รัฐบาลให้ความสำคัญกับวันเด็ก

ตั้งแต่ฉันเริ่มเป็นครูเฝ้ามองงานวันเด็กที่ผ่านมาปีแล้วปีเล่า

อีกทั้งได้ร่วมจัดกิจกรรมในวันเด็กกับทางโรงเรียนทุกปี

และรู้สึกชื่นชมกับการให้ความสำคัญของการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ

ให้กับอนาคตของชาติ

ทั้งภาครัฐและเอกชนและรัฐวิสาหกิจต่างร่วมใจกัน

จัดกิจกรรมดีๆและมอบสิ่งของต่างๆให้กับเด็ก

เคยคิดบ้างไหมว่า กิจกรรมที่จัดนั้นนอกจากมีทั้งความสนุกสนาน

สร้างความประทับใจให้กับเด็กที่มีโอกาสได้ร่วมกิจกรรมแล้ว

ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ไม่มีโอกาส

แม้พวกเขาจะอยู่ในสถานที่จัดงานนั้นก็ตาม

พวกเขาคิดอะไร อย่างไร

กิจกรรมวันเด็กจึงจัดว่ามีความสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เด็กมีความฝัน

เกิดความประทับใจ และจดจำ เป็นทุนชีวิต

และหลายคนเติบโต สมบรูณ์โดยมีภาพความประทับใจในวันเด็ก

เป็นพลังกระตุ้นให้ก้าวต่อไป และตระหนักรู้ในบทบาทหน้าที่ของเด็ก

ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นพลเมืองดีของชาตินั้น 

เหมือนบทประพันธ์เพลงหน้าที่ของเด็ก หรือเพลงเด็กเอ๋ยเด็กดี

ของ ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ นักเขียนนวนิยายชื่อดังคนหนึ่งของเมืองไทย 

และในปี พ.ศ. 2498 ทางสหประชาชาติได้ประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วย

หน้าที่ของเด็ก และเชิญชวนให้ทุกประเทศทั่วโลกร่วมจัดงานวันเด็ก

โดยมีวัตถุประสงค์คือ

1.เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก

2.เพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ

3.ปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ

ในสมัยที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น

ได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ

กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

โดยมีจุดประสงค์ชัดเจนคือ

เพื่อให้เด็กทั่วประเทศ ทั้งในระบบโรงเรียนและ นอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญ

ของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม

มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ และ ศาสนา

        ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์   จึงได้นำเนื้อหาตามจุดประสงค์ดังกล่าว

มาแต่งเป็นกลอนให้คล้องกัน โดยมีครูเอื้อ สุนทรสนานแต่งทำนองให้

ต่อมาทางสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ได้นำมาเปิดให้ประชาชนฟัง

กันอย่างแพร่หลายไปทั่วประเทศในวันเด็กแห่งชาติทุกปี  

ปีนี้นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ได้มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติไว้ว่า

"รอบคอบ  รู้คิด  มีจิตสาธารณะ"

 

แม้วันเวลาจะล่วงเลยไปแต่เมื่อได้ยินเพลงนี้ทีไรก็ให้รู้สึกเหมือนมีพลังขึ้นมาทุกที

จึงขอนำเนื้อร้องมาแปะไว้ที่บันทึกนี้ด้วยค่ะ

 

เนื้อเพลงเด็กเอ๋ยเด็กดี

เด็กเอ๋ยเด็กดีต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
เด็กเอ๋ยเด็กดีต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน

 

หนึ่งนับถือศาสนา
 

สองรักษาธรรมเนียมมั่น

เด็กเอ๋ยเด็กดี ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน (ซ้ำ)

 

สามเชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์

สี่วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน


ห้ายึดมั่นกตัญญู

หกเป็นผู้รู้รักการงาน


เจ็ดต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจไม่คร้าน


แปดรู้จักออมประหยัด


        เก้าต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล น้ำใจนักกีฬากล้หาญ
ให้เหมาะแก่การสมัยชาติพัฒนา


สิบทำตนให้เป็นประโยชน์ รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา...

เด็กสมัยชาติพัฒนาจะเป็นเด็กที่พาชาติไทยเจริญ

ขอบคุณข้อมูลวันเด็กจาก

http://th.wikipedia.org/wiki/%

สารวันเด็กจากนายกรัฐมนตรี

http://arunee.net/data_2554/dex_2554/6.pdf

เสียงเพลงจาก

http://www.youtube.com/watch?v=ZQmnt1L8AQU

ภาพจากงานแนวโรงเรียนสหกรณ์นิคมเกลือ