อ่านหวข้อเรื่อง"คุณภาพ" อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ อ่านกันสักนิด นะคะ

“...เรื่องที่ผมจะเล่าเป็นเรื่องการทำงานของผมครับ ผมว่าไม่เกี่ยวกับงานคุณภาพหรืองาน HA หรอกครับ ....”  

เสียงนุ่มๆเบาๆ ดังออกมาจากอาจารย์แพทย์หนุ่มท่านหนึ่ง ที่นั่งร่วมอยู่ในกลุ่มทีมนำทางคลินิกศัลยกรรมกระดูกและเวชกรรมฟื้นฟู ที่แวดล้อมไปด้วยพยาบาลจากหน่วยงานต่างๆ ของรพ.ชื่อดัง(มากๆ) แห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร

วานนี้ดิฉัน อ.เรวดี และอ.ถนิมรัตน์ ได้มีส่วนเข้าไปร่วมเรียนรู้การพัฒนาคุณภาพของรพ.ชื่อดังแห่งหนึ่งในกทม. ขอเอ่ยนามภายหลังเมื่อได้รับอนุญาตแล้วค่ะ รพ.นี้เป็นความหวังของประชาชนทั้งในกทม.และทั่วประเทศไทย เพราะที่นี่มีชื่อเสียงเนื่องด้วยแพทย์ที่มีฝีมือ เป็นรร.แพทย์และเป็นรพ.เก่าแก่ของประเทศไทย และมีมูลนิธิที่ทำกิจกรรมดีๆเพื่อตอบสนองต่อสังคม มาช้านาน โครงการพระราชดำริในกลุ่มด้อยโอกาสต่างๆ เริ่มจากที่นี่ ....

เบื้องต้นอ.เรวดี เล่าให้ฟังว่าเราจะมาสร้างกระบวนการเรียนรู้เรื่องการประเมินตนเองของรพ.แห่งนี้กัน เพราะรพ.แห่งนี้กำลังจะขอต่ออายุการรับรองครั้งที่ 3 ในเดือนกค. 54 นี้ ครั้งที่มาเยี่ยมครั้งก่อน ได้ลงเยี่ยมที่หน่วยงาน พบเรื่องราวของการทำงานที่ดีงาม ที่มาจากหัวใจของแพทย์ พยาบาล จำนวนมาก แต่ทำอย่างไรถึงจะให้เรื่องราวดีๆดังกล่าวที่ทีมได้ทำมาช้านานนั้นสะท้อนให้เห็นความเป็นโรงพยาบาลชั้นนำระดับโลก ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของรพ.ที่จะไปให้ถึง... นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายของทีมงาน แต่ทีมเราเชื่อว่า รพ.นี้มีสิ่งที่เป็นชั้นนำในด้านหัวใจของคนทำงานอยู่แน่นอน ถ้าเอ่ยชื่อรพ.นี้คงไม่มีใครค้าน....เราจะไปหาสิ่งเหล่านั้นเพื่อเติมเต็มและเชื่อมโยงให้เห็นถึง ค่านิยมองค์กรและยุทธศาสตร์ขององค์กรที่จะเป็น excellent ทั้ง 4 ด้านได้แก่ clinical ,service ,Organization และstaff excellent. ภายใต้ค่านิยมร่วมคือ มีจริยธรรม ความเป็นเลิศในด้านต่างๆ ความภาคภูมิใจ สร้างสรรค์นวตกรรม งานวิจัย การตอบสนองต่อสังคม การพัฒนาต่อเนื่องและความสามัคคี

ด้วยเป็นรพ.ใหญ่มากๆ บุคลากร 5,000 กว่าคน การจะขับเคลื่อนอะไรนั้นอาจจะทำได้ยาก แต่ถ้าเกิดความเห็นร่วมและเห็นว่าได้ประโยชน์แล้ว จะเกิดพลังที่มากมายมหาศาล การประเมินตนเองนั้นเป็นเครื่องมือหนึ่งในการเรียนรู้ของทีมงาน เรียนรู้ระหว่างทีมงาน ค้นหาจุดดี จุดเชื่อมโยงและจุดพัฒนาด้วยตัวรพ.เอง แต่แบบฟอร์มและความเข้าใจก็เป็นอุปสรรคอย่างมากในการประเมินตนเอง

กิจกรรมเรามีเป้าหมายในเรื่องของการ Update แนวคิดของการพัฒนาคุณภาพอย่างมีความสุขทั้งคนทำงานและผู้รับบริการ เราจึงเดินเรื่องอย่างเบาๆสบายๆ ด้วยกิจกรรม การทำความรู้จักบริบทของเพื่อนๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน บางท่านเพิ่งมารู้จักกันที่นี่มากขึ้น รู้ว่าเกิดวันเดียวกันและมีจุดเด่นเหมือนกันสองข้อ กิจกรรมนี้เห็นค่านิยมเรื่องการเคารพกันและกัน ความเป็นพี่น้องและความสามัคคีของคน บรรยากาศของการไหว้ รอยยิ้มเสียงหัวเราสลับกันไป สิ่งที่ต้องการให้เรียนรู้จากกิจกรรมนี้คือการฝึกค้นหาจุดดีของตนเอง และมองหาจุดเด่นของเพื่อนๆ เราได้เรียนรู้ว่าจุดดีที่เห็นชัดๆ เป็นรูปธรรมภายนอกนั้นหาไม่ยากและไม่มีข้อโต้เถียง เช่นสูง ขาว ฟันสวย ยิ้มสวย แต่จุดดีที่อยู่ข้างในของเพื่อนๆ เช่นความมีเมตตา กรุณา เราจะมองหาได้อย่างไร ดังนั้นเราควรจะฟังเรื่องราวดีๆจากเพื่อน นั่นเอง

เราให้ผู้เข้าร่วมประชุมแต่ละกลุ่มผลัดกันเล่าเรื่องราวที่ประทับใจในการทำงานของตนเองและนำมาเชื่อมโยงกับยมาตรฐาน โดยมีกรอบของ AI หรือ 4 D เป็นตัวเดินเรื่อง แต่พอเล่าจริงๆแล้ว 4 D ไม่จำเป็นเท่าไหร และอาจจะเป็นอุปสรรค ต่อการเล่าเรื่องก็ได้ เมื่อเล่าจบเราจะนำเรื่องราวเหล่านั้นมาเชื่อมกับมาตรฐาน แนวคิด และบริบทของรพ.แห่งนี้

แล้วเสียงเบาๆ ก็แว่วๆมา กล้าๆกลัวๆที่จะบอกเล่า จึงกระตุ้นเสริมแรงอาจารย์แพทย์หนุ่มให้เล่าเรื่องราวของอาจารย์ออกมา

ขณะเล่าอาจารย์ก็ยังเกรงว่าจะใช่หรือเปล่า...

ผมจบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมมือและ micro surgery การผ่าตัดจุลยศัลยกรรม ในประเทศไทย อาจจะมีแพทย์ไม่มากนักที่จบด้านนี้  อาจารย์เล่าว่า คนไข้ที่เข้ามาถึงรพ. น้อยมากด้วยอาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจ ความไม่รู้หรือมีคนไข้น้อยอาจารย์จึง อยากจะช่วยเหลือคนไข้กลุ่มที่ต้องการการผ่าตัดที่มีความชำนาญที่อาจารย์ได้ร่ำเรียนมา อาจารย์ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการโครงการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขปากแหว่ง-เพดานโหว่เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ มาประมาณ 4- 5 ปีแล้ว

พบว่าเด็กกลุ่มนี้นี่เองที่ต้องการฝีมือจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ อาจารย์จึงเข้าร่วมทีมอาสา ในการไปช่วยผ่าตัดในโครงการนี้ ซึ่งเป็นหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ จนมีคนไข้ที่อาจารย์ได้ทำการผ่าตัดมาจำนวนไม่น้อย ความฝันของอาจารย์คือเรื่องของการเข้าถึงบริการ อยากให้คนไข้ทุกคนที่มีความพิการได้รับการแก้ไข อาจารย์จึงได้ทำการรักษาเชิงรุกไปหาคนไข้เอง ซึ่งทำด้วยใจที่อาสา อยากช่วยผู้ป่วยให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข

เมื่ออาจารย์เล่าจบแล้ว เราได้สร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันว่า เรื่องนี้เชื่อมโยงกับมาตรฐาน แนวคิด ค่านิยมและสะท้อนยุทธศาตร์ขององค์กรที่กล่าวมาแล้วในเบื้องต้นอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่นมาตรฐานตอนที่ 3-1 การเข้าถึงบริการ การดูแลกลุ่มด้อยโอกาส การนำองค์กรที่แสดงถึง social responsibility การทำงานเป็นทีม การมุ่งเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ฯลฯ ซึ่ง ณ รพ.แห่งนี้ อาจจะมีเรื่องราวดีๆ ที่ทำงานด้วยหัวใจจนเกิดคุณค่าและความงามมากมาย หากแต่ยังขาดการเล่าเพื่อขยายผล เพื่อสร้างแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน

เรื่องนี้สอนให้พอลล่าได้รู้ว่า การทำงานคุณภาพในงานประจำเป็นอย่างไร ผู้ปฏิบัติงาน อาจจะไม่จำเป็นต้องรู้มาตรฐาน แต่ทีมหรือหัวหน้าหน่วยงาน หรือทีมศูนย์ประสานงานคุณภาพที่ควรค้นหาและนำเรื่องราวดีๆที่ซ่อนอยู่มาสร้างพลังเพื่อการบรรลุเป้าหมายองค์กรต่อไป  หรือถ้าจะให้ดีมากๆ เพื่อให้ตนเองสามารถสร้างคุณค่าในงานที่ตนเองทำได้มากขึ้น หากสามารถเรียนรู้และเชื่อมโยงมาตรฐานในการทำงานประจำของตนเองได้อย่างแนบเนียน เอาไว้บอกผู้เยี่ยมได้ว่า เราก็เชื่อมมาตรฐานไ้ด้เหมือนกัลลล (เพิ่มเติมจากข้อคิดเห็นของ ป้าแดงค่ะ)