สวัสดีวันเด็กแห่งชาติค่ะ...ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ วันเด็กเป็นวันที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยเป็นพิเศษ พอถึงวันเด็กก็จะตื่นเต้นที่สุด ที่โรงเรียนจะจัดงานวันเด็กให้ นึกถึงกิจกรรมสนุกๆ หลายๆ อย่าง เช่น กินวิบาก แข่งเก้าอี้ดนตรี เกมส์เหยียบลูกโป่ง ประกวดร้องเพลง อื่นๆอีกมากมาย มีผู้ใหญ่ใจดีนำขนม อาหารมาเลี้ยงมากมาย มีความสุข สนุกสนานที่สุด ทำให้อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ปี 2554
"รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ"



ซึ่ง "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ" คำขวัญวันเด็กในปีนี้จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของไทย ซึ่งท่านนายกฯ ได้ให้คำตอบเกี่ยวกับแนวคิดของคำขวัญนี้ว่า

รอบคอบ - เนื่องมาจากปัจจุบัน มีทางเลือกที่จะรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อใหม่ต่าง ๆ มากมาย ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์เห็นว่า เยาวชนไทยต้องรู้รอบด้าน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนอาจทำสิ่งที่เกิดปัญหาแก่ตนเองและสังคมได้ในอนาคต

รู้คิด - เมื่อเยาวชนไทยเรียนรู้รอบด้านแล้ว ต้องรู้จักคิดใช้ชีวิตอย่างมีสติไม่ประมาท ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ จึงอยากให้น้อง ๆ เด็ก ๆ รู้จักคิดให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นด้วย

จิตสาธารณะ - สังคมต้องพึ่งพิงกัน เห็นได้ในยามมีภัยคนไทยเราช่วยกัน การปลูกฝังจิตสำนึกเช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งในสังคม โดยต้องเริ่มที่เด็ก ๆ เยาวชนไทย


ปัจจุบันนี้ ทุกคนคงต้องยอมรับกันนะค่ะว่า เด็กและเยาวชนไทยส่วนใหญ่ยังคงมีปัญหาที่ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขมากมาย ความประพฤติเสื่อมเสียมาก ทั้งทางกาย วาจา และใจ เช่น พูดจาคำหยาบ ไม่สุภาพอ่อนโยน ชอบเที่ยวเตร่ไปในทางที่ไม่ดี แต่งกายไม่สุภาพ จิตใจฟุ้งซ่าน หรือคิดแต่ทางเพ้อฝันไม่ดีงาม คงเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ของสังคมเป็นประเด็นสำคัญ เป็นต้นว่า เอาตัวอย่างผู้ใหญ่ที่ประพฤติไม่ดี เอาตัวอย่างจากสื่อต่าง ๆ เช่น ภาพยนตร์ วิทยุ สื่อออนไลน์และหนังสืออ่านเล่น สิ่งเหล่านี้ล้วนชักจูงให้เยาวชนเลียนแบบหรือประพฤติตามโดยไม่คำนึงถึงผล เสียหาย



เดลินิวส์ ฉบับวันศุกร์ ที่ 07 มกราคม 2554 สรุป สาเหตุใหญ่ที่ทำให้ความประพฤติของเด็กเยาวชนเสื่อมทรามลงนั้น เนื่องมาแต่เหตุ 3 ประการ คือ

1.ปัญหาทางสังคม เนื่องจากวัฒนธรรมตะวันตก(เกาหลีด้วยก็มาแรง)แพร่เข้ามามาก โดยธรรมชาติเด็กชอบเอาอย่างอยู่แล้ว จึงแต่งตัวและเลียนแบบท่าทางตามวัฒนธรรมที่ไหลมาตามสื่อต่าง ๆ เด็กบางคนมาจากต่างจังหวัด มาเช่าบ้านอยู่รวมกันในกลุ่มบ้านที่มีสิ่งแวดล้อมไม่ดี ก็ลืมตัวเที่ยวเตร่ และใช้เงินฟุ่มเฟือย จนเสียคนไปก็มี

2.ปัญหาทางครอบครัว ต้นเหตุใหญ่คือค่าครองชีพสูง ทำให้พ่อแม่ต้องออกไปประกอบอาชีพนอกบ้าน ไม่มีเวลาเอาใจใส่เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนหรือให้ความรักความสนิมสนมกับลูก บางครอบครัวตามใจลูกมากเกินไป ทำให้ลูกไม่รู้จักผิดรู้จักถูก บางครอบครัวบังคับใจลูกมากเกินไป ทำให้ลูกไม่สนิทสนมด้วย เมื่อมีปัญหาก็จะไม่ปรึกษาพ่อแม่ ทำไปตามที่ตนคิดหรือเพื่อนแนะนำ ผู้ปกครองบางคนโยนภาระให้โรงเรียนแต่ฝ่ายเดียว จึงเกิดผล เสียหาย

3.ปัญหาทางการศึกษา มีหลายประการ อาทิ เด็กไม่สนใจการเรียน ชอบหนีโรงเรียน โรงเรียนไม่ให้ความอบอุ่นแก่เด็ก ทำให้เด็กเกลียดโรงเรียน นอกจากนี้ การศึกษาในพระนครและส่วนภูมิภาคไม่ทัดเทียมกัน ผู้ปกครองในส่วนภูมิภาคจึงพากันส่งเด็กของตนเข้ามาเรียนในพระนคร และมาอยู่หอพักซึ่งห่างไกลจากการอบรมสั่งสอนของผู้ปกครอง โรงเรียนส่วนมากมุ่งสอนแต่เนื้อหาวิชา มิได้ให้เด็กได้ทดลองหรือทำกิจกรรมอื่น ทำให้บทเรียนน่าเบื่อ การสอนศีลธรรมมุ่งแต่ทฤษฎี ระบบการบริหารโรงเรียนบางแห่งเคร่งครัดเกินไป บางแห่งปล่อยปละละเลย จนนักเรียนไม่อยู่ในระเบียบวินัย

ในการแก้ปัญหา ทุกฝ่าย คือ ทางบ้าน โรงเรียนและรัฐบาล จำต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง จะให้เด็กเป็นอย่างไร ขอให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นแบบอย่างที่ดี กับเด็ก ไม่โกง ไม่กิน มีความยุติธรรม มีความคิด สร้างสรรค์สิ่งที่ดี ก็จะพาประเทศเจริญ ผู้ใหญ่คืออนาคตของเด็ก เด็กคืออนาคตของชาติ

วันนี้มีตัวอย่างเด็กดีที่ดิฉันประทับใจขอยกย่องชื่นชม คือ นายสุเมธ หงษ์ศรี


นายสุเมธ หงษ์ศรี

นายสุเมธ หงษ์ศรี เกิดวันที่ 16 มิถุนายน 2538 บิดาชื่อ นายประยูร หงษ์ศรี มารดาชื่อ นางสุภาพร หงษ์ศรี ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 54 หมู่ที่ 3 บ้านกระพี้ ต.อุ่มเม่า อ. โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด ปัจจุบันอาศัยอยู่กับตาและยาย ส่วนพ่อและแม่ ทำงานรับจ้างที่ต่างจังหวัด กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียนร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์

ลักษณะนิสัย ความประพฤติ เป็นบุคคลที่มีนิสัยสุภาพ เรียบร้อย มีวินัยในตนเอง มีความขยันอดทน มีความกตัญญูต่อบิดามารดา มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับทุกคน มีความเสียสละ รู้จักประหยัด อดออม ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย อยู่อย่างสมถะ มีจิตอาสา เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนเสมอ รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่มีพฤติกรรมมั่วสุมอบายมุข ทำให้เป็นที่รัก และยอมรับของเพื่อนๆและครูอาจารย์ตลอดมา

ด้านความรู้ความสามารถ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย ได้รับคัดเลือกจากเพื่อนๆ ให้เป็นหัวหน้าห้องมาโดยตลอด ทำหน้าที่ผู้นำได้ดีเยี่ยม ด้านการเรียน มีผลการเรียนอยู่ในระดับดีมาโดยตลอด

ภาพวันที่ไปเยี่ยมบ้าน สุเมธ


สามพี่น้องต่างช่วยกันขุดหน่อกล้วยฝากครู..


คุณครูสุภาภรณ์ ภูพลอย

คุณครูสุภาภรณ์ ภูพลอย สอนในรายวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เล่าว่า นายสุเมธ หงส์ศรี เป็นเด็กดี โดดเด่นด้วยบุคลิกภาพสง่าผ่าเผย มีความมั่นใจในตัวเอง แต่ไม่เย่อหยิ่ง มีภาวะความเป็นผู้นำ สามารถควบคุมดูแลเพื่อนในห้องได้ เด็ดขาด สมกับบทบาทหัวหน้าห้อง

คุณครูพูนสิน ศรีแถลง

คุณครูพูนสิน ศรีแถลง สอนในรายวิชาภาษาอังกฤษ กล่าวว่า

นายสุเมธ หงษ์ศรี เป็นเด็กที่น่ารักมาก มีความประพฤติเรียบร้อย มีสัมมาคารวะต่อครู อาจารย์และเพื่อนๆ ขยันตั้งใจเรียน มีภาวการณ์เป็นผู้นำสูง กล้าจะซักถามข้อสงสัยในสิ่งที่ไม่เข้าใจในขณะที่เรียน ให้ความร่วมมือและร่วมกิจกรรมกับทางโรงเรียนได้อย่างดีเยี่ยม ถือว่าเป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนๆและผู้อื่นได้ ทั้งด้านความรับผิดชอบ การปฏิบัติตน การมีระเบียบวินัย มีคุณธรรมและจริยธรรมและการมีจิตอาสา

คำขวัญวันเด็กที่ว่า "มีจิตสาธารณะ" ดิฉันเห็นว่านายสุเมธ มีโดยนิสัยอยู่แล้ว ไม่ว่าครูจะทำอะไร มักจะเสนอตัวเข้ามาช่วย รู้จักความพอดี มีสัมมาคารวะ สิ่งเขาปฏิบัติคือความเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่ากับครูหรือเพื่อน จิตสาธารณะของเขาก็มีอย่างสม่ำเสมอ

ดิฉันเห็นว่า นายสุเมธ หงส์ศรี สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นเด็กดีและเป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่นต่อไป ขอให้รักษาแบบอย่างที่ดีนี้สืบต่อไป

(ครูอยากบอกถึงลูกศิษย์ของครูที่อาจจะเข้ามาอ่าน เดี๋ยวจะเกิดน้อยใจ ว่าทำไมครูมองเห็นความดีนายสุเมธคนเดียวหรือ...จริงๆแล้วทุกคนมีดีมีด้อยต่างกัน บังเอิญครูจับคำขวัญในปีนี้มาเป็นกติกาการตัดสินด้วย ประเด็นจิตสาธารณะ เราต้องยอมรับว่ามีไม่เท่ากัน ความเสมอต้นเสมอปลายก็ไม่เท่ากัน บางคนอาจจะมีบางอย่างมากกว่าสุเมธ แต่ไปด้อยอีกอย่าง หากรวมคะแนนก็ต้องยกให้นายสุเมธไป ครูอยากให้เธอดูว่านายสุเมธมีดีอะไร ส่วนเรามีดีอย่างไร จากนั้นให้ปรับปรุงส่วนที่ด้อย ครูจึงมองว่าโมเดลแบบนี้นายสุเมธเป็นได้)

แล้ว..วันนี้ผู้ใหญ่ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กแล้วหรือยัง ?

การสอนไม่มีประโยชน์หากไม่เคยทำความดีเป็นตัวอย่างให้เด็กเห็น.......

ผู้ใหญ่ทั้งหลายท่องไว้เช่นเดียวกับเด็กว่า ผู้ใหญ่คือแบบอย่างของเด็ก เด็กคืออนาคตของชาติ

ส่วนเด็กก็ต้องเชื่อฟัง พ่อ-แม่ ครู-อาจารย์ และคำตักเตือนจากผู้ใหญ่ อย่าทำตัวเป็นลูกเทวดา...

มีกลอนบทหนึ่งมาฝากเด็กๆ ท่องได้ติดปากตั้งแต่เด็ก จนโต เป็นข้อคิดได้ดีมาก


"พ่อแม่ไม่มีเงินทองจะกองให้
จงตั้งใจพากเพียรเรียนหนังสือ
หาวิชาความรู้เป็นคู่มือ
เพื่อยึดถือเป็นเยี่ยงหล่อเลี้ยงกาย
พ่อกับแม่มีแต่จะแก่เฒ่า
จะเลี้ยงเจ้าจนตายนั้นอย่าหมาย
ใช้วิชาช่วยตนไปจนตาย
ช่วยชาติได้แม่กับพ่อก็พอใจ"


และอีกตัวอย่างอดีตเด็กดีซึ่งควรยึดเป็นบุคคลต้นแบบ...

คลิกบุคคลแบบอย่าง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชนสรณ์ ภูเด่นแดน


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมค่ะ