พิธีการ การบูชาพระรัตนตรัย
การฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือการฝึกอบรมลูกเสือ-เนตรนารีของไทยเรานั้นมักจะมีพิธีทางศาสนาพุทธเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเสมอ เช่นพิธีเปิดการฝึกอบรม พิธีฟังพระธรรมเทศนา ก่อนเดินทางไกล พิธีเข้าประจำกองลูกเสือเป็นต้น ฯลฯ ดังนั้น เพื่อเป็นแนวทางในแนวเดียวกัน จึงมีข้อเสนอแนะในด้านต่างๆดังนี้
1. การจัดโต๊ะหมู่บูชา
การจัดโต๊ะหมู่บูชามีจุดประสงค์เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป พร้อมเครื่องบูชาตามคตินิยมของชาวพุทธ ศาสนพิธีต่างๆ ทางพระพุทธศาสนานิยมอัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานไว้ในพิธีด้วยเพื่อให้พระรัตนตรัยครบสบูรณ์การอัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานนั้น ควรทำสถานที่ประดิษฐานนั้นให้เหมาะสม ในปัจจุบันถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย พร้อมทั้งเป็นวัฒนธรรมประเพณีที่สำคัญกลายเป็นมรดกของชาติส่วนหนึ่ง การจัดโต๊ะหมู่บูชา โต๊ะหมู่มีจำนวนโต๊ะแตกต่างกัน คือ หมู่ 4 หมู่ 5 หมู่ 6 หมู่ 7 หมู่ 9 แต่ที่นิยมใช้กันคือหมู่ 5 หมู่ 7 หมู่ 9 การใช้โต๊ะหมู่ขนาดใดขึ้นอยู่กับพื้นที่ และอุปกรณ์ที่มีอยู่เป็นสำคัญ เครื่องบูชาที่ใช้ในการตั้งโต๊ะหมู่บูชาคือพานพุ่ม หรือพานดอกไม้ แจกันดอกไม้ กระถางธูป เชิงเทียน โดยมีปริมาณที่มากน้อยแตกต่างกันไป ตามจำนวนของโต๊ะหมู่ที่ใช้ โดยมีหลักเกณฑ์การจัดที่สำคัญ คือ การจัดตั้งเครื่องบูชาทุกชนิดจะต้องไม่สูงกว่าพระพุทธรูปที่ประดิษฐานที่โต๊ะหมู่บูชา การจัดโต๊ะหมู่บูชาในพิธีของราชการ (ที่ไม่ใช่เกี่ยวกับนานาชาติ) มักนิยมตั้งธงชาติ และพระบรมฉายาลักษณ์หรือพระบรมฉายาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวร่วมกับโต๊ะหมู่บูชาเพื่อให้ครบทั้ง 3 สถาบัน คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีหลักในการจัดคือ ตั้งโต๊ะหมู่บูชาไว้ตรงกลาง ตั้งธงชาติทางด้านขวาของโต๊ะหมู่ และตั้งพระบรมฉายาลักษณ์หรือพระบรมฉายาทิสลักษณ์ไว้ทางด้านซ้ายของโต๊ะหมู่
- การแสดงความเคารพของผู้เป็นประธาน ณ ที่บูชาและผู้ร่วมพิธี
ชาย นั่งคุกเข่าปลายเท้าตั้ง นั่งบนส้นเท้า มือทั้งสองวางบนหน้าขา (ท่าเทพบุตร) ในกรณีประธานในพิธีเป็น
หญิง นั่งคุกเข่าปลายเท้าราบ นั่งบนส้นเท้า มือทั้งสองวางบนหน้าขาทั้งสองข้าง (ท่าเทพธิดา)
การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์
จังหวะที่ 1 (อัญชลี) ยกมือขึ้นประนมระหว่างอก ปลายนิ้วชิดกัน ตั้งขึ้นแนบตัวไม่กางศอก
จังหวะที่ 2 (วันทนา) ยกมือขึ้นพร้อมกับก้มศีรษะ โดยให้ปลายนิ้วชี้จรดปลายหน้าผาก
จังหวะที่ 3 (อภิวาท) ทอดมือลงกราบ ให้มือและแขนทั้งสองข้างลงพร้อมกัน มือคว่ำ ห่างกันเล็กน้อยพอให้หน้าผากจรดพื้นระหว่างมือได้ ชาย ให้กางศอกทั้งสองข้างลง ต่อจากเข่าขนานไปกับพื้นหลังไม่โก่ง หญิง ให้ศอกทั้งสองข้างค่อมเข่าเล็กน้อย
ทำสามจังหวะให้ครบสามครั้ง แล้วยกมือขึ้นจบ โดยให้นิ้วชี้จรดหน้าผากแล้วปล่อยมือลง การกราบไม่ควรให้ช้าหรือเร็วเกินไป
เมื่อประธานกราบผู้ร่วมพิธียกมือที่ประนมมือขึ้นให้นิ้วชี้จรดหน้าผาก พร้อมทั้งก้มศีรษะเล็กน้อย การจัดที่บูชาพระรัตนตรัยสำหรับประธานในพิธีที่เป็นสามัญไม่นิยมตั้งแท่นสำหรับกราบพระ แต่อาจใช้พรมปูกับพื้นที่หน้าโต๊ะหมู่บูชาสำหรับประธานเท่านั้น
เมื่อประธานบูชาพระรัตนตรัยเสร็จแล้ว จะยืนขึ้นถอยหลัง 1 ก้าว ยืนตรง ค้อมศีรษะ คารวะครั้งเดียวตรงโต๊ะหมู่บูชาซึ่งถือว่าเคารพต่อธงชาติและพระบรมฉายาลักษณ์ไปพร้อมกันแล้วให้ประธานปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้ทั้งชายและหญิงทั้งที่อยู่ในและนอกเครื่องแบบ หมายเหตุ การเสนอข้อปฏิบัติให้ประธานคำนับครั้งเดียว ณ ที่บูชา มีเหตุผลหลายประการดังนี้ คือ
1. ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ถือวันพระราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2503 ตีพิมพ์ในกิจจานุเบกษา เล่มที่ 77 ตอนที่ 43 วันที่ 24 พฤษภาคม 2503 หน้า 1452 จึงถือได้ว่าพระมหากษัตริย์ไทยและชาติไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การคำนับครั้งเดียวจึงเป็นการเคารพทั้งชาติไทยและมหากษัตริย์โดยนัยดังกล่าว
2. การคำนับครั้งเดียว เมื่อต้องการแสดงความเคารพสิ่งที่ตนยกย่องบูชาเกินจำนวน 1 ขึ้นไป ซึ่งประดิษฐาน ณ ที่ใกล้เคียงกันนั้น ได้ปฏิบัติอยู่แล้วบางโอกาส เช่นการคำนับครั้งเดียว ณ ที่บูชา เมื่อเข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างในกรณีอื่นๆ อีก เช่น ในพิธีบรรพชาอุปสมบทผู้ขออุปสมบทจะทำความเคารพบิดามารดา และผู้มีอุปการคุณด้วยการกราบเพียงครั้งเดียว หรือในที่ประชุมผู้ที่เข้าไปภายหลังจะทำความผู้เป็นประธานเพียงครั้งเดียว ซึ่งถือได้ว่าทำความเคารพผู้อยู่ในที่หอประชุมทั้งหมด
3. การคำนับเพียงครั้งเดียว สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีหนังสือที่ ศธ 0303 /5541 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2531 เรื่องขอหารือเรื่องการแสดงความเคารพ ณ ที่บูชา ไปยังเลขาธิการพระราชวังได้ทีหนังสือตอบที่ พร 001/3735 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2531 โดยสำนักพระราชวังได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการแสดงความเคารพโดยการคำนับเพียงครั้งเดียวเป็นการถูกต้องแล้ว
เอกสารอ้างอิง 1. ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยและกรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ การจัดโต๊ะหมู่บูชา;หน้า 6-7 และ 19,หสน.อาทรการพิมพ์, 2535 2. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ, มารยาทไทย; หน้า 33-35 และ 46-48, โรงพิมพ์การศาสนา, ม.ป.ป. การสวดมนต์ และการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
เมื่อสิ้นสุดในวิชาสุดท้าย ตอนกลางคืนของแต่ละวัน
พิธีจะนัดหมายการปฏิบัติต่าง ๆ แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม เสร็จแล้วให้มีการสวดมนต์และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีตามลำดับ
1. การสวดมนต์ ให้ทุกคนยืนขึ้นประนมมือ หันหน้าไปทางชั้นเรียน ถ้าหากมีองค์พระพุทธรูปหรือภาพพระพุทธรูปอยู่ด้วย ให้หันหน้าไปทางนั้น ผู้แทนหมู่บริการนำสวด เริ่มด้วย
“ อรหัง สัมมาสัมพุทโธ ภควา นโมตัสสะ อิติปิโสภควา สวากขาโต สุปฏิปันโน พาหุงสหัสสะมะมินิม ”
จนจบ 2. การร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
2.1 ถ้าในที่ชุมชนนั้นมีพระบรมรูปหรือพระบรมฉายาลักษณ์ หรือพระบรมฉายาทิสลักษณ์อยู่ด้วย ให้ทุกคนหันหน้าไปทางนั้น ใช้คำบอกว่า “ กอง ตรง ”
ผู้แทนหมู่บริการร้องนำ “ ข้าวรพุทธเจ้า ” ทุกคนร้องต่อในวรรคต่อไปจนจบ
2.2 ในกรณีที่ไม่มีพระบรมรูปหรือพระบรมฉายาลักษณ์ หรือพระบรมฉายาทิศลักษณ์อยู่ในที่ชุมนุมนั้นให้ใช้คำบอกว่า “ ทุกคนหันหน้าไปทางทิศ……” ( โดยใช้มือชี้ไปในทิศทางนั้น ) ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังประทับอยู่ ถ้าหากพระองค์ไม่ได้ประทับอยู่ภายในประเทศ ให้หันหน้าไปทางพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร “ กอง , ตรง ”
ผู้แทนหมู่บริการร้องนำ “ ข้าวรพุทธเจ้า ” ทุกคนร้องวรรคต่อไปจนจบ
เมื่อจบเพลงให้แยกย้ายกลับที่พักหรือปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายโดยปริยาย ให้ถือว่าสิ้นสุดการฝึกอบรมไม่ควรมีคำสั่งหรือนัดหมายอื่นใดต่อไป
การถวายราชสดุดีพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ในพิธีเปิดการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ 1. เครื่องบูชา จัดตั้งไว้หน้าพระบรมรูป ควรมีเครื่องทองน้อยและพานสำหรับวางพวงมาลัยหรือช่อดอกไม้ถ้าไม่มีเครื่องทองน้อยให้จัดเครื่องบูชาดังนี้ ก. ธูป 1 ดอก ข. เทียน 1 เล่ม ค. พานสำหรับวางพวงมาลัย หรือช่อดอกไม้ 2. พิธีกร พิธีกร เชิญประธานในพิธีจุดธูปถวายราชสักการะ ภายหลังที่ประธานได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแล้ว 3. ประธานในพิธี ( 1 ) เดินไปยังหน้าพระบรมรูป ถวายคำนับ ( ตามระเบียบสำนักพระราชวัง ) รับพวงมาลัยหรือช่อดอกไม้จากเจ้าหน้าที่ถวายไว้บนพานที่หน้าพระบรมรูป แล้วจุดเทียน จุดธูปตามลำดับ ( 2 ) เสร็จแล้วลงนั่งคุกเข่าประนมมือ ถวายบังคม 3 ครั้ง แล้วลุกขึ้นยืนถวายคำนับอีกครั้งหนึ่ง ( 3 ) ถอยออกมานั่งเตรียมถวายราชสดุดี ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าหนึ่งก้าว คุกเข่าลง ตั้งเข่าซ้ายนั่งลงบนส้นเท้าขวา มือขวาแบคว่ำวางลงบนเข่าขวา แขนซ้ายวางพาดบนเข่าซ้ายเอียงไปทางขวาเล็กน้อย เมื่อร้องเพลงราชสดุดี ให้ก้มหน้าเล็กน้อยและให้เงยหน้าขึ้นตามเดิมเมื่อจบเพลง (ถ้าถือหมวกอยู่ด้วยให้ปฏิบัติตามคู่มือระเบียบแถวของสำนักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ) 4. ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และแขกผู้รับเชิญอื่น ๆ ปฏิบัติดังนี้ ( 1 ) เมื่อประธานเดินไปจุดธูปเทียนบูชาพระบรมรูป ทุกคนยืนอยู่ในท่าตรง ( 2 ) เมื่อประธานลงนั่งคุกเข่าถวายบังคมให้ทุกคนนั่งลงในท่าเตรียมถวายราชสดุดี ( 3 ) เมื่อประธานถอยมานั่งในท่าเตรียมถวายราชสดุดี พิธีกรจะนำถวายราชสดุดี ให้ทุกคนร้องตามพร้อมกัน 5. เมื่อจบบทถวายราชสดุดีแล้วพิธีกรจะสั่งให้ทุกคน “ ลุก ” ทุกคนลุกขึ้นยืน เมื่อประธานเดินไปนั่งยังที่แล้วให้ทุกคนนั่งลง
หมายเหตุ สำหรับประธานในพิธีและผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่เป็นสตรี เมื่อเวลาถวายราชสดุดี
เพื่อความเหมาะสมให้นั่งคุกเข่าทั้งสองข้าง มือทั้งสองวางขนานกันไว้บนเข่าทั้งคู่
การประชุมคณะผู้ให้การฝึกอบรม
เพื่อที่จะให้การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือทุกหลักสูตรมีคุณภาพเป็นแนวทางเดียวกัน และเพื่อเป็นการพัฒนาคณะผู้ให้การฝึกอบรม ได้มีความรู้ความเข้าใจถูกต้องตรงกัน เกิดจากความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพจึงต้องมีการประชุมคณะผู้ให้การฝึกอบรมเป็นขั้นตอน ดังนี้
1. ก่อนการฝึกอบรมประมาณ 1 สัปดาห์ ใช้สถานที่ซึ่งเห็นว่าเหมาะสมเพื่อซักซ้อมการปฏิบัติ และมอบหมายหน้าที่ให้ไปเตรียมการ 2. ก่อนการเปิดการฝึกอบรม 1 วัน ณ สถานที่ฝึกอบรม เพื่อทบทวนซักซ้อมงานที่ได้รับ มอบหมายไปแล้วและตรวจสอบความต้องการของการเตรียมการทุกอย่าง ถ้าไม่พร้อมหรือถูกต้อง จะได้แก้ไขปรับปรุงให้สมบูรณ์
3. ระหว่างการฝึกอบรม ณ สถานที่ฝึกอบรม มีการประชุมทุกวัน เวลา หลังจากการฝึกอบรมในวิชาสุดท้ายของภาคกลางวันแล้ว
เรื่องที่จะนำมาประชุม 3.1 วิทยากรประจำหมู่แจ้งข้อมูล และพฤติกรรมของผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นรายบุคคล และ เสนอรายงานประเมินผลประจำวันต่อผู้อำนวยการฝึก 3.2 ข้อคิดเห็นจากการปฏิบัติที่ผ่านมาแล้ว เป็นรายวิชา ผลงานทีให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปร่วม กันทำ ได้ผลน้อยเพียงใด หรือมีปัญหาอย่างใด เพื่อทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกัน และความรู้สึกของผู้สอนเองมีความพอใจมากน้อยเพียงใดต่อผลงานของการสอน
3.3 ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้สอนในวิชาใด สำหรับวันต่อไป ได้ชี้แจงวิธีการเตรียมการ และความต้องการที่จะให้ใครช่วยเหลือสิ่งใด ซักซ้อมผู้ที่จะช่วยเหลือให้เข้าใจตรงกัน
3.4 ถ้าวิทยากรอื่นมีความสงสัย หรือไม่แน่ใจในวิชาที่สอนไปแล้ว ให้ซักถาม หรือเสนอแนะตามความคิดเห็นของตนได้ อย่านำไปพูดในสถานที่อื่น หรือพูดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฟังเป็นอันขาด 3.5 เพื่อทราบการประเมินผลของผู้เข้ารับการอบรมที่มีต่อคณะผู้ให้การฝึกอบรม ( ในกรณีที่มีการประเมินผลเป็นประจำวัน )
4. ก่อนวันเปิดการฝึกอบรม หรือเช้าของการปิดการอบรม เป็นการวัดผล ขั้นสุดท้าย โดยนำข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านมา รวมกับพฤติกรรมที่ได้รวบรวมไว้นำมาพิจารณาว่าจะสมควรให้ผ่านการฝึก อบรมครั้งนี้หรือไม่
5. ในการประชุมทุกครั้ง ให้มีสมุดบันทึกการประชุมไว้เป็นหลักฐาน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมลงนามไว้ทุก ๆ คน ผลการการประชุมเรื่องอะไรอย่างใด เป็นข้อมูลที่จะใช้ในการพัฒนาการฝึกอบรมครั้งต่อ ๆ ไป
หัวข้อแนวการปราศรัยของผู้อำนวยการฝึกอบรม รอบเสาธง ครั้งแรก
ขอต้อนรับในนามของคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ คณะวิทยากรรู้สึกชื่นชมยินดีในการเสียสละทุนทรัพย์ ความสุขส่วนตัว มาเข้ารับการฝึกอบรมด้วยความปรารถนาดีต่อกิจการลูกเสือ สำหรับค่ายลูกเสือแห่งนี้มีธรรมชาติที่สวยงาม เคยให้การฝึกอบรมบุคคลต่าง ๆมาแล้วมากมาย เพื่อที่จะให้การฝึกอบรมบรรลุตามวัตถุประสงค์ขอให้ปรับจิตใจมองทุกสิ่งในทางที่ดี ขอความร่วมมือในเรื่องความคล่องแคล่วว่องไว การตรงต่อเวลา ความสามัคคี ความสะอาด ทั้งร่างกายและจิตใจ ขอให้ระมัดระวังสุขภาพอนามัย อย่าให้เกิดการเจ็บป่วยในระหว่างฝึกอบรมได้
ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จตามที่ปรารถนาทั่วกัน
หัวข้อแนวการปราศรัยของผู้อำนวยการฝึกอบรม รอบเสาธง ประจำวัน
เรื่องที่จะนำมากล่าว อาจอ้างอิงกิจกรรมในการฝึกอบรมที่ผ่านมา เพื่อนำสู่เรื่องที่เป็นปกติ เรื่องที่น่าคิดหรือกล่าวถึงวันสำคัญในวันนั้น ๆ หรือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในห้องเวลาทำการฝึกอบรม โดยนำเอาปรัชญาคำสอนของศาสนา ของนักปราชญ์ในอดีตและปัจจุบัน สุภาษิต คำกล่าวของบุคคลสำคัญมาเปรียบเทียบ หรือเป็นอุทาหรณ์หรือให้ยึดถือปฏิบัติ โดยใช้เวลาประมาณ 5 – 8 นาที
พิธีรอบเสาธงในตอนเช้าระหว่างการฝึกอบรม ( ไม่มีอาวุธประจำกาย )
การประชุมรอบเสาธง สำหรับการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือหรือลูกเสือ ให้มีพิธีกรคนหนึ่งซึ่งได้รับ มอบหมายจากผู้อำนวยการฝึกเป็นผู้ดำเนินการ และให้มีการปฏิบัติในการชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาตามลำดับดังนี้ 1. ให้พิธีกรยืนอยู่หน้าเสาธง หันหลังให้เสาธง ห่างประมาณ 3 ก้าว 2. ให้คำสั่งเรียก “ กอง ” ใช้สัญญาณมือเรียกแถวรูปครึ่งวงกลม 3. ให้หมู่แรกอยู่ทางซ้ายมือของผู้เรียกเสมอ ทุกคนจะต้องจัดแถวโดยการสะบัดหน้าไปทาง ขวามือระยะเคียงระหว่างบุคคลภายในหมู่ 1 ช่วงศอก โดยให้มือซ้ายทาบสะเอวและดันศอกซ้ายให้เป็นแนวเดียวกับลำตัวระยะเคียงระหว่างหมู่ 1 ช่วงแขน โดยให้รองนายหมู่ยกแขนซ้ายขึ้นวัดระยะแล้วเอาลง 4. ให้หมู่ถัดไปเข้าแถวจัดระยะเคียงต่อจากหมู่แรกเรียงกันไปตามลำดับจนครบทุกหมู่เป็นรูป ครึ่งวงกลมให้หมู่สุดท้ายอยู่ทางขวามือของผู้เรียกตรงกับหมู่แรก คือ รองนายหมู่ของหมู่สุดท้ายจะต้องยืนตรงกับนายหมู่ของหมู่แรก 5. เมื่อพิธีกรเห็นว่าจัดรูปแถวเรียบร้อยแล้วจะสั่ง “ นิ่ง ” ทุกคนสะบัดหน้ากลับและคนที่ยก ศอกซ้ายมือทาบสะโพกก็ลดมือซ้ายลง ยืนอยู่ในท่าตรง ระวังอย่าให้วงกว้างเกินไปนักจะทำให้ได้ยินเสียงพูดไม่ชัดเจน 6. เมื่อทุกคนพร้อม พิธีกรสั่ง “ ตามระเบียบ – พัก ” แล้วสั่งกองอยู่ในท่าตรงเสียก่อน จึงสั่งให้ หมู่บริการเข้าไปเริ่มพิธีการชักธงชาติ ในขณะเดียวกันพิธีกรกลับไปเข้าแถวกับวิทยากรอื่นที่เข้าแถวอยู่หลังเสาธง เมื่อจะออกคำสั่งทุกครั้งให้ก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าว สั่งเสร็จให้กลับเข้าแถวตามเดิม 7. นายหมู่บริการหรือลูกเสือในหมู่บริการรวม 2 คน วิ่งออกไปยืนห่างจากเสาธงชาติ ประมาณ 3 ก้าว 8. ทั้งสองคนทำวันทยหัตถ์พร้อมกัน คนทางขวามือเดินเข้าไป 2 กาว ยืนเท้าชิดแก้เชือกผูกเสา ธงถอยหลังกลับไปอยู่ที่เดิม แยกเชือกธงเส้นที่จะชักขึ้นให้คนอยู่ทางซ้ายมือถือไว้ส่วนธงชาติอยู่ที่คนข้างขวา อย่าให้เส้นเชือกหย่อน ยืนเตรียมพร้อม แล้วพิธีกรสั่ง “ กองเคารพธงชาติ ” 9. ลูกเสือตามที่กำหนดในหมู่บริการนำร้องเพลงชาติ ลูกเสือทุกคนร้องเพลงชาติพอเริ่มร้อง เพลงให้ผู้ชักธงคนทางซ้ายค่อย ๆ สาวสายเชือกให้ธงขึ้นสู่ยอดเสาช้า ๆ ให้สายเชือกตึง ส่วนคนข้างขวาผ่อนสายเชือกให้ธงค่อย ๆ ขึ้นไป และคุมสายเชือกให้ตึงเสมอกัน ผู้ชักธงจะต้องกะระยะว่า พอเพลงชาติจะจบ กะให้ระยะธงชาติห่างจากปลายเสาประมาณ 50 เซนติเมตร พอเพลงชาติจบ จึงกระตุกเชือกให้ธงชาติถึงปลายเสาพอดีเสร็จแล้วคนทางขวาไปผูกเชือกให้เรียบร้อย แล้วถอยหลังกลับมา 10. ผู้เชิญธงชาติทำวันทยหัตถ์พร้อมกัน แล้วกลับหลังหันวิ่งไปเข้าแถวตามเดิม และรับไม้ พลองมาจากที่ฝากไว้ทำวันทยาวุธ พิธีกรสั่ง “ เรียบ – อาวุธ ” 11. พิธีกรสั่ง “ หมู่บริการนำสวดมนต์ ” แล้วสั่ง “ สงบนิ่ง ” ลูกเสือทุกคนรวมทั้งวิทยากรยืน สงบนิ่ง 1 นาทีแล้วเงยหน้าขึ้น ( ตามคู่มือการฝึกระเบียบแถว ฯ ) 12. พิธีกรสั่ง “ กองตามระเบียบ – พัก ” แล้วพิธีกรเชิญผู้อำนวยการฝึก 13. ขณะที่ผู้อำนวยการฝึกเดินออกไปหน้าเสาธง พิธีกรสั่ง “ กอง – ตรง ” “ วันทยา – วุธ ” ผู้อำนวยการฝึกทำวันทยหัตถ์ตอบ พิธีกรสั่ง “ เรียบอาวุธ – ตามระเบียบพัก ” 14. ผู้อำนวยการฝึกกล่าวปราศรัย ดำเนินการเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน เช่น การรายงานการ ตรวจให้โอวาทตมขั้นตอน จบแล้วพิธีกรสั่ง “ กอง – ตรง ” “ วันทยา - วุธ ” ผู้อำนวยการฝึกทำวันทยหัตถ์ตอบ พิธีกรสั่ง “ เรียบ - อาวุธ” “ ตามระเบียบ – พัก ” 15. พิธีกรนัดหมายแล้วสั่ง “ กอง – ตรง ” “ กอง - แยก ”
หมายเหตุ 1. กรณีที่ไม่มีพลอง ไม่ต้องสั่ง “ วันทยาวุธ ” 2. กรณีที่นายหมู่มีอาวุธคนเดียวไม่ต้องสั่งวันทยาวุธ แต่ตัวนายหมู่ต้องทำวันทยาวุธ
พิธีรอบเสาธงในตอนเช้าระหว่างการฝึกอบรม ( มีอาวุธประจำกาย )
การประชุมรอบเสาธง สำหรับการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือหรือลูกเสือ ให้มีพิธีกรคนหนึ่งซึ่งได้รับ มอบหมายจากผู้อำนวยการฝึกเป็นผู้ดำเนินการ และให้มีการปฏิบัติในการชักธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาตามลำดับดังนี้ 1. ให้พิธีกรยืนอยู่หน้าเสาธง หันหลังให้เสาธง ห่างประมาณ 3 ก้าว 2. ให้คำสั่งเรียก “ กอง ” ใช้สัญญาณมือเรียกแถวรูปครึ่งวงกลม 3. ให้หมู่แรกอยู่ทางซ้ายมือของผู้เรียกเสมอ ทุกคนจะต้องจัดแถวโดยการสะบัดหน้าไปทาง ขวามือระยะเคียงระหว่างบุคคลภายในหมู่ 1 ช่วงศอก โดยให้มือซ้ายทาบสะเอวและดันศอกซ้ายให้เป็นแนวเดียวกับลำตัวระยะเคียงระหว่างหมู่ 1 ช่วงแขน โดยให้รองนายหมู่ยกแขนซ้ายขึ้นวัดระยะแล้วเอาลง 4. ให้หมู่ถัดไปเข้าแถวจัดระยะเคียงต่อจากหมู่แรกเรียงกันไปตามลำดับจนครบทุกหมู่เป็นรูป ครึ่งวงกลมให้หมู่สุดท้ายอยู่ทางขวามือของผู้เรียกตรงกับหมู่แรก คือ รองนายหมู่ของหมู่สุดท้ายจะต้องยืนตรงกับนายหมู่ของหมู่แรก 5. เมื่อพิธีกรเห็นว่าจัดรูปแถวเรียบร้อยแล้วจะสั่ง “ นิ่ง ” ทุกคนสะบัดหน้ากลับและคนที่ยก ศอกซ้ายมือทาบสะโพกก็ลดมือซ้ายลง ยืนอยู่ในท่าตรง ระวังอย่าให้วงกว้างเกินไปนักจะทำให้ได้ยินเสียงพูดไม่ชัดเจน 6. เมื่อทุกคนพร้อม พิธีกรสั่ง “ ตามระเบียบ – พัก ” แล้วสั่งกองอยู่ในท่าตรงเสียก่อน จึงสั่งให้ หมู่บริการเข้าไปเริ่มพิธีการชักธงชาติ ในขณะเดียวกันพิธีกรกลับไปเข้าแถวกับวิทยากรอื่นที่เข้าแถวอยู่หลังเสาธง เมื่อจะออกคำสั่งทุกครั้งให้ก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าว สั่งเสร็จให้กลับเข้าแถวตามเดิม 7. นายหมู่บริการหรือลูกเสือในหมู่บริการรวม 2 คน ฝากพลองไว้กับคนถัดไปวิ่งออกไปยืน ห่างจากเสาธงชาติ ประมาณ 3 ก้าว 8. ทั้งสองคนทำวันทยหัตถ์พร้อมกัน คนทางขวามือเดินเข้าไป 2 กาว ยืนเท้าชิดแก้เชือกผูกเสา ธงถอยหลังกลับไปอยู่ที่เดิม แยกเชือกธงเส้นที่จะชักขึ้นให้คนอยู่ทางซ้ายมือถือไว้ส่วนธงชาติอยู่ที่คนข้างขวา อย่าให้เส้นเชือกหย่อน ยืนเตรียมพร้อม แล้วพิธีกรสั่ง “ กองเคารพธงชาติ วันทยา – วุธ ” 9. ลูกเสือตามที่กำหนดในหมู่บริการนำร้องเพลงชาติ ลูกเสือทุกคนร้องเพลงชาติพอเริ่มร้อง เพลงให้ผู้ชักธงคนทางซ้ายค่อย ๆ สาวสายเชือกให้ธงขึ้นสู่ยอดเสาช้า ๆ ให้สายเชือกตึง ส่วนคนข้างขวาผ่อนสายเชือกให้ธงค่อย ๆ ขึ้นไป และคุมสายเชือกให้ตึงเสมอกัน ผู้ชักธงจะต้องกะระยะว่า พอเพลงชาติจะจบ กะให้ระยะธงชาติห่างจากปลายเสาประมาณ 50 เซนติเมตร พอเพลงชาติจบ จึงกระตุกเชือกให้ธงชาติถึงปลายเสาพอดีเสร็จแล้วคนทางขวาไปผูกเชือกให้เรียบร้อย แล้วถอยหลังกลับมา 10. ผู้เชิญธงชาติทำวันทยหัตถ์พร้อมกัน แล้วกลับหลังหันวิ่งไปเข้าแถวตามเดิม และรับไม้ พลองมาจากที่ฝากไว้ทำวันทยาวุธ พิธีกรสั่ง “ เรียบ – อาวุธ ” 11. พิธีกรสั่ง “ หมู่บริการนำสวดมนต์ ” แล้วสั่ง “ สงบนิ่ง ” ลูกเสือทุกคนรวมทั้งวิทยากรยืน สงบนิ่ง 1 นาทีแล้วเงยหน้าขึ้น ( ตามคู่มือการฝึกระเบียบแถว ฯ ) 12. พิธีกรสั่ง “ กองตามระเบียบ – พัก ” แล้วพิธีกรเชิญผู้อำนวยการฝึก 13. ขณะที่ผู้อำนวยการฝึกเดินออกไปหน้าเสาธง พิธีกรสั่ง “ กอง – ตรง ” “ วันทยา – วุธ ” ผู้อำนวยการฝึกทำวันทยหัตถ์ตอบ พิธีกรสั่ง “ เรียบอาวุธ – ตามระเบียบพัก ” 14. ผู้อำนวยการฝึกกล่าวปราศรัย ดำเนินการเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน เช่น การรายงานการ ตรวจให้โอวาทตมขั้นตอน จบแล้วพิธีกรสั่ง “ กอง – ตรง ” “ วันทยา - วุธ ” ผู้อำนวยการฝึกทำวันทยหัตถ์ตอบ พิธีกรสั่ง “ เรียบ - อาวุธ” “ ตามระเบียบ – พัก ” 15. พิธีกรนัดหมายแล้วสั่ง “ กอง – ตรง ” “ กอง - แยก ”
หมายเหตุ 1. กรณีที่ไม่มีพลอง ไม่ต้องสั่ง “ วันทยาวุธ ” 2. กรณีที่นายหมู่มีอาวุธคนเดียวไม่ต้องสั่งวันทยาวุธ แต่ตัวนายหมู่ต้องทำวันทยาวุธ
พิธีเปิดการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ
( ตามประเพณีไทย )
1. การบูชาพระรัตนตรัย
1.1 การจัดโต๊ะหมู่บูชา
ควรเป็นโต๊ะหมู่ 5 หรือ 7 ประกอบด้วย พระพุทธรูปวางอยู่บนโต๊ะตัวสูงสุดตั้งอยู่ตรงกลาง ด้านข้างทั้ง 2 เป็นโต๊ะ 2 ตัว ต่ำกว่าโต๊ะวางพระพุทธรูปสำหรับตั้งแจกันดอกไม้ โต๊ะตัวกลางต่ำสุด วางกระถางธูป 1 กระถาง ไว้ตรงกลางมีเชิงเทียน 1 คู่ วางอยู่ข้างซ้ายและขวาของกระถางธูปในระดับเดียวกัน
ถ้าเป็นโต๊ะหมู่ 7 จะเป็นโต๊ะต่ำด้านข้างละตัวสำหรับวางแจกันดอกไม้
ด้านข้างของโต๊ะหมู่บูชา เป็นที่ตั้งของธงชาติอยู่ทางขวามือของพระพุทธรูป พระบรมฉายาลักษณ์ ร 9 อยู่ทางซ้าย ( ธงชาติไม่ควรให้สูงกว่า )
มีเสื่อหรือผ้าปูพรม ปูอยู่ที่พื้นตรงหน้าโต๊ะหมู่บูชา
มีหมอนสำหรับกราบ 1 ใบ
ในกรณี ผู้เป็นประธานในพิธีเป็นผู้มีอายุสูง หรือสุขภาพไม่สมบูรณ์ หรือร่างกายไม่อำนวยให้ที่จะต้องก้มลงกราบกับพื้นราบ ควรจัดที่สำหรับกราบแทน
กรณีจะใช้พุ่มเงิน พุ่มทอง มาตั้งไว้ด้วย ให้วางพุ่มทองไว้ทางขวาของผู้วางและ
พุ่มเงินอยู่ทางซ้าย
1.2 ขั้นตอนการปฏิบัติ
1.2.1 เมื่อประธานในพิธีเข้าไปในบริเวณประกอบพิธี พิธีกรสั่งทำความเคารพว่า “ กอง – ตรง ” ประธานรับการเคารพแล้วนั่งเก้าอี้ พิธีกรสั่ง “ นั่ง”
1.2.2 เมื่อประธานในพิธีนั่งพักพอสมควรแล้ว พิธีกรเชิญประธานประกอบพิธี ประธานเดินไปที่โต๊ะหมู่บูชา ให้ทุกคนลุกขึ้นยืนด้วยตนเอง โดยไม่ต้องสั่ง
1.2.3 เมื่อประธานรับไฟชนวน เริ่มจุดเทียนเล่มทางขวาก่อน และเล่มทางซ้ายของพระพุทธรูปตามลำดับ แล้วจุดธูป
1.2.4 ประธานนั่งลงกราบพระพุทธรูป 3 ครั้ง แล้วลุกขึ้นยืนถอยหลัง 1 ก้าว ทำความเคารพ
1.2.5 ผู้ร่วมในพิธียกมือที่ประนมขึ้นพร้อมกันเมื่อประธานเริ่มจุดเทียนชนวนและก้มศรีษะลงเล็กน้อยพร้อมประธานในพิธีก้มลงกราบแต่ละครั้งรวม 3 ครั้ง
1.2.6 ต่อจากนั้นประธานเดินไปถวายสักการะแด่พระบรมรูป ร.6 ต่อไป
2. การถวายราชสดุดีพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ( ภายในอาคาร )
2.1 การจัดโต๊ะเครื่องบูชาไว้หน้าพระบรมรูป
2.1.1 เครื่องทองน้อย หรือ
2.1.2 เทียน 1 เล่น ธูป 1 ดอก ( ให้เชิงเทียนอยู่ทางขวากระถางธูปอยู่ทางซ้ายของผู้ถวาย โดยถือแบบการจัดเครื่องทองน้อย ) วางไว้บนโต๊ะตัวสูง
พานสำหรับวางพวงมาลัย หรือช่อดอกไม้ ตั้งอยู่บนโต๊ะตัวที่ต่ำลงไป
2.2 เมื่อประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแล้ว เดินไปยังหน้าพระบรมรูป ถวายความเคารพ รับช่อดอกไม้หรือพวงมาลัยจากเจ้าหน้าที่ วางลงบนพานเป็นอันดับแรก รับไฟชนวน จุดเทียนธูปตามลำดับ
2.3 ประธานนั่งลงในท่าคุกเข่าทั้งสองข้าง
2.4 พิธีกรสั่ง “ เตรียมถวายราชสดุดี ” “ นั่ง ” ผู้ร่วมพิธีนั่งลงในท่าถวายราชสดุดี
2.5 ประธานในพิธีประนมมือ ถวายบังคม 3 ครั้ง ลุกขึ้นยืน ทำความเคารพแล้วถอยออกมา 1 ก้าว นั่งลงในท่าถวายราชสดุดี
2.6 เมื่อประธานอยู่ในท่าเตรียมถวายราชสดุดีด้วยคำว่า “ ข้า, ลูกเสือ ” ผู้ร่วมในพิธีกล่าวถ้อยคำวรรคต่อไปจนจบ
3. พิธีกรสั่ง “ลุก ” ทุกคนลุกขึ้นยืน รอจนกว่าประธานในพิธีกลับเข้าไปนั่งที่หรือถ้าประธานในพิธีได้ยืนในที่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับรายงานและกล่าวเปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วสั่ง “ นั่ง ”
หมายเหตุ การถวายความเคารพของผู้เป็นประธาน 1. แต่งเครื่องแบบลูกเสือ วันทยหัตถ์ 2. แต่งกายอย่างอื่น คำนับ
กรณีพระบรมรูป ร. 6 อยู่นอกอาคาร
เพื่อความเหมาะสม อาจประกอบพิธีถวายราชสดุดี ณ บริเวณพระบรมรูป โดยเปลี่ยนขั้นตอนดังนี้ - หลังจากประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแล้ว - ผู้แทนโครงการกล่าวรายงาน - ประธานกล่าวเปิด - ทั้งหมดไปเข้าแถวบริเวณหน้าพระบรมรูป โดยมีหมวก - การจัดเครื่องถวายราชสักการะ และขั้นตอนการปฏิบัติ เช่นเดียวกับการปฏิบัติภายในอาคาร
พิธีรอบเสาธงประจำวัน ( ตอนเช้า )
ผู้อำนวยการฝึก เป็นผู้กำหนดให้วิทยากรประจำกลุ่ม กลุ่มบริการ ทำหน้าที่เป็นพิธีกรประจำวัน โดยหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันทุกวัน ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้
1. พิธีกร ยืนหน้าเสาธง หันหลังให้เสาธง ห่างประมาณ 3 ก้าว อยู่ในท่าตรง ใช้คำสั่งเรียก “ กอง ” โดยทำสัญญาณมือเรียกแถวเป็นรูปครึ่งวงกลม
2. ผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้าแถวครึ่งวงกลม โดยให้ - นายหมู่ของหมู่แรก ยืนเป็นหลักอยู่ทางซ้ายของผู้เรียก หันหน้ามาทางด้านผู้เรียก - นายหมู่และสมาชิกในหมู่ 2,3,4,5, เข้าแถวต่อไปทางซ้าย ตามลำดับหมู่ เว้นระยะเคียงระหว่างหมู่ไว้ 1 ช่วงแขน - คนกึ่งกลางของหมู่ที่อยู่ตรงกลางของแถวทั้งหมดยืนตรงหน้าผู้เรียก - รองนายหมู่สุดท้ายเป็นหลัก ยืนอยู่ทางขวามือของผู้เรียก - นายหมู่แรก ผู้เรียก และรองนายหมู่สุดท้ายเป็นคนหลัก ยืนอยู่ในแนวเดียวกัน คนอื่นจัดแถวเรียงไปตามลำดับหมู่เป็นแถวครึ่งวงกลม ( การจัดแถวให้ก้าวเข้ามาในวงเมื่อแถวห่าง และถอยหลังออกเมื่อแถวชิดเกินไป ) 3. พิธีกรสั่ง “ จัดแถว ” เมื่อเห็นว่าถูกต้องเรียบร้อย สั่ง “ นิ่ง ” 4. ต่อจากนั้นสั่ง “ ตามระเบียบ – พัก ” 5. ซักซ้อม แนะนำการปฏิบัติ ตามลำดับทุกขั้นตอนจนเข้าใจดีแล้ว 6. พิธีสั่ง “ กอง – ตรง ” หมู่บริการ , ชักธง พิธีกรกลับไปยืนริมสุดของคณะวิทยากร ซึ่งยืน อยู่ในแถวหน้ากระดานหลังเสาธงชาติ 7. ผู้แทนหมู่บริการ 2 คน ผู้ใดก็ได้ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง ผู้แทนหมู่อาจจะเป็นนายหมู่และ รองนายหมู่ก็ได้ วิ่งไปที่เสาธงหยุดห่างจากเสาธงประมาณ 3 ก้าว ในท่าตรง ถ้าเป็นผู้ชายและผู้หญิง ให้ผู้ชายยืนอยู่ทางขวา ผู้หญิง ยืนทางซ้าย เมื่อหันหน้าเข้าหาเสาธง
ทำความเคารพด้วยท่าวันทยหัตถ์พร้อมกัน ผู้ที่ยืนทางขวาเป็นผู้ก้าวเท้าออกไป 2 ก้าว นำด้วยเท้าซ้ายยืนในทางตรง ปลดสายเชือกธงออก แล้วถอยหลังกลับด้วยเท้าซ้ายก่อน แยกเชือกผูกธงชาติออกไปโดยให้ธงชาติอยู่กับคนทางขวา เชือกที่จะชักให้อยู่กับคนทางซ้าย ให้เส้นเชือกตรงกลางไม่หย่อนลงถึงพื้นดิน 8. พิธีกร สั่ง “ กอง เคารพธงชาติ ” คณะผู้ให้การฝึกอบรม ซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเสาธง ทำวันทยหัตถ์
9. ผู้แทนหมู่บริการ นำร้องเพลงชาติในวรรคแรก ทุกคนที่ร่วมในพิธีร้องเพลงชาติในวรรคต่อไปจนจบผู้ชักธง ( คนทางซ้าย ) ค่อย ๆ ดึงเชือกให้ธงชาติเลื่อนขึ้นสู่ยอดเสาเมื่อเพลงจบพอดี คนทางขวารวบเชือกทั้ง 2 เส้น ก้าวเท้าเข้าไปผูกที่เสาธง ถอยหลังกลับมาอยู่ในที่เดิม
ทั้ง 2 คน ทำวันทยหัตถ์พร้อมกัน เสร็จแล้วทำกลับหลังหันวิ่งไปยืนในหมู่ของตน และอยู่ในท่าตรง ( ผู้ให้การฝึกอบรม เอามือลงพร้อมผู้ชักธง )
การใช้คำบอกก่อนการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ในการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ และลูกเสือ
ในการฝึกอบรมลูกเสือหรือผู้บังคับบัญชาลูกเสือ จะมีการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอยู่เสมอ ก่อนจะมีการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีนั้น ควรใช้คำบอกต่างกันดังต่อไปนี้ 1. ในกรณีที่มีพระบรมรูปหรือพระบรมฉายาลักษณ์อยู่ในที่ชุมนุมนั้นด้วย ให้ใช้คำบอกว่า “ กองตรง ถวายคำนับ ”
ครั้นแล้วให้หมู่บริการนำขึ้นร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี
2. ในกรณีที่ไม่มีพระบรมรูปหรือพระบรมฉายาลักษณ์อยู่ในที่ชุมนุมนั้น ให้ใช้คำบอกว่า
“ ทุกคนหันหน้าไปทางทิศ……. ( ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกำลังประทับอยู่ )”
“ กองตรง ถวายคำนับ ”
ครั้นแล้วให้หมู่บริการนำขึ้นเพลงสรรเสริญพระบารมี
3. ในกรณีผู้บังคับบัญชาลูกเสือและลูกเสือมีอาวุธอยู่ ให้ใช้คำบอกว่า
“ กองตรง วันทยาวุธ ”
แล้วหมู่บริการนำขึ้นร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อจบเพลงแล้วให้ใช้คำบอกว่า
“ กอง เรียบอาวุธ ” “ เลิกแถว ” หรือแล้วแต่กรณี