วันนี้ ฉันได้พาคนเล็ก ๆ จำนวน ๒๘ คนไปเที่ยวฟาร์มม้า ที่ถือว่าเป็นแหล่งใหญ่อีกแหล่งหนึ่ง เจ้าของฟาร์ม เป็นผู้ที่มีบทบาทต่อการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะในด้านการศึกษา และการเกษตร  ปศุสัตว์

          ย้อนไปเมื่อ ๑๐ ปีก่อน ฉันเคยไปเดินเล่นอยู่ในพื้นที่ของท่าน สมัยนั้น ท่านมีวัวเยอะมาก ต่างกับวันนี้ภาพที่ฉันเห็น  ไร่สวนของท่านผู้นี้ กลายเป็นฟาร์มม้า ที่มีม้ายสายพันธุ์ต่าง ๆ ร้อยกว่าตัว  ส่วนวัวก็ยังอยู่กันเป็นฝูง  ในเนื้อที่ติดชายเขา ๒,๐๐๐ ไร่ วันนี้โอกาสดีมาก ๆ ที่เจ้าของฟาร์มให้การต้อนรับพวกเราเหมือนลูกเหมือนหลาน พาชมทั่วบริเวณ คนตัวเล็ก ๆ ชอบอกชอบใจเป็นอย่างมาก บรรยายด้วยภาพก็แล้วกันนะคะ

 

เจ้าของฟาร์มใจดีกับคณะของเรามากค่ะ ท่านบรรยายเรื่องราวของม้าให้เด็ก ๆ ฟัง ให้เด็ก ๆ ทุกคนได้ขี่ม้า จนเด็ก ๆ ไม่อยากย้ายตัวเองออกจากคอกม้าเลยหล่ะค่ะ ภาพบนนั้นเป็นลูกม้าอายุไม่กี่เดือน ชื่อน้องแต้มค่ะ เป็นขวัญใจของเด็ก ๆ เลยหละ ส่วนภาพล่างนั้น คือลักกี้ค่ะ  เจ้าลัคกี้มีตาสีฟ้า มันคงเป็นมาฝรั่ง

 NS FARM เป็นฟาร์มม้าแหล่งใหญ่ของประเทศ
บรรยากาศดี  ฝูงม้าเลี้ยงปล่อยแบบธรรมชาตินับร้อย ฝูงวัว และฝูงแพะอีกจำนวนมาก มีบริการขี่ม้าขึ้นภูเขา ลุยลำธาร รับการฝึกสอนขี่ม้า ด้วยค่ะ

ฉันติดใจบ้านต้นไม้มากค่ะ เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ กับการสร้างบ้านหลังนี้ไว้บนต้นไม้ เจ้าของฟาร์มใจดีมากอนุญาตให้พวกเราขึ้นไปรับประทานอาหารบนบ้านต้นไม้ บรรยากาศดีมากค่ะ  บ้านต้นไม้มีห้องนอนสองห้อง มีห้องน้ำด้วยค่ะ ที่ผนังห้องนอน และผนังห้องน้ำ มีการวาดภาพธรรมชาติได้สวยงามมาก อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปกันมือระวิง

หลังจากทานข้าวมื้อกลางวันจนอิ่มหนำสำราญ ก็ออกสำรวจฟาร์มกันค่ะ ไปดูฝูงม้า มีลูกม้าที่เพิ่งคลอดได้ เพียง ๕ วันด้วยค่ะน่ารักมาก ๆ  คนเล็ก ๆ ก็ช่างซักช่างถาม กับคำถามหนึ่ง ถามว่า ม้ามีอายุกี่ปี  เจ้าของฟาร์มตอบว่าได้ประมาณ ๓๐ ปี

(น้องสาวครูอิง  เป็นนางแบบได้สบาย ๆ เลยค่ะ เจ้าของฟาร์มเขาชื่นชมมากกับการฝึกขี่ม้าครั้งแรกของเธอ)

เมื่อได้ลองขี่ม้า วนไปมาไม่กี่รอบก็ชักติดใจ ถามเจ้าของฟาร์มว่าถ้าจะมาหัดขี่ม้าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ก็ได้รับคำแนะนำอย่างดี สรุปว่า คอร์ดละ ๕,๐๐๐ บาทค่ะ จึงนัดแนะกันว่าวันอาทิตย์นี้เสร็จจากพิธีวันครู นี่แหละจะไปขี่ม้ากันอีกสักรอบ ซึ่งได้รับอภินันทนาการในราคาพิเศษ เป็นค่าอาหารม้าและครูฝึกนิด ๆ หน่อย ๆ