มาแล้วค่ะ มาชวนไปเที่ยวญี่ปุ่นกันต่อที่ เมืองทาคายาม่า เมืองนี้สวยงาม มีย่านเมืองเก่าที่สามารถรักษากลิ่นอายของบ้านเมืองโบราณครั้งเอโดะไว้ได้มากจนชาวญี่ปุ่นเองยังเรียกเมืองทาคายาม่าว่า “Little Kyoto และยกให้เป็นเมืองเก่าที่สวยงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่นเชียวค่ะ (คนญี่ปุ่นชอบจัดอันดับกันจริงๆ)

เที่ยวญี่ปุ่นตอนต่อๆไปนี้เป็นการรวมการเที่ยวสองฤดูกาล เส้นทางเดิมเข้าด้วยกัน ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งงงนะคะ หลักๆก็คือ

ช่วงการไปชมซากุระบาน (Hanami) และ

ชมใบไม้เปลี่ยนสี หรือใบไม้แดง (Koyo)

ทิ้งช่วงเล่าข้ามปี มาพบกันก็อีกปี เป็นศักราชใหม่กันแล้ว เลยขอถือโอกาสอวยพรปีใหม่ให้ทุกท่านมีความสุขสำราญ เบิกบานใจ มีสุขภาพดีเยี่ยม เดินทางปลอดภัยในทุกหนแห่ง ตุ๊กตาซารุโบโบะ Saruboboแห่งเมืองทาคายาม่า จึงน่าจะเป็นของขวัญที่เข้ากับพรค่ะ

 

ตุ๊กตาซารุโบโบะ แห่งเมืองทาคายาม่าเป็นทั้งของที่ระลึกที่พบเห็นทั่วไปตามร้านรวงและเป็นเครื่องรางอวยพรให้โชคดี มีความสุข สุขภาพดีและ ที่หนุ่มสาวคงชอบคือ เขาว่าตุ๊กตานี้จะนำโชคทำให้พบคู่ครองอีกด้วยค่ะ

ตุ๊กตานี้ทำด้วยผ้า แปลกคือเขาไม่เขียนหน้าตา เขาทำกันหลายขนาดมีตั้งแต่ตัวกระจิริด จนถึงใหญ่ขนาดคน ปกติจะเป็นสีแดง แต่สีอื่นๆก็เห็นเหมือนกันค่ะ

เอาละค่ะก่อนจะได้มาเห็นตุ๊กตาที่เมืองทาคายาม่า เราออกเดินทางจาก นาโงย่า ด้วยรถไฟที่ทำเป็นพิเศษให้มีหน้าต่างกว้างชมวิวทิวทัศน์อันสวยงาม มีชื่อว่า Wideview Hida

 

เมืองทาคายาม่า นี้ ชื่อเต็มๆเขาคือ ฮิดะ ทาคายาม่า

Hida นั้นก็ประมาณว่าเป็นชื่อของอาณาบริเวณนี้หลายเมืองรวมกันค่ะ ท่านที่ชอบรับประทานเนื้อวัวคงเคยได้ยิน เนื้อฮิดะ ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังมากค่ะ

Wideview Hidaได้นำเราเลียบทาง ผ่านทิวเขาฮิดะ และแม่น้ำฮิดะ งดงามสุดบรรยาย เขาว่าสวยงามทุกฤดูกาลค่ะ ต้นไม้ที่ให้สีสันจากใบที่เปลี่ยนสีไม่พร้อมกันบนเทือกเขาลูกแล้วลูกเล่า เราก็เพลิดเพลินชมไป กินไป หลับบ้าง นั่งกันอย่างแสนสบายราวสองชั่วโมงครึ่งก็มาถึงสถานีทาคายาม่า

หลักๆที่เราได้ชมและประทับใจเมืองนี้ คือ

  • พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน Hida Folk Village หรือ Hida No Sato,
  • อาคารย่านเมืองเก่า หรือ Old Private House
  • ตลาดนัดยามเช้า Morning Market ริมแม่น้ำมิยางาวะ
  • ประสบการณ์ที่พักสองครั้งที่เมืองนี้

 

ออกจากสถานีรถไฟก็พบกับ Tourist Information เลยค่ะ เราถามหาที่ฝากกระเป๋าและการจะไปชม Hida No Sato

ง่ายดายมากค่ะ Coin Locker อยู่หน้าสถานีรถบัสตึกติดๆกับสถานีรถไฟนั่นเอง ไปซื้อตั๋ว Hida Folk Village เซ็ทราคา ๙๐๐ เยน

ปกตินั่งรถบัสก็ครั้งละ ๒๐๐ เยน ไป-กลับ คือ ๔๐๐ เยน ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ๗๐๐ เยน รวมเป็น ๑๒๐๐ เยน  ซื้อแบบตั๋วพิเศษเป็นเซ็ท ถูกไป ๒๐๐ เยน

นั่งรถไปทางตะวันตกของเมืองแค่ไม่เกิน ๑๐ นาทีก็ถึง

Hida No Sato นี้เป็นพิพิธภัณฑ์ประเภท พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง หรือ Open Air Museum ตั้งอยู่บน เชิงเขามัตสึคุระยาม่า พื้นที่กว้างขวางทำเป็นเหมือนหมู่บ้าน โดยเขารวบรวมบ้านของเก่าดั้งเดิมที่ชาวไร่ชาวนาสมัยเอโดะถึงต้นสมัยเมจิในแถบเมืองทาคายาม่าและบริเวณใกล้เคียงใช้อยู่อาศัยกันจริงๆ เป็นบ้านไม้ หลังคามุงด้วยหญ้าหนาเตอะทีเดียวค่ะ เห็นแล้วน่าทึ่งมากว่าช่างสามารถใช้วัตุดิบในท้องถิ่นได้อย่างชาญฉลาด

 

อาคารเหล่านี้มีให้ชมประมาณยี่สิบกว่าหลัง เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เขานำบ้านเก่าเหล่านี้มาตั้งลดหลั่นให้บรรยากาศหมู่บ้านที่อยู่บนเนินเขา ซึ่งเราก็เดินไปตามทาง มีแผนที่ มีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษพร้อม

 

บ้านบางหลังเขาก็เปิดให้เข้าไปชมได้ แต่ละหลังมีอุปกรณ์การเกษตร เครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือนจัดวางไว้ให้จินตนาการตามว่าคนยุคนั้นมีชีวิตความเป็นอยู่กันอย่างไร นอกจากบ้านแบบต่างๆ ก็ยังมีอาคารที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา บางส่วนมีการทอผ้า ย้อมผ้า ทำงานหัตถกรรม ได้เห็นช่างกำลังทำงานและสามารถซื้อชิ้นงานไปเป็นที่ระลึกได้ด้วยค่ะ

พื้นที่สูงๆต่ำๆลดหลั่นนี้เขายังมีแปลงปลูกผัก-ข้าว มีโรงระหัดวิดน้ำ มีทางน้ำเล็กๆไหลลงมาจากเขา ในฤดูใบไม้ร่วงมีต้นลูกพลับออกผลสีส้มเต็มต้นน่าเก็บกินเหลือเกิน

 

บรรยากาศใน Hida No Sato ร่มรื่น สวยงาม สงบ ทอดสายตาไปไกลๆเห็นทิวเขา Japanese Alp ที่มีหิมะปกคลุมยอด หากมีเวลานั่งเล่นชมธรรมชาติเพลินๆก็ดีค่ะ

 

ช่วงที่ไปฤดูใบไม้เปลี่ยนสีดูงดงามจับใจกว่าช่วงหน้าซากุระบานที่เราไปซึ่งไม่ได้จังหวะที่ซากุระแถบนี้จะบานสะพรั่ง

 

ใช้เวลาเดินชมสบายๆชั่วโมงหนึ่งก็พอค่ะ ก่อนจะขึ้นรถบัสกลับเข้าเมือง ระหว่างรอรถมีร้านค้าของพื้นบ้านทั้งหัตถกรรมและอาหารคาว หวาน ในบรรจุภัณฑ์ประณีตแบบญี่ปุ๊น ญี่ปุ่น ให้ชม และเขาใจดีมีให้ชิมด้วย

ตอนหน้าจะพาไปชมอาคารย่านเมืองเก่าและตลาดนัดริมแม่น้ำยามเช้านะคะ