อแม่ยังคงมีความต้องการอยู่ทุกลมหายใจ จนเราลืมไปแล้ว ว่าเรามีลูกอยู่ ลูกที่เราเลี้ยงดูอยู่นี้นั้น ไม่ใช่ลูกของเราในมิติจิตวิญญาณ เป็นลูกของเราแต่เพียงกายภาพภายนอก ทางจิตวิญญาณสำนึกรู้ เราไม่เคยมีลูกเลย ที่เราคงมีอยู่คือตัวเราเองเท่านั้น

..............

ความโหดร้ายนี้ ได้ถ่ายทอดพันธุกรรมไปสู่ลูกของเรา ไปสู่มนุษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่า

เมื่อเป็นเช่นนี้ กระผมขอเพียงแต่ให้เรียนรู้เข้าใจในเรื่องดังกล่าว และขออย่าได้สร้างความผิดให้กับลูกของเราอีกต่อไปเลย ขอให้ใช้จิตแห่งความรักในการมองชีวิตทุกชีวิตนั้นคือตัวเรา ขอให้สอนเขาให้ได้ว่า เวลานี้ไม่ควรทำอะไร เวลานี้ควรอยู่ ณ ที่ตรงไหน

ไม่ว่าเราจะทำอะไร ขออย่าได้สร้างความผิดให้กับลูกของเรา

ยังมีเด็กอีกมากเลยครับ ที่เอ่ยปากว่าเขาเกิดมาทำไม เขาเป็นผลผลิตของใคร เขาไม่ได้รู้เรื่องเลยกับสิ่งที่เป็นอยู่คือตัวตนนี้

เขาคือเด็กครับ เด็กนำไม้ตีเรา ลูกนำมือมาเล่นหัวพ่อ เพราะเขาคือลูก ถ้าเรามองเขาอย่างลูก เราจะแก้ปัญหาได้อย่างลึกซึ่ง ด้วยการไม่ตี ไม่ด่าว่า ไม่ประนาม เพราะทั้งตี ทั้งด่า ทั้งประนาม คือการว่าตัวเราเองครับ

กระผมรู้สึกอึดอัดกับปัญหาอันหนักอึ้งนี้ ลูกกระผมกำลังถูกทำร้ายทางจิตวิญญาณการครอบงำ เราต้องมาชัดเจนให้มากกว่าที่เป็นแค่ว่า เราได้ยอมสิโรราบให้กับโลกวัตถุนิยมเสียแล้ว......

ขอขอบพระคุณมากครับคุณครู เป็นแต่เพียงส่วนหนึ่งของความคิดเห็นครับ และเชื่อแน่ว่า ที่เขียนมานี้ เราไม่สามารถทำได้เลย บทเสวนานี้ไม่มีผิดไม่มีถูก เป็นบทที่แลกเปลี่ยนทางมิติจิตวิญญาณในความเป็นมนุษย์ และกระผมเชื่อว่า สิ่งมีชีวิตทุกชีวิต มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างสูงยิ่ง เมื่อเราเห็นสิ่งมีชีวิตคือความศักดิ์สิทธิ์ เราจะตีลูกของเราหรือ มดตัวหนึ่ง ที่เดินอยู่ในบ้านของเรา ยุงตัวหนึ่ง ที่กำลังกัดกินเรา เราจะเพียงแค่เงื้อมมือไปตบไปตีง่าย ๆ เท่านั้น หรือ ถ้าหากเราเห็นว่าสิ่งมีชีวิตคือความศักดิ์สิทธิ์ .....

กระผมเห็นด้วยครับ หากเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา แต่ไม่เห็นด้วย ที่จะลงโทษเด็กในทุกรูปแบบ เช่นเด็กที่ออกไปนอกบ้านเกินกำหนด ควรติดต่อให้ผู้ปกครองมารับกลับบ้าน โดยที่ ห้ามมีการลงโทษทุกรูปแบบ การลงโทษ จะทำให้เงื่อนไขของระบบอำนาจเจริญเติบโตขึ้น แต่ตกต่ำลงทางจิตวิญญาณสำนึกรู้ จะสร้างความผิดให้กับเด็กมากขึ้น คุณคิดว่ามันยากมากนักหรือ แค่คุณโทรศัพท์ไปบอกกับพ่อแม่เขาว่า ให้มารับลูกกลับบ้าน หรือผู้ปกครองมารับกลับบ้าน เท่านั้นเองครับ

ขออย่าได้ลงโทษเขาเลยครับ คุณไม่สงสารเขาเลยหรือ กระผมสงสารเขาครับ ไม่รู้จะใช้คำอย่างไร นอกจากคำว่า สงสารใจเขามากครับ ........

ด้วยความเคารพครับคุณครู กระผมขออนุญาตถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดให้คุณครูไว้พิจารณา เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขในโอกาสต่อไปขอรับ

เนิ่ม ชมภูศรี

ผมอ่านที่คุณเนิ่มเขียนสองรอบ น่าสนใจและแหลมคมน่าคิดมาก อยากให้หลายๆ คนได้อ่านเช่นกัน

... สวัสดีวันครูครับครูหยุย ... เห็นด้วยอย่างยิ่งกับท่านอาจารย์ครรับเรื่องห้ามเด็ดออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม หลักการดีมากครับเป็นการป้องกันการรมั่วสุมของวัยรุ่น ซึ่งอาจมีปัญหายาเสพติด การพนัน และการติดเกม ตามมา แต่ถามว่าจะมีหลักประกันขนาดไหนว่าในทางปฏิบัติตำรวจจะไม่ใช้อำนาจเกินขอบเขต และใช้ดุลยพินิจอย่างเที่ยงธรรม  ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายครับ ที่นี่ประเทศไทย และที่จะเป็นดุลยพินิจของตำรวจไทยครับ กลัวจริง ๆ ...

อ.ศุภัชณัฎฐ์ ครับ โดยหลักการดีและกฎหมายให้อำนาจบางส่วนไว้ แต่ในรายละเอียดวิธีปฏิบัติต่อเด็กน่ากังวลมาก

ขอขอบคุณอาจารย์วัลลภพบเรื่องนี้   ขอคนดีทั้งหลายให้เหมือนท่าน

ที่ลิขิตขีดเขียนไว้ในหลักการ            เพื่อสร้างสรรค์ประชาธิปไตยให้เป็นจริง

มิเป็นฟากเป็นฝ่ายใครทั้งนั้น            ขอให้ท่านย้อนดูไปได้สุงสิง

แลกเปลี่ยนกันผ่านเม้นท์ไปได้ท้วงติง   ทำทุกสิ่งรักษาชาติขาดเกมกล

เพียงมุ่งหมาย รับใช้ ในถิ่นเกิด

ไม่ได้เลิศ ประเสริฐศรี หรือดีเด่น

เพียงได้คิด ประดิษฐ์สร้าง ทางที่เป็น

หวังได้เห็น เด็กเป็นสุข ทุกๆ คน

เมื่อคืนนั่งดูครูหยุยในรายการของช่อง ๑๑ น่าสนใจครับ โดยเฉพาะ เรื่อง ทำอย่างไรให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพ มากกว่า การสร้างกติกาใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น ทั้งๆที่ของเดิมยังไม่ได้มีการทำงานอย่างจริงจังเลย

อ.โก๋ การบังคับใช้กฎหมายมีปัญหามาก ตำรวจมักละเว้น ทั้งจำนวนหนึ่งแสวงหาผลประโยชน์จากสิ่งไม่ดี ทำให้กฎหมายถูกละเว้น

ใช่ค่ะตำรวจไม่ดีก็เยอะ ตำรวจดีก็มี หนูอยากให้ตำรวจที่ไม่ดีทั้งหลายมีจิตสำนึกของการเป็นตำรวจเพื่อประชาชนมากกว่านี้

ตั๊กครับ ต้นทุนตำรวจไทยต่ำมากในสังคมไทย พอจะให้ใช้อำนาจกับเด็กๆ ที่มีอำนาจน้อย จึงกังวลกันเป็นธรรมดา

ก็ดีนะ เป็นการป้องกันอีกทางหนึ่ง

ส่วนเรื่องตำรวจหรือคนมีสีไม่ดีมีทุกวงการ

คนไทยแก้ไขยากมาก ต้องช่วยกันปลูกฝังตั้งแต่เด็ก(ไม่พ้นครูอีกแล้ว)

ตำรวจเลวนั้นหนาหาโอกาส       มีอำนาจยิ่งหากินปลิ้นปลอกได้

คำรวจหื่นขืนได้ช่องจ้องทำลาย  ตำรวจปลอมทั้งหลายได้ช่องลวง

 

ดวงเกษมสุขครับ ตำรวจมีทั้งดีและไม่ดี เจอดีก็ดีไป เจอร้ายล่ะก็อันตรยเป็นสองเท่าเพราะมีอำนาจอยู่ในมือ

วิโรจน์ครับ...ตำรวจดี ยังมีอยู่ คู่กับชาติ

                ตำรวจพลาด ประหลาดร้าย มีหลายอยู่

                ตำรวจดี มีคุณค่า น่ามองดู

                ตำรวจร้าย อย่ากรายอยู่ คู่เด็กไทย

หากคิดในหลักการสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานแล้วเด็กวัยดังกล่าวถูกละเมิดนะคะ
การออกกฎดังกล่าวเป็นการเหวี่ยงแหทำให้เด็กกลุ่มอื่นถูกจำกัดสิทธิอย่างไม่สมควรกระทำ
ควรจะไปเข้มงวดตรวจเข้มสถานที่ล่อแหลมมากกว่ามาออกกฎละเมิดสิทธิเสรีของมนุษย์ขั้นพื้นฐาน
ไม่ทราบว่าโลกเสรีประชาธิปไตยที่ประเทศอื่นเขาทำกันแบบนี้หรือไม่คะ

ยุคนี้แล้วได้รับข่าวสารเรื่องดังกล่าวแล้วไม่สบายใจคะ
นับถือครูหยุยคะ

gannigar ครับ ความคิดสอดคล้องกับที่ท่านอดีตนายกชวน หลีกภัย ให้สัมภาษณ์ไว้เลย เป็นเช่นนั้นจริงๆ

  • สิทธิ เสรีภาพ
  • ละเมิดสิทธิ ... พูดกันมากมาย
  • แล้ว หน้าที่ ความถูกต้อง ความเหมาะสม ... เป็นของใคร ? ใครต้องปฏิบัติ

           " เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ เด็กฉลาดชาติเจริญ " 

              ดี & ฉลาด เป็นเช่นไร พ่อ แม่ ลูก มีใครรู้บ้าง ? 

ใยไหมครับ สิทธิ-หน้าที่ ต้องดำเนินไปเคียงคู่กัน เพียงแต่เด็กจำนวนมากถูกละเมิดสิทธิ ต้องดูแลพวกเขา

นายออมสิน วัฒนะรัตน์(ต้อง)

เมื่อ20-30ปี ก่อน เราพบว่า เด็กเกเร เด็กมีปัญหา เป็นเด็กในเมือง เป็นส่วนมาก

ปัจจุบันเราพบว่า เด็กเกเร เด็กมีปัญหา เป็นเด็กจากชนบท มาอยู่ในเมือง หรือ เด็กจากชนบทไปๆมาๆระหว่างเมือง เพราะพ่อแม่ในชนบท ไม่มีเวลา หรือ ยังไม่มีความพร้อมในการดูแลบุตร อย่างใกล้ชิด ผิดกับพ่อแม่ในเมืองที่ปัจจุบัน พ่อแม่ในเมืองมีความรู้มีความพร้อมในการดูแลเอาใจใส่บุตรได้มากกว่าหรือไม่ เพราะสังเกหตุว่า เด็กในเมือง เวลานี้ เกเร มีปัญหาน้อยกว่า การออกกฏห้ามเด็กอายุต่ำกว่า18ปี ออกจากบ้านหลังสี่ทุ่ม แม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ก็คงพอจะช่วย ให้พ่อแม่เบาใจได้บ้างก็แค่ระดับหนึ่งเท่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด หากทำได้จริงทั่วถึง สม่ำเสมอ แต่การที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านลอย จับปรับ ผู้ขับขี่จักรยานยนต์-ไม่สวมหมวกนิรภัย-ไม่มีใบชับชี่และอื่นๆ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนและนักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ ที่ถูกจับ ผมว่าน่าเห็นใจทั้งเด็กและผู้ปกครองนะ---จะให้ปั่นจักรยานเหมือนก่อน ก็ไม่ได้แล้ว

  • การกระทำเช่นนี้แม้จะดูเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ
  • แต่ก็คงสามารถบรรเทาไปในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
  • น่าหวั่นใจในการใช้อำนาจที่มีในมือของตำรวจนะคะ.

ออมสินครับ ดีครับสำหรับข้อมูลเทียบเคียงเด็กชนบทและเมือง รวมถึงความเห็นต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่ยังตั้งด่านลอยคอยขูดรีดอยู่ ซึ่งหวังว่าจะลดน้อยถอยลงในประเทศของเราไปเรื่อยๆ นะครับ

สิ่งที่สังคมทั่วไปห่วงใยก็ตรงกับที่ครูแป๋มกล่าวมาเลยครับ

ณรรงค์ให้เด็กอยู่กับบ้านกินข้าวพร้อมกันกับพ่อแม่ ดูTVพร้อมกัน... ลดค่า ADSL ลงเด็กจะได้เล่นเน็ตที่บ้าน ...เพิ่มความสูขความอบอุ่นอยู่ที่บ้าน....สร้างครอบครัวให้แกร่งตามฐานะ...และ...หาวิธีสอนให้เด็กเข้าใจความเลื่อนไหลของสังคม....ส่วนตำรวจเอาปราบพวกที่ชอบล้ำเส้น ( เป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับครู )

ณรรงค์ให้เด็กอยู่กับบ้านกินข้าวพร้อมกันกับพ่อแม่ ดูTVพร้อมกัน... ลดค่า ADSL ลงเด็กจะได้เล่นเน็ตที่บ้าน ...เพิ่มความสูขความอบอุ่นอยู่ที่บ้าน....สร้างครอบครัวให้แกร่งตามฐานะ...และ...หาวิธีสอนให้เด็กเข้าใจความเลื่อนไหลของสังคม....ส่วนตำรวจเอาปราบพวกที่ชอบล้ำเส้น ( เป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับครู )

บ่าวนพครับ ความคิดดีครับ สำคัญคือพ่อแม่ต้องไม่ออกกจากบ้านรอบดึกด้วย และตำรวจเอาจริงกับอบายมุขควบคู่ไป เมืองไทยไปโลดครับ

สวัสดีครับคุณครูวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์

หลังจากเดินทางรอนแรมเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวมาอย่างต่อเนื่อง  พอที่จะสรุปเป็นเนื้อหาได้อย่างชัดเจนว่า  การที่จะปลูกต้นไม้งามเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรใหญ่ได้ 

ประการแรกสุด  บุคคลที่ให้กำเนิดชีวิต  คือพ่อ  แม่  ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง  ในการเฝ้าถนอมและเลี้ยงดู  อบรมบ่มนิสัย  เฝ้ารักทำนุบำรุง  กระผมเองเป็นพ่อ  และมีเด็กอยู่กับบ้านด้วยกันหลายท่าน  ก็ต้องคอยเฝ้าบำรุงต้นไม้ให้เป็นครูเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา 

ฐานแห่งชีวิตของเด็กคือพ่อ  คือแม่  เด็กที่มาอยู่ในบ้านศูนย์ฝึกจักรยาน  พื้นฐานการอบรมสั่งสอนมีความแตกต่างกันอย่างมาก  ถ้าพ่อแม่มีความใส่ใจต่อสิ่งที่พ่อแม่คิด  ต่อสิ่งที่พ่อแม่สอน  ก็จะช่วยทำให้จิตของเด็กเกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ่ง  แต่ถ้าพ่อแม่สอนลูกว่า  ขนมอย่าแบ่งให้ใครทาน  เก็บไว้จะได้กินเมื่อหิว  พ่อแม่ก็ได้สร้างพื้นฐานให้กับเด็กไปในอีกแนวทางหนึ่งเช่นกัน 

......

ความสำคัญคือพ่อกับแม่  และที่สำคัญควบคู่กันคือมิตรผู้มีความอารี  กัลยาณมิตรที่งดงาม  หากเด็กคนหนึ่ง  ถูกแวดล้อมไปด้วยกัลยาณมิตรที่งดงาม  มิตรที่งดงามจะเป็นคำตอบให้กับเด็กได้เห็นโลกที่เสียสละ  โลกของความเป็นพลเมืองจิตอาสารับใช้  โลกของความเกื้อกูล 

.....

ถ้าถามว่า  เราจะไปหามิตรที่งดงามได้ที่ไหน  ก็ตัวเรานี้นี่เองที่เป็นมิตรที่งดงามให้กับเด็กได้  เราจะเป็น เราจะทำได้อย่างไร  เราผู้มีหน้าที่ในหลายเรื่องหลายประการ  จะเป็นมิตรที่งดงามให้กับเด็กได้ไหม  กระผมเข้าใจว่าเราคือมิตรที่สามารถสร้างสรรค์เด็กในความดีงามได้ 

กระผมมีเด็กชายคนหนึ่ง  ที่เป็นไม้อ่อนต่อโลกที่ดัดได้ด้วยความดีงาม  อายุยังน้อย  เมื่อเราทำการปลูกต้นรักพร้อมกับพ่อแม่ด้วยการเป็นมิตรที่งดงาม  พ่อแม่ช่วยอบรมบ่มความดี  มิตรที่งดงามช่วยส่งเสริม  มิตรที่งดงามนั้นเมื่อเทียบเคียงให้กว้างขึ้น  คือเราและท่าน  คือคุรุ  คือครู  คือผู้ประกอบอาชีพทุกอาชีพ  คือมนุษย์ทุกชีวิต  เป็นบุคคลผู้ทำหน้าที่มิตรที่งดงาม

......

แต่ว่า  ในขณะที่พ่อแม่สอนอบรมบ่มนิสัยให้ความรัก  มิตรที่งดงามกำลังทำอะไร  มิตรที่งดงามจะช่วยพ่อแม่ได้หรือไม่  เพราะเราคือกงล้อของสังคมที่กำลังเคลื่อนไหว  เราบรรทุกหัวใจของเขาไปด้วยสิ่งอันใด 

.......

กระผมก้มลงเก็บขยะ  สอนเด็กให้ไม่เดินก้าวข้ามเศษขยะ  โรงเรียน  ชุมชน  คุรุ  คุณครู  ควรหรือที่จะเดินก้าวข้ามเศษขยะที่อยู่ต่อหน้าต่อตา  เมื่อคุรุ  ครู  พ่อแม่  บุคคล  ไม่เดินก้าวข้ามเศษขยะ  คือเราไม่เดินก้าวข้ามความรักต่อเพื่อนมนุษย์ และแน่นอนอย่างยิ่งว่า  เราไม่ก้าวข้ามความรับผิดชอบ

.......

คำตอบของกระผม  ที่ค้นหามาว่า  เราจะวางปัญหาทั้งหลายทั้งปวงได้อย่างไร 

'' คือมีพ่อแม่เป็นฐานราก  มีมิตรที่งดงามเป็นคู่ชีวิตให้กับเด็ก ''

....

ขอเรียนเชิญท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน  เดินทางเข้าไปสัมผัสมิติทางจิตวิญาณในการช่วยกันก่อร่างสร้างชุมชนแห่งความรัก  ด้วยมิตรที่งดงามดังที่กล่าวถึงขอรับ

....

ด้วยความเคารพครับคุณครู

เนิ่ม ชมภูศรี

http://gotoknow.org/blog/abcdefa/423241

เนิ่มครับ เป็นความคิดและกิจกรรมที่ดีมากในการปลูกสร้างฐานที่ดีที่มั่นคงแกเด็กครับ

ผมเคยเสนอเขามาหลายปีแล้วว่า ตำรวจชอบตั้งด่านตอนเช้าถึงเย็น อ้างตรวจจับโน่น แต่แท้จริงแล้วจำนวนไม่น้อยตั้งเพื่อ รีดไถ จึง เสนอเขาตั้งด่านยามค่ำคืน โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสัญญาบัตรอยู่ด้วย จะช่วยลดปัญหาได้เยอะ ทั้งตรวจพบคนเมา  คนมั่วสุมดื่มเหล้าเอะอะโวยวาย  พวกขโมย  พวกชอบแอบฉุดสาวไปข่มขืน ต้องนำหลักนี้มาประกาศใช้ก่อน

ผมชอบประโยคนี้จังเลย แต่ไม่ได้ต่อว่าตำรวจนะครับ เพียงแต่จะเสนอความคิดเห็นว่า ใครก็ตามที่กำลังถือกฎหรือคุมกฎมักจะนำกฎเหล่านั้นมาบังคับใช้ได้เฉพาะคนที่ให้ความร่วมมือ และค่อนข้างจะเข้มงวดเสียด้วย

ตำรวจเมื่อตั้งด่านแล้วจะจับได้เฉพาะคนที่ยอมชะลอรถและจอดให้ตรวจ โดยเฉพาะมอร์เตอร์ไซค์ จอดแล้วตรวจสาระพัดเปิดใต้เบาะค้นกระเป๋าสตางค์ (ก่อนวันหวยออก) แต่สำหรับอีกพวกหนึ่งที่เห็นด่านแล้วกลับรถย้อนสอน หรือแกล้งชะลอแล้วก็บิดหนีพวกนี้ตำรวจได้แต่มองตามแล้วก็สอดส่องสายตาหาเหยื่อ เอ๊ย! รถคันต่อไปที่จะยอมหยุดให้จับปรับ...

มีครั้งหนึ่งผมโดนจับรถใหม่ไม่มีทะเบียน พอเขียนใบสั่งเสร็จก็ให้ไปต่อรองลดราคากับผู้กองในป้อมเอาเอง ผมยังคิดว่าดีนะครับบ้านเราเมืองเราอะไร ๆ ก็ต่อรองกันได้แม้แต่ค่าปรับ...

ความจริงที่ โยธินิน เล่าให้ฟังนั้น สะท้อนการบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อนและเลือกปฏบัติ คนจึงไม่กลัวกฎหมาย สำคัญอย่างน่าห่วงคือตำรวจส่วนหนึ่งไม่ดี ชอบรีดไถนั่นเอง

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี