เมื่อคืนนี้บูตัทร้อง โฮกกก....ผู้เขียนและสามีรีบออกมาดู เห็นบูตัทนอนตัวเกร็งเหยียดตรงและสั่นทั้งตัว ผู้เขียนรีบเอาผ้าขนหนูห่อตัวแล้วพาไปนอนที่ที่เขาเคยนอน...บูตัทยังคงหายใจ แต่แววตาแห้งแล้งซะนี่กระไร

บันทึกวันจันทร์ที่ 10 มกราคม 2554 เวลา 21.00 น

พื้นฐานผู้เขียนเป็นคนรักสัตว์โดยเฉพาะสุนัขเพราะสมัยเด็กๆพ่อกับแม่ชอบเอามาเลี้ยง  หลังๆมาจึงไม่นิยมเลี้ยงเพราะไม่อยากเสียน้ำตา แต่ชีวิตของผู้เขียนไม่เคยขาดสัตว์เลี้ยงในบ้านเลย

จำได้ว่าผู้เป็นสามีที่ดูเหมือนดุ เรียกได้ว่า เธอเป็นคนปากร้าย แต่เอาเข้าจริงเธอเป็นคนมีเมตตากับสัตว์

ตอนช่วงที่เรามีลูกยาก เราขอลูกสุนัขร้านค้าปากซอยมาเลี้ยงเป็นเพื่อนชื่อ “บูบู้”... เป็นเพศผู้ จากนั้นไม่นานก็มีลูกศิษย์ของสามีเอาลูกสุนัขที่มีคนมาปล่อยไว้หน้าหมู่บ้านมาให้เลี้ยงเพิ่มอีกหนึ่งตัว เราตั้งชื่อว่า “ลัคกี้”...เป็นเพศเมีย

ลัคกี้...แม่ของบูตัท

 

แล้วลัคกี้ก็ท้อง... กับสุนัขตัวโตข้างบ้าน

ลัคกี้ตัวเตี้ยเลยคลอดลูกลำบาก คลอดลูกตายไปหนึ่งตัว รอดหนึ่งตัว และตัวสุดท้องติดคลอด เบ่งไม่ออกจนเรากลับมาพบว่ามีอะไรตุงๆอยู่ที่ก้น เดาเอาเองว่าน่าจะคงเหลือค้างลูกอีกจึงพาไปหาสัตวแพทย์...

 น้องการ์ตูนกับป๊อบอายและบูตัท

เขาผ่าท้องคลอดออกมา เราได้ลูกสุนัขเพิ่มอีกหนึ่งตัว เราไปรับทั้งแม่และลูกหลังผ่าตัดคลอดเสร็จ หมดเงินค่าทำคลอดไป 500 บาท สำหรับเมื่อ 20 ปีก่อนแล้ว เงินส่วนนี้ตอนนั้นสำหรับสุนัขเรียกว่าแพงเอาการ... เราตั้งชื่อลูกสุนัขตัวนั้นว่า “บูตัท” ซึ่งผู้เขียนมักเรียกมันว่า ไอ้ 500  ส่วนตัวพี่ที่คลอดก่อนเราตั้งชื่อว่า “ป๊อบอาย” ทั้งบูตัทและป๊อบอายเป็นเพศผู้

 

 นี่แหละ...บูตัท

ภาพที่“พี่การ์ตูน” ลูกสาวคนโตอายุราวสามสี่ขวบกอดบูตัทตอนมันเล็กๆยังคงติดตาผู้เขียนอยู่

 น่ารักกก...น่ากอดด...สำหรับเด็กๆ

บูตัทใช้ชีวิตแบบนักเลงโต รั้วบ้านผู้เขียนเตี้ย บูตัทชอบกระโดดข้ามรั้วไปเห่าสุนัขข้างบ้านเมื่อเจ้านายเขาไม่อยู่เป็นประจำ แต่พอเจ้านายเขากลับมามันจะรีบกระโดดกลับเข้าบ้าน...สุนัขสองบ้านจะเห่าข้ามรั้วกันเป็นประจำ... เหตุการณ์เกิดเป็นปีๆ จนลูกของเราสองบ้านโตขึ้นๆ แล้วข้างบ้านก็ขายบ้านหลังนั้นให้คนอื่น ไปซื้อบ้านหลังที่โตกว่า... คงไม่ใช่เพราะรำคาญสุนัขทะเลาะกันหรอกนา เพราะได้ข่าวว่ารายได้ดีขึ้นจากการขายประกันทำให้อยากได้บ้านหลังโตกว่าเดิม 

    น้องตาตั้มเล่นกับพี่ข้างบ้าน เอาทรายหมกบูตัท

ร่องรอยแผลเป็นบนใบหน้าบูตัทบ่งบอกประสบการณ์ ที่โชกโชนในความบู๊ของมันพอควร...

ป๊อบอายผู้พี่ตายจากไปก่อนเมื่อราว 6 ปีที่แล้วเพราะจมูกดมกลิ่นเสีย เดินหลงทางไปบนถนน แล้วถูกรถชน

ตอนนี้บูตัทอายุราว 18-19 ปี ซึ่ง 2-3 ปีให้หลังมานี้ก็เริ่มสงบเสงี่ยมขึ้น ไม่คล่องตัว...เริ่มปีนรั้วบ้านไม่ไหว หลังๆมานี่สายตามองไม่ค่อยเห็น เคลื่อนไหวได้ช้า ดีหน่อยที่จมูกยังดี ยังออกไปตะลอนแล้วหาทางกลับบ้านได้  ปีก่อนออกไปหน้าบ้านจนถูกรถเก็บขยะเฉียดเข้าไปกลิ้งใต้ท้องรถมาแล้ว... รถถากเอาเนื้อที่ขาไปพอประมาณ นึกว่าม่องไปซะแล้ว...ที่ไหนได้ ยังรอดมาให้เราให้ยาและดูแลรักษาแผลจนหาย... ได้วิ่งคึกคักอยู่ด้วยกันต่อ  พวกเรางดการออกนอกบ้านของบูตัท

ปีที่ผ่านมาดูว่าบูตัทแก่หง่อมขึ้นมาก ตามองไม่เห็น จมูกดมกลิ่นได้น้อย ดูโทรมมากไม่ค่อยสบาย เมื่อเดินๆไปแล้วจะงง  บางทีเดินไปชนกระถางต้นไม้แล้วหาทางออกไม่ได้ก็ใช้วิธีเห่า โฮ่ง!...เรียกนายให้ช่วย...

บูตัทจะเห่าทีละ โฮ่ง!... โฮ่งเดียวจริงๆ 

บูตัทน่าจะกลิ้งตกจากหน้าบ้านที่ตัวชอบขึ้นมานอนเป็นประจำเพราะคงมองไม่เห็นขอบ เห็นเดินขากระเพลกๆ....เราเลยงดการขึ้นนอนบนเทอเรส ให้นอนที่พื้นข้างล่างหน้ารถ เวลาเจ็บขาก็ร้องงี๊ดๆๆ หงิงๆๆตามประสาหมาขี้เกรงใจ... เราได้แต่ให้ยาแก้ปวด ลดไข้ไปตามอาการ

บูตัทโชคดีที่มี ค๊อปเปอร์ เป็นหมาพยาบาลคอยดูแลทำความสะอาดหน้าตา หัวหูให้ประจำ บางคราวค๊อปเปอร์นอนบังลมให้

ต้นปีนี้ บูตัทดูโทรมลงมาก กินข้าวกินน้ำน้อยลง... นอนมากผิดปกติ แววตาดูอิดโรย ไม่ค่อยตอบสนองทางอารมณ์เหมือนก่อน  ทุกวันนี้เมื่อเราตื่นเช้าหรือกลับจากที่ทำงานเข้าบ้าน... เราลุ้นกันทุกครั้งว่า..บูตัทยังอยู่หรือเปล่า

เมื่อคืนนี้บูตัทร้อง โฮกกก....ผู้เขียนและสามีรีบออกมาดู เห็นบูตัทนอนตัวเกร็งเหยียดตรงและสั่นทั้งตัว ผู้เขียนรีบเอาผ้าขนหนูห่อตัวแล้วพาไปนอนที่ที่เขาเคยนอน...บูตัทยังคงหายใจ แต่แววตาแห้งแล้งซะนี่กระไร เราเอามือลูบหัว ลูบตัวแล้วพูดคุยด้วย...บอกว่าอย่าห่วงอะไรเลย ให้นอนหลับซะ.....

ตื่นเช้ามาเราพบว่า บูตัท ยังมีชีวิตอยู่...มันยืนนิ่งอยู่ที่พื้น

ตอนนี้บูตัทไม่กินข้าวไม่กินน้ำมาสองวันแล้ว สิ่งทำได้คือส่งเสียงโฮ่ง!...เมื่อต้องการเรียกหา

ตอนนี้พี่การ์ตูนอายุยี่สิบกว่าและเธอรับปริญญาแล้ว...แต่บูตัทก็ยังอยู่เป็นเพื่อนเรา

............................................................. 

บันทึกวันอังคารที่ 11 มกราคม 2554 เวลา 20.00 น

เช้าวันนี้ตื่นมาด้วยความรู้สึกไม่อยากลุกเพราะอากาศข้างนอกหนาวเย็นและลมแรงมาก...นอนบนเตียงอุ่นสบายดี นึกถึงบูตัทแว๊บนึงว่า เช้านี้เราไม่ได้ยินเสียงเขาเดินชนร่มที่เรากางกันลมไว้เลย แต่เราก็ยังคงเอ้อละเหย...ลอยชาย จนอาบน้ำแต่งตัวเสร็จถึงออกไปนอกบ้านแล้วเดินไปดูบูตัท

...เห็นบูตัทนอนนิ่ง ตัวแข็งทื่อแล้ว...เข้าใจว่า เสียงเมื่อคืนนี้ราวสี่ทุ่มที่ได้ยิน..คงเป็นโฮ่ง!สุดท้ายของการกล่าวคำอำลา เสียดายแต่ว่า...ปกติหากได้ยินเสียง โฮ่ง! มักจะออกไปตามเสียงเรียก... แต่เมื่อคืนนี้ไม่ได้ลุกไปเพราะมัวแต่เขียนบันทึกนี้อยู่

ตลอดบั้นปลายชีวิตของบูตัทไม่เคยทำให้พวกเราลำบาก ไม่เคยถ่ายราดรดระเบียงบ้าน ไม่ร้องโหยหวนทรมานให้รำคาญ อย่างเก่งก็ งี๊ดๆ...เบาๆ...

...พวกเราทุกคนเตรียมทำใจกันมานาน 

เตรียมใจไว้ว่าสักวัน เราคงต้องจากกัน...น่าสงสาร...ไอ้ห้าร้อย 

ขอบใจบูตัทที่เกิดมาเพื่อเป็นเพื่อนกับลูกๆและสุนัขตัวอื่นๆของบ้านนี้

ลาก่อน...บูตัท...เจ้าหมาที่แสนดี