สปส.ปรับโครงสร้างใหม่รองรับผู้ประกันตนในมาตรา 40 ตามนโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล คาด พ.ร.ฏ.แล้วเสร็จในเดือนนี้ เผยแรงจูงใจที่จะดึงคนเข้าสู่ระบบมากขึ้น คือ กรณีขาดงานได้รับชดเชยวันละ 200 บ. ด้านนักวิชาการแนะกรณีชราภาพ เข้าสู่การออมในส่วนของกองทุนการออมแห่งชาติคุ้มค่ากว่า นายรักษ์ศักดิ์ โชติชัยสถิตย์ ผู้ตรวจราชการ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในฐานะคณะทำงานเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ด้านยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและขยายระบบสวัสดิการสังคม สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง กรณีที่รัฐบาลออกมาตราเร่งด่วนโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 40 (ประกันตนโดยสมัครใจ) ใน พ.ร.บ.ประกันสังคม 2533 ว่า รูปแบบรัฐบาลประกาศมี 2 รูปแบบ คือ เดือนละ 100 บาท และ 150 บาท รัฐบาลจะจ่ายเงินเป็นกองทุนประเดิมให้ 1,200 ล้านบาทก่อน เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถจ่ายสมทบได้ เพราะต้องรอแก้กฎหมายก่อน ซึ่งคาดว่าในปีแรกจะมีประชาชนให้ความสนใจ และเข้าสู่ระบบประมาณ 2.4 ล้านคน โดยถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการจัดระบบสวัสดิการให้กับประชาชน

       ด้านนายปั้น วรรณพินิจ เลขาธิการ สปส.กล่าวว่า ขณะนี้ ได้จัดทำแผนเพื่อเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างของ สปส. เพื่อรองรับการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสู่ระบบครั้งนี้ เพราะในปัจจุบันยังมีบุคลากรไม่เพียงพอ เช่น ในพื้นที่ กทม.มี สปส.เขตอยู่เพียงแห่งเดียว ในขณะที่ต่างจังหวัดอาจต้องขยายลงสู่ระดับอำเภอมากขึ้น เพื่อรองรับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ ยังได้จัดเตรียมในเรื่องระบบทะเบียน และการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น ในส่วนของพระราชกฤษฎีกาที่ต้องออกมารองรับนั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นเดือน ม.ค. จะเสร็จสิ้น ก่อนส่งให้คณะกรรมการการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา และนำเสนอคณะรัฐมนตรี

       นายปั้น กล่าวต่อว่า แรงจูงใจที่ทำให้ประชาชนเข้าสู่ระบบนี้ คือ เมื่อเจ็บป่วยก็ยังเข้ารับการรักษาพยาบาลตามสิทธิของสำนักงานปฏิรูปสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แต่จะได้รับค่าชดเชยจากการขาดงานวันละ 200 บาท แต่ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินแล้ว 3 ใน 4 เดือน  ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่เลือกประกัน 150 บาท นอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์เรื่อง เจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิตแล้ว ยังมีกรณีชราภาพ ซึ่งจะได้รับเป็นบำเหน็จเท่านั้น

       ด้านนายสถิตพงศ์ ธนวิริยะกุล อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลที่ให้ประชาชนเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา 40 ถือว่าเป็นการขยายความคุ้มครองระบบสวัสดิการสู่ภาคประชาชนมากขึ้น แต่ที่อยากตั้งข้อสังเกต คือ กรณีของกรณีชราภาพ เพราะหากประชาชนเข้าสู่การออมในส่วนของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จะคุ้มค่ากว่า เพราะตามมาตรา 40 นี้ จะจ่ายเฉพาะบำเหน็จซึ่งได้เงินไม่มากนัก และต้องถูกบังคับให้จ่ายทุกเดือน แต่หากเข้าสู่ กอช. จะยังมีสิทธิอยู่และได้เป็นบำนาญ "ยิ่งในวันนี้ กอช.เพิ่งมีมติให้ตัดสิทธิคนที่อยู่ในระบบประกันสังคม ห้ามใช้สิทธิใน กอช. เพราะเขาเกรงว่าจะจ่ายเงินซ้ำซ้อนกัน  ดังนั้น แรงงานนอกระบบที่จะเข้าสู่มาตรา 40 ก็จะไม่สามารถเข้าสู่ กอช.ได้ จำเป็นต้องเลือกเอาทางใดทางหนึ่ง" นายสถิตพงศ์กล่าว

       นพ.ถาวร สกุลพาณิชย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพ (สวปก.) กล่าวว่า นโยบายดังกล่าวของรัฐบาลถือว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้อง แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ เกรงว่าจะมีผู้ที่เสี่ยงเข้าสู่ระบบประกันสังคมมากขึ้น ซึ่งทางออก คือ ต้องพยายามดึงประชาชนให้เข้ามาร่วมเป็นประกันหมู่ให้มากที่สุด เพื่อให้ได้ทั้งผู้ที่แข็งแรงและผู้ที่ไม่แข็งแรงมาผสมผสานกัน เพราะหากได้ผู้ที่อ่อนแออย่างเดียวมาซื้อประกันก็จะไปไม่รอด

กรุงเทพธุรกิจ  แนวหน้า  มติชน

13 มกราคม 2554