
หลายวันก่อน ได้รับเชิญให้ไปร่วมสังสรรค์งานเลี้ยงยิ่งใหญ่ระดับ ๓๐๐ โต๊ะ ของนักการเมืองท้องถิ่นท่านหนึ่ง งานเลี้ยงระดับนี้ งบประมาณมิใช่น้อย คงเป็นงบประมาณสำหรับการปูทางสู่อำนาจในระดับที่สูงขึ้น จึงมิได้ไปร่วมงาน เลือกที่จะอยู่บ้านหุงข้าว เจียวไข่กิน แทนอาหารบนโต๊ะจีนในงานเลี้ยง
พยายามสลัดความคิดต่าง ๆ ทิ้งไป แต่ก็มิไยจะคิดต่อไปจนกระทั่งกลางคืน คิดไปถึงคำว่า "ประชาธิปไตย" มันคืออะไรกันแน่
มักได้ยินเสมอ ๆ ว่า "ประชาธิปไตย ต้องเป็นประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน"
ประชาชนระดับชาวบ้านคนหนึ่งอย่างฉัน เฝ้ามองการเมืองไทยมาตลอด หย่อนบัตรทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งไม่ว่าในระดับใด บางครั้งก็คิดว่า "เลือกเขาเข้ามาเป็นเจ้านายเรา" ใช่มั้ย ก่อนการเลือกตั้ง ฉันมักได้รับการยกมือไหว้ ไหว้แล้วไหว้อีก แม้ว่าบางครั้งผู้ยกมือไหว้จะอายุมากกว่าฉันตั้งหลายปี ขอให้ลงคะแนนเสียงให้ หลังเลือกตั้งได้อำนาจสมใจแล้ว ฉันกลับต้องทำตัวลีบ ยกมือไหว้เขาก่อนเสมอ
ทุกวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่อาจจะรวมถึงฉันด้วย ยกเรื่องของการเมืองให้เป็นหน้าที่ของคนบางชนชั้นและบางกลุ่ม ที่เรียกว่า "นักการเมือง" โดยเรามักจะแสดงบทบาททางการเมืองเพียงการ "หย่อนบัตรเลือกตั้ง" เท่านั้น
"ประชาธิปไตยต้องเป็นประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน" เป็นถ้อยคำพูดที่ดูดีมีสาระเอามาก ๆ ทำให้ฉันเริ่มค้นหา "มันคืออไรกันแน่"
ความหมายเริ่มชัดเจนในความคิด เมื่อได้สัมผัสกับหมู่บ้านหนองกลางดง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่นั่นมีสภาผู้นำชุมชน ประกอบด้วยผู้นำกลุ่มต่าง ๆ รวมกัน ๕๙ คน สภาผู้นำชุมชนสำรวจข้อมูลชุมชน แล้วเอามาทำแผนชุมชน เอาแผนชุมชนไปเสนอที่ประชุมของคนทั้งหมู่บ้าน เรียกว่าสภาประชาชน หรือสภาชุมชน คนทั้งหมู่บ้านมีส่วนติชมแก้ไขเพิ่มเติม กลายเป็นแผนชุมชนที่คนทั้งหมู่บ้านร่วมทำร่วมเป็นเจ้าของ ร่วมขับเคลื่อน ทำให้เศรษฐกิจ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมดีขึ้นพร้อมกันไป
นี่คือประชาธิปไตยระดับหมู่บ้าน ที่ฉันเชื่อว่า น่าจะเป็นคำเฉลยของข้อความที่ว่า "ประชาธิปไตยต้องเป็นประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน" มิใช่ประชาธิปไตยของนักการเมืองเพื่อนักการเมือง
ประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนในการพัฒนา ในการตัดสินใจ ในการตรวจสอบ เป็นประชาธิปไตยภาคปฏิบัติ คือประชาชนมีการรวมตัว ร่วมคิดร่วมทำในทุกเรื่อง มีความถูกต้องเป็น "ธรรมาธิปไตย" มิใช่ประชาธิปไตยที่เถื่อนถ่อย แบบนั้นมันไม่ใช่ "ประชาธิปไตย" เลย
หนองกลางดง เป็นชื่อหมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่ หมู่ 7 ตำบลศิลาลอย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ เป็นผู้นำ ผู้ใหญ่ได้นำเอาแนวคิดในการพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม ผนวกกับแนวคิดอื่น ๆมาใช้การพัฒนาหมู่บ้านของตนจนประสพความสำเร็จ ปัจจุบันกล่าวได้ว่า หนองกลางดงเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง เป็นชุมชนร่มเย็นเป็นสุข เป็นชุมชนที่น่าอยู่แห่งหนึ่ง
คลิ๊กไปชมรายละเอียดนะคะ http://www.clipsociety.com/video/623เศรษฐกิจสู่ความพอเพียง เลี้ยงชีวิตให้เป็นสุขที่หนองกลางดง
สวัสดีค่ะพี่อิง
สวัสดีครับน้องครูอิง
ผญ โชคชัย หมอบัญชาคือคนอนุมัติเห็นชอบโครงการ"ครอบครัวสุขสันต์สานฝันสู่ชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่
ผมรับผิดชอบโครงการผ่าน กองทุนออมบุญสวัสดิการ ให้อาจารย์ สวาท สันหีม ดำเนินการ สองแสนบาทในปีนี้ ตอนนี้ทีมงานของผู้ใหญ่กำลังส่งคนมาติดตามโครงการอยู่ งบฯ สสส.ครับ
สวัสดีค่ะน้องคุณยาย
บทความนี้ที่ได้อ่านฉันชื่นชอบ เห็นคำตอบประชาธิปไตยในวันหน้า
หากผู้คนสนใจได้นำพา ประชาธิปไตยนั้นหนาจะเบ่งบาน
หากเข้าใจในหลักการท่านจักเห็น ความชัดเจนประชาชนคนขับขาน
การเลือกตั้งหลงทางมาแต่ช้านาน อย่างที่ท่านวางประเด็นเห็นภาพลวง
นักเลือกตั้งยิ่งใหญ่ในทันที แต่เรานี้ส่งเขาให้ไปแดนสรวง
เทวดาอุบัติใหม่อีกหลายดวง นักเลือกตั้งทั้งปวงห่วงแต่ตัว
สวัสดีค่ะท่านพี่วอญ่า
สวัสดีค่ะคุณวิโรจน์
http://gotoknow.org/file/nunthaputho/24901947-54.mp3
คนไทยรักชาติงานใหญ่ในชีวิต มั่นอุทิศจริงใจไม่เพ้อฝัน
คนเห็นแก่ตัวชั่วช้าพญามาร สร้างเผด็จการกัดกินแผ่นดินไทย
ตัวกิเลสเหตุใหญ่ในคนนี้ หลายคนมีรวมกันพาลเหลวไหล
ทำทุกอย่างหวังผลจนเกินไป เกินกว่าสีเกินกว่าฝ่ายทำลายเรา
แผ่นดินชาติศาสนามหากษัตริย์ เขาหวังตัดทำลายใกล้เหลือเสา
หลายชนชาติศาสน์ลัทธิที่จะเอา ไทยแตกเหล่าเข้าทาง...พวกนั่งมอง
สวัสดีค่ะท่านวิโรจน์
พี่อิงขา
สวัสดีค่ะน้องคุณยาย
สวัสดีค่ะคุณครูปณิธิ
พระสยามเทวาธิราชท่านหมดแรง ไม่อาจแข่งพวกแยกไทยให้เป็นแผล
วัสการพราห์มทำลายไทยแตกแพ คนไทยแย่ไม่รู้ทันปั่นเต้นตาม
แบ่งเป็นฝ่ายกลายเป็นสีมิรู้ลึก จึงทำคึกกูรักชาติพลันถลำ
กลุ่มการเมืองต่างฉกชิงวิ่งกันนำ เข้าแผนตามชูคบไฟไปเผาเมือง
สุมเข้าไปยิ่งถูกใจไอ้พวกปั่น ยิ่งห่ำหั่นทะเลาะกันปั่นแดงเหลือง
แทรกทำลายขยายข่าวเราเผาเมือง ไม่รู้เรื่องเพราะรักชาติขาดปัญญา
วัสการพราหมณ์คนนั้นที่ท่านกล่าว
เรามิรู้เรื่องราวในเบาะแส
อยากรู้ความที่เป็นจริงไม่ผันแปร
ได้ฟังแต่ลอยลมมา มิกล้าเชื่อคำ
ไทยแตกแยก ต่างให้ร้ายฝ่ายตรงข้าม
มิอยากเชื่อ โดยผลีผลาม ใจถลำ
ท่านตอบเราหน่อยได้ไหมในถ้อยคำ
มิรู้ความเท็จจริง หญิงภูธร
***มิรู้เลยจริง ๆ นะ เรื่องใดจริงเรื่องใดเท็จ รู้แต่ว่าไม่อยากให้มีการแตกแยก แบ่งฝ่ายกันและอยากให้ปกป้องสามสถาบันหลัก หากท่านอธิบายให้เราฟังบ้างก็จะเป็นพระคุณยิ่ง ทางเมลก็ได้นะคะ***
สวัสดีค่ะพี่ครูกาญจน์