วันนี้แม่ถอนผักกาดไปขายเป็นวันแรก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่จะถอนผักกาดไปขาย กะว่าเป็นวันอาทิตย์ อีกอย่างแม่ไปนอนกับยายที่บ้านเหนือ และพรุ่งนี้แม่ก็ต้องไปโรงพยาบาลตามหมอนัด ที่พิษณุโลก ตอนเย็นกลับจากที่ทำงาน เห็นตังค์วางอยู่บนโต๊ะคอมฯ แต่ไม่ได้สนใจอะไรคิดว่าต้องเป็นตังค์ที่แม่ขายผักแน่เลย เดินขึ้นไปบ้านอีกหลังแม่กำลังกินข้าวก็ถามแม่ว่าตังค์บนโต๊ะคอมฯ ตังค์อะไรเหรอ แม่ว่าเป็นตังค์ค่าผักกาดหลังบ้านเป็นอันว่าจบไปเรื่องตังค์ นั่งกินข้าวเย็นไปนั่งดูทีวีไป พอกินอิ่มแล้วลงมาบ้านข้างล่าง (มีบ้าน 2 หลังติดกัน) เลยเอาตังค์ออกมานับดู

ยิ้มออกเลย เมื่อนับตังค์ได้ 95 บาท ได้เยอะจังเลย... แม่บอกว่าผักกาดกำละ 5 บาท แม่ถอนไปขาย 2 มันใหญ่ ผมว่าผักกาดแพงนะเนี่ย กำนึงก็ประมาณ 8-10 ต้นเห็นจะได้ กำไรเห็นๆ ถึงจะน้อยแต่มันก็ถือว่าเป็นกำไร  ลงทุนแปลงละ 30 บาท แค่เก็บครั้งแรกก็ได้กำไรไปไม่รู้เท่าไรแล้ว  นี่ก็จะถอนได้อีก น่าจะสัก 4 ครั้งได้

เลยจัดการแบ่งเงินกันคนละครึ่งกันตามที่บอกกับแม่ตั้งแต่นานๆ มาแล้ว  ยื่นเงินให้แม่  50 บาท ผมเอามาแค่ 45 บาท แค่นี้ก็ไม่ขาดทุนแล้วล่ะ สงสัยไหมทำไมไม่ขาดทุน ก็เพราะค่าเมล็ดแค่  30 บาท ปุ๋ยใส่ไป 2 ครั้งทั้ง 2 แปลง แค่ครึ่งโลเอง เป็นเงินก็แค่ 15 บาทได้ ค่าแรงไม่นับเพราะคิดว่าเป็นการออกกำลังกายและนั่งได้บรรยากาศเวลาว่าง  แค่นี้ก็ เท่าทุนแล้วล่ะ แค่ครั้งแรกเองนะเนี่ย แต่สงสัยไหมว่ากำไรต่อไปคืออะไร

กำไรก็คือ เมื่อเช้าผมถอนต้นผักกาดไปให้น้องที่ทำงานเอาไว้ผัดน้ำมัน , ใส่มาม่ากิน  ถอนไป 8 ต้น นี่ก็ได้กำไรทางจิตใจแล้วล่ะ ได้ความสนิทสนมเพิ่มกันมากขึ้นอีกเวลาเขามีกินเขาจะได้แบ่งเราบ้างยังงัยล่ะ  และวันนี้ยายก็ถอนมากินด้วย และไปแบ่งให้บ้านข้างๆ เอาไว้ผัดน้ำมันกินด้วย  จะว่าไปแล้ววันนี้ก็เป็นวันดีอีกวันหนึ่งของวันที่ถอนผักกาดวันแรก มันมีอะไรหลายๆ อย่างที่มากกว่าคำว่าเงินซะอีก ถึงแม้เงินที่ได้จะน้อยหรือจะอย่างไรก็ตาม แต่ที่ได้สำหรับผมคือความปลื้มใจ ติ้นตันใจกับผักกาดและผลตามมาต่างๆนาๆจากผักกาด