สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง 'Optimistic teens show lower depression risk' = "วัยรุ่น(ที่)มองโลกแง่ดีเสี่ยงซึมเศร้าน้อยลง", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ [ Reuters ]
- [ teen ] > noun = teenage = วัยรุ่น
- [ optimistic ] > adjective = (ซึ่ง)มองโลกแง่ดี
- [ pessimistic ] > adjective = (ซึ่ง)มองโลกแง่ร้าย
- [ depression ] > noun = (โรค อาการ)ซึมเศร้า
- [ risk ] > noun = ความเสี่ยง
การศึกษาทำในกลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นออสเตรเลีย อายุ 12-14 ปี 5,634 คนพบว่า คนที่มองโลกในแง่ดีเสี่ยงอาการซึมเศร้าน้อยลง
.
การศึกษาทำโดยการวิเคราะห์ว่า กลุ่มตัวอย่างตอบสนองต่อข่าวดี-ข่าวร้าย วิกฤติ-โอกาส หรือเหตุการณ์สำคัญๆ ในชีวิตอย่างไร เช่น ญาติเสีย อกหัก พลัดพรากจากผู้เป็นที่รักหรือชอบใจ ฯลฯ
.
ผลการศึกษาพบว่า คนที่มองโลกในแง่ดีเสี่ยงซึมเศร้าน้อยลงมากกว่าครึ่ง โดยมีความเสี่ยงดังต่อไปนี้
- คนที่มองโลกในแง่ดีมากที่สดมีโอกาสซึมเศร้า 15%
- วัยรุ่นผู้ชายที่มองโลกในแง่น้อยที่สุดมีโอกาสซึมเศร้า 59%
- วัยรุ่นผู้หญิงที่มองโลกในแง่น้อยที่สุดมีโอกาสซึมเศร้า 46%
.
แถมผลของการมองโลกในแง่ดีในปัจจุบันยังส่งผลในแง่ดี คือ "ปกป้อง-คุ้มครอง-ป้องกัน" อาการซึมเศร้าในปีต่อไปได้ด้วย
.
สำนวนที่น่าสนใจ คือ 'look on the sunny side of life' = "มองโลกในด้านมีแสงแดด" = มองโลกในแง่ดี ทำให้คนเราทนทานต่อวิกฤติต่างๆ ได้ดีขึ้น
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ คนที่มองโลกในแง่ดีมีแนวโน้มจะมองว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตเป็นเรื่อง 'changeagle' = แก้ไขได้ (change = เปลี่ยนแปลง; -able = เป็นไปได้) หรือพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้
.
ส่วนคนที่มองโลกในแง่ร้ายมองว่า วิกฤติต่างๆ แก้ไขไม่ได้ หรือพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสไม่ได้
.
การศึกษานี้พบว่า คนที่มีฐานะดีหรือคนรวยมีแนวโน้มจะมองโลกในแง่ดีมากกว่าคนที่มีฐานะไม่ดีหรือคนจน
.
กล่าวกันว่า วิธีหนึ่งที่จะป้องกันเราไม่ให้เป็นคนจน คือ ใช้ชีวิตให้ "ต่ำกว่าฐานะ" เล็กน้อย
.
ตัวอย่าง เช่น ไม่ซื้อของแพงเกินไป ไม่ใช้รถใหญ่หรือหรูเกิน ไม่ใช้บ้านใหญ่เกิน ไม่จำเป็น-ไม่ผ่อน (ไม่ซื้อเงินผ่อน), ...
.
และที่สำคัญที่สุด คือ ไม่เป็นหนี้ และไม่ค้ำประกันหนี้คนอื่น (ค้ำประกัน = ตัวเราอยู่ในฐานะ "ว่าที่ลูกหนี้" ถ้าลูกหนี้ตัวจริงหนี หรือจ่ายหนี้ไม่ได้) โดยไม่จำเป็นจริงๆ
.
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า คนที่มองโลกในแง่ดีมีสุขภาพทางกายดีกว่า เสี่ยงโรคหัวใจน้อยกว่า
.
การศึกษานี้พบว่า คนที่มองโลกในแง่ดีมีไลฟ์สไตล์ (lifestyle) หรือแบบแผนในการใช้ชีวิตแบบที่ดีกับสุขภาพมากกว่า เช่น ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำมากกว่า กินอาหารสุขภาพมากกว่า ฯลฯ
.
วิธีฝึกมองโลกในแง่ดีได้แก่ [ wikihow ]; [ ehow ] .
.
(1). มองตัวเราว่า สุขทุกข์ขึ้นกับการ "คิด-พูด-ทำ" ของเรา, เราเป็นต้นเหตุ (causes) ของความสุขทุกข์ในชีวิต, ไม่ใช่เป็นผล (effect) ที่คนอื่นหรือโลกนี้ทำกับเรา
.
(2). แสวงหาความสุขเฉพาะที่ได้มาโดยชอบธรรม เช่น ไม่คดโกง ไม่เอาเปรียบคนอื่น ฯลฯ เพราะความสุขที่ได้มาโดยชอบธรรมแม้จะได้มาช้าหน่อย แต่จะนำมาสู่ความสุขใจในระยะยาว
.
เรื่องที่ควรฝึกไปพร้อมๆ กัน คือ ฝึกไม่ยินดีในความสุขที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม เช่น ค้ายาเสพติด สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เสพยาเสพติด ฯลฯ เพราะความสุขแบบนี้สั้นคล้ายกับน้ำค้าง... เมื่อวันเวลาผ่านไปก็ไม่ยั่งยืนอะไร คล้ายน้ำค้างต้องแสงแดดย่อมเหือดแห้ง หายไปเร็ว
.
(3). ฝึกคิดว่า ชีวิตนี้สั้นนัก... สั้นเกินไปที่จะสะสม บ่มเพาะความทุกข์ แต่ยาวพอที่จะมีความสุขได้ในวันนี้
.
(4). แสวงหาความสุขที่ไม่พึ่งพิงวัตถุให้มากขึ้น เช่น ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ นอนให้พอ ปลูกต้นไม้ เล่นกับสัตว์เลี้ยงที่บ้าน ฯลฯ ให้มากขึ้น
.
การออกแรง-ออกกำลังแบบตะวันออก เช่น ไทชิ(ชี่กง), มวยจีน โยคะ รำกระบองชีวจิต ฯลฯ ทำให้คนเรามีความสุขง่ายๆ ได้ด้วยต้นทุนไม่แพง (เช่น ลงทุนซื้อ VCD กับหนังสือมาฝึก หรือเข้าชั้นเรียน ฯลฯ)
.
(5). นอนให้พอ > การนอนไม่พอเพิ่มเสี่ยงโรคเครียด ซึมเศร้า และการมองโลกในแง่ร้าย
.
(6). ออกแรงออกกำลังเป็นประจำ > อะไรที่ใช้แรงแทนเครื่องผ่อนแรงได้ควรทำ เช่น ขึ้นลงบันไดแทนใช้ลิฟต์ เดินให้มากขึ้นและเร็วขึ้น
.
พระอาจารย์รูปหนึ่งกล่าวไว้นานแล้วว่า "เหงื่อออกมาก-น้ำตาออกน้อย, เหงื่อออกน้อย-น้ำตาออกมาก" ถ้าอยากมองโลกในแง่ดีควรออกกำลังให้เหงื่อซึมออกมาเป็นประจำ
.
(7). ฝึกหายใจช้าๆ ไม่เกิน 10 รอบ(เข้า-ออก)ต่อนาที และฝึกหายใจให้ช้าลง กำหนดหรือตามลมหายใจทันทีที่รู้สึกเครียดบ่อยๆ
.
อาจารย์ในหนังเรื่องคาราเต้คิดแนะนำให้ฝึกหายใจอย่างนี้
- ทำท่าพนมมือ-หายใจออกช้าๆ ให้มากที่สุด
- ยกมือขึ้น โดยมือไม่แยกจากกันในท่าพนมมือเหนือหัวช้าๆ-พร้อมกับหายใจเข้า (เข้า - 1)
- ยกมือลงช้าๆ-หายใจออก (ออก - 1)
- ยื่นมือไปข้างหน้า โดยมือไม่แยกจากกันในท่าพนมมือเหนือหัวช้าๆ-พร้อมกับหายใจเข้า (เข้า - 2
- ยกมือลงช้าๆ-หายใจออก (ออก - 2
- ทำแบบนี้ 3 รอบ (รวมเป็นหายใจเข้า-ออก 6รอบ)
(ถ้าจับเวลา... ควรทำให้ 3 รอบของการฝึก หรือ 6 รอบหายใจเข้า-ออกนี้นานกว่า 24 วินาทีในช่วงแรก และเมื่อฝึกไปนานๆ ควรทำให้นานกว่า 1 นาที)
.
(8). บันทึกการทำดีที่ประทับใจเรามากที่สุดในชีวิตให้ได้อย่างน้อย 3 เรื่อง... อ่านเรื่องนี้ซ้ำ หรือคิดถึงการทำดีที่ประทับใจของเราก่อนนอนทุกวัน
.
การระลึกถึงการทำดีของเราเป็นประจำทำให้เราได้ซาบซึ้งกับคุณค่าของตัวเราในแง่ดี หรือฝึกมองตัวเองในแง่ดี
.
ในทางกลับกัน... การระลึกถึงการทำดีของคนอื่นเป็นประจำจะทำให้เราซาบซึ้งกับคุณค่าของคนอื่น ซึ่งการฝึกมองโลกในแง่ดีควรฝึกทั้งการเห็นคุณค่าของตัวเรา และคนอื่น โดยเฉพาะคนรอบข้าง หรือคนใกล้ชิด
.
(9). ฝึกกล่าวคำ "ขอบคุณ-ขอบใจ-ขอโทษ" ให้ได้ทุกวัน เริ่มจากวันละ 1 ครั้ง แล้วค่อยๆ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 3 ครั้งหลังอาหาร
.
คนที่พูดคำ "ขอบคุณ-ขอบใจ" ใคร(คนอื่น)ไม่เป็น มักจะขาดความกตัญญู ไม่รู้คุณใคร ทำให้ขาดความสุขจากความกตัญญู
.
คนที่พูดคำ "ขอโทษ" ใคร(คนอื่น)ไม่เป็น
.
(10). เมื่อฝึกกล่าวคำ "ขอบคุณ-ขอบใจ-ขอโทษ" คนอื่นเป็นแล้ว, ให้หัดกล่าวคำ "ขอบคุณ-ขอบใจ-ขอโทษ" กับตัวเราให้เป็น
.
คนที่พูดคำ "ขอบคุณ-ขอบใจ" กับตัวเองไม่เป็น มักจะเป็นคนที่มองตัวเองในแง่ร้าย ทำให้ขาดความสุขจากการระลึกถึงการทำดีของตัวเอง
.
คนที่พูดคำ "ขอโทษ" กับตัวเองไม่เป็น มักจะเป็นคนที่ไม่รู้จักให้อภัยตัวเอง ทำให้ขาดความสุขจากการให้อภัยตัวเอง
.
(11). อย่าเป็นหนี้โดยไม่จำเป็น
.
การเป็นหนี้ หรือไปค้ำประกันหนี้คนอื่นจะทำให้ชีวิตเราว้าวุ่นโดยไม่จำเป็น ผู้เขียนมีประสบการณ์เห็นคนที่เป็นหนี้เรื้อรังเครียดเรื้อรัง กลายเป็นโรคตระหนกตกใจง่าย หรือโรคขี้ตกใจ (panic disorder) มาหลายท่าน
.
คนที่เป็นหนี้และถูกทวงหนี้บ่อยๆ หลายคนมีความดันเลือดขึ้นๆลงๆ หัวใจเสื่อมสภาพ หลอดเลือดสมองแตกตาย (ไม่สามารถยกชื่อมาเป็นตัวอย่างได้)
.
การใช้ชีวิตแบบเรียบ ง่าย ประหยัด ออมทรัพย์ และไม่เป็นหนี้ เป็นพื้นฐานที่ทำให้คนเรามีความสุขจากภายใน และมองโลกในแง่ดี
.
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้สหรัฐฯ ตกต่ำ ถดถอย คือ คนใช้ชีวิตเกินฐานะ ชอบแท่งหนี้(ผ่อนบ้าน)ใหญ่ ชอบล้อหนี้(ผ่อนรถ)ใหญ่ๆ ชอบใช้เงินผ่อน ชอบกู้ ชอบแผ่นหนี้พกพา(บัตรเครดิต) ซึ่งพอเป็นหนี้เกินตัวแล้ว ก็อดที่จะมองโลกในแง่ร้ายไม่ได้ (อีกต่อไป)
.
(12). ทำแบบทดสอบซึมเศร้า เพื่อหาว่า เราเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่... โรคนี้ทำให้สารเคมีในสมองไม่สมดุล และข่าวดี คือ เรื่องนี้ปรึกษาหารือกับหมอที่โรงพยาบาลใกล้บ้านได้ เนื่องจากสมัยนี้มียาที่ช่วยปรับสมดุลให้ดีขึ้นได้ > [ แบบทดสอบซึมเศร้า ]
.
เมื่อสารเคมีในสมองที่เสียศูนย์กลับสู่สมดุลมากขึ้น จะทำให้เรามองโลกในแง่ร้ายน้อยลง มองโลกในแง่ดีเร็วขึ้นได้ > [ แบบทดสอบซึมเศร้า ]
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
ที่ มา
-
Thank [ Reuters ] > SOURCE: bit.ly/ggxtZA Pediatrics, online January 10, 2011.
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 12 มกราคม 2554.
-
ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>
คุณหมอวัลลภครับ
สุขทุกข์อยู่ที่ใจจริงๆ นะครับ
หมอสุข
I believe that the Buddhist (Eight-fold) Middle (Right) Ways is very good for this.
The '8 marga' prescribes the Path to Happiness by training our 'Body' (Senses) and our Mind (including emotion).
It is very well-known and when practiced regularly it becomes quite simple and meaningful.
When comparing modern methods to the Buddha's Teaching, we can see similarities but in different words ;-).
จริงๆครับเห็นด้วยเลยกับบทความที่คุณหมอนำมาฝาก การมองโลกในแง่ดี มักทำให้เราพบแต่สิ่งที่ดีๆตามมาด้วยครับ
ท่านพุทธทาสภิกขุ กล่าวไว้ว่า มีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องรู้สึกว่า เราดี เราเด่น ดัง อะไรเลย เพียงแต่รู้สึกว่า เป็นผู้ที่มีประโยชน์มากที่สุดคนหนึ่ง นั่นแหละถูกต้องและเป็นสุขแท้
ขอขอบพระคุณอาจารย์หมอสุข อาจารย์ท่านอื่น และขอขอบคุณท่านผู้่อ่านทุกๆ ท่านครับ... // อย่างแรก คือ ขอขอบคุณต้นฉบับ และครูบาอาจารย์หลายๆ ท่านที่ให้ข้อคิดต้นฉบับมา // อย่างต่อไป คือ ทักษะในการมองโลกในแง่ดี ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ // และถ้าอะไรๆ ไม่ดีขึ้น... การทำแบบทดสอบซึมเศร้าน่าจะช่วยได้ // เพราะโรคซึมเศร้ากับการมองโลกในแง่ร้ายมักจะ "ไปด้วยกัน" // ขอขอบพระคุณ และขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกๆ ท่านครับ.......... // ใจเรานี่ละสำคัญจริงๆ.....