ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รศ. ดร. บุญสม ศิริบำรุงสุข เป็นนักเขียนเรื่องเล่าเร้าพลัง  ลงใน บล็อก ที่เผยแพร่ใน intranet ของมหาวิทยาลัย   เพื่อสร้างคุณค่าการทำงานวิชาการในมหาวิทยาลัย   โดยมีข้อแนะนำจากสภามหาวิทยาลัยเป็นพลังขับดัน   เป็นนักบริหารจัดการด้านคุณค่าที่เก่งมาก   ผมจึงขอ ไฟล์ ข้างล่างนี้จากท่าน นำมาเผยแพร่ต่อ


เล่าความคิด-ให้ข้อมูล  206(42/2553):
ม.อ.ต้องวิจัยหาความจริง ว่าอะไรคือความจริง อะไรคือของหลอก ตอนนี้สินค้าหลอกลวงมีมาก ต้องมี advocacy ให้ประโยชน์ต่อสังคม -ข้อเสนอแนะจากสภามหาวิทยาลัย

22-28 พฤศจิกายน  2553

เรียนประชาคมชาว ม.อ.

เรามีการประชุมสภามหาวิทยาลัยกันเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2553

ท่านรองฯ ธวัช นำเสนอรายงานผลการดำเนินงานสถานวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพ(Nutraceutical and Functional Food Research and Development Centre) ใจความโดยย่อว่า :-

 

สถานวิจัยนี้อยู่ภายใต้การกำกับของคณะอุตสาหกรรมเกษตร มีอาจารย์วิจัย ผู้ช่วยวิจัย นศ.ปริญญาโท ปริญญาเอก และอาจารย์ต่างคณะที่เป็นทีมเครือข่ายวิจัยรวมประมาณ 55 คน ดำเนินการมาแล้ว 4 ปี หาทุนวิจัยจากแหล่งภายนอกได้ 31 ล้านบาท มีผลงานตีพิมพ์จากบัณฑิตศึกษาและอาจารย์วิจัยทั้งระดับชาติและนานาชาติ จำนวน 13 เรื่องการประชุมวิชาการ จำนวน 24 ครั้ง และทรัพย์สินทางปัญญา อนุสิทธิบัตร 1 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการขอจดอนุสิทธิบัตร 7 เรื่อง และมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพจำนวนมาก

 

สภามหาวิทยาลัยได้ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะดังนี้ :-

 

 เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ นอกจากทำวิจัยทางเทคนิคแล้ว ควรวิจัยเชิงระบบด้วยการตั้งคำถาม 3 คำถามคือ (1) ด้านมูลค่า-ประเทศไทยบริโภคอาหารเสริมอาหารสุขภาพด้วยมูลค่าเท่าใด นำเข้าจากต่างประเทศมูลค่าเท่าใด และส่งออกมูลค่าเท่าใด แนวโน้มเป็นเช่นไร (2) ด้านประโยชน์-อย่างไหนเกิดประโยชน์จริง อย่างไหนไม่จริง เช่น XXXX.... โฆษณาว่าแก้ปวดข้อได้ ปรากฏว่าไม่จริง  คนโดนหลอก เป็นเหยื่อของการโฆษณา (3) ด้านการผลิต- ประเทศไทยเราจะสามารถผลิตอาหารเสริมได้เท่าไร จะทดแทนการนำเข้าได้เท่าใด และจะเพิ่มการ export ได้เท่าใด


 ควรทำวิจัยหาความจริง ว่าอะไรคือความจริง อะไรคือของหลอก ตอนนี้สินค้าหลอกลวงมีมาก ต้องมี advocacy ให้ประโยชน์ต่อสังคม


 ฝ่ายบริหารควรให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะผลงานเป็นประโยชน์ หากสถานที่ไม่พอเพียงก็จำเป็นต้องดูแล


 งานวิจัยในมหาวิทยาลัยจะมีช่องว่างระหว่างห้องแล๊บกับตลาด เพราะเราทำวิจัยในระดับ lab scale แต่เมื่อทำเป็น commercial scale มหาวิทยาลัยจะต้องเข้าไปช่วยนักวิจัย


 การฝากสถานวิจัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอาหารเพื่อสุขภาพไว้กับคณะอุตสาหกรรมเกษตรอาจจะทำให้โต(grow) ไม่ได้เร็วนัก ไม่สามารถเพิ่มบุคลากรได้ มหาวิทยาลัยน่าจะหยิบยกเรื่องนี้มาหารือกันให้เป็นเรื่องใหญ่


 เรื่องของอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์สุขภาพนี้ วัตถุดิบที่อยู่ในพื้นที่ของ ม.อ. อุดมสมบูรณ์ พื้นที่ภาคใต้มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นเรื่องที่คนสนใจกันทั่วโลก และควรจะเน้นการศึกษาวิจัยในเรื่อง food safety ด้วย เพราะผลิตภัณฑ์หลอกลวงและผลิตภัณฑ์เป็นอันตรายมีมาก

 การทำวิจัยแล้วจะขยายสู่เชิงพาณิชย์ได้ จำเป็นต้องทำร่วมกันหลายคณะ ในกรณีอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์สุขภาพ จำเป็นต้องร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ในกระบวนการการผลิตระดับ commercial scale และต้องร่วมกับคณะวิทยาการจัดการในเรื่องของการทำตลาด


 จุดเด่นของภาคใต้คือเรื่องอาหารฮาลาล ม.อ.น่าจะมองการเป็น hub ด้านฮาลาลด้วย

 การมองเชิงพาณิชย์เป็นประโยชน์ แต่ ม.อ.ควรมองให้ครอบคลุม ม.อ.ต้องไม่ลืมว่ามีคนอดอยากทั่วโลก งานวิจัยของ ม.อ.ควรช่วยให้คนพ้นจากความยากจนและพ้นจากความอดอยากด้วย ควรผสมผสานระหว่างการหารายได้และการช่วยคนจน

 งานวิจัยที่สถานวิจัยฯทำอยู่นี้ ยังเป็นชิ้นๆ (fragment) ยังขาดเป้าหมายเชิงบูรณาการ น่าจะทำวิจัยเป็น package ใหญ่ และรับนักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอกเข้ามาช่วยทำวิจัยมากๆ อาจจะลองคิดที่จะขยายเป็นสถาบันวิจัย จะได้มีนักศึกษา ป.โท / ป.เอก ได้มากขึ้น และทำการเชื่อมโยง Science / Technology / Engineering / Management Science ให้เกิดความชัดเจน

 

 

 ม.อ.เราควรให้ความสำคัญทั้ง 2 แนวทางคือ แนวทางสู่ความเข้มแข็งของชนบท และแนวทางสู่ความเข้มแข็งของภาคธุรกิจ/อุตสาหกรรม สามารถทำเป็นโครงการใหญ่ เช่นสภาพัฒน์มีโครงการเป็น 10,000 ล้านบาท น่าจะได้มีโอกาสคุยกับสภาพัฒน์ น่าจะมี forum หารือร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคอุตสาหกรรมและสภาพัฒน์ด้วย

 

          การประชุมสภาฯครั้งนี้ มหาวิทยาลัยโดยท่านผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาท่าน ผอ.พีระพงศ์และท่านรองผู้อำนวยการ ท่านรองฯสืบศักดิ์ นำเสนอยุทธศาสตร์การศึกษาวิจัยของสถาบันฮาลาล โดยมีเนื้อหาโดยย่อคือ :-

 

 

ม.อ. โดยสถาบันฮาลาล จะดำเนินการศึกษา วิจัย ถ่ายทอดเทคโนโลยี บ่มเพาะธุรกิจ สร้างเครือข่ายวิจัย ให้บริการด้านตรวจสอบและวิเคราะห์ ส่งเสริมมาตรฐาน และสนับสนุนให้ภาคใต้เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมฮาลาล โดยจะครอบคลุมทั้งทางด้านอาหาร เครื่องสำอาง เครื่องใช้และเครื่องนุ่งห่ม ธุรกิจภัตตาคาร ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธุรกิจโรงพยาบาล การขนส่งสินค้าฮาลาล การบริการสปา และการเงินและการธนาคาร

 

สภามหาวิทยาลัยให้ข้อเสนอแนะและคำแนะนำ:-

 ฝากไว้ให้เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมากสำหรับ ม.อ. สถาบันฮาลาลนี้ต้องสร้าง Networks และ Partners มีผู้ประกอบการมากกว่า 1,200 ราย ต้องเชื่อมให้ได้ แล้วจะประสบความสำเร็จ การมีเครือข่ายวิจัยและความร่วมมือจะช่วยให้งานไปได้เร็วขึ้น


 ในการส่งเสริมการส่งออก ควรมีเป้าหมายต่างประเทศที่แต่ละประเทศมี Taste และ Demand ที่ต่างกัน การรับรองมาตรฐานต้องรีบทำให้สำเร็จ อาจจำเป็นต้องลงทุนคน เครื่องมือ และศึกษามาตรฐานของต่างประเทศด้วย


 ความจริงการส่งออก ทำกันมานานแล้ว เรายังไม่ได้ใช้บทเรียนของการผลิตเพื่อส่งออกอย่างเพียงพอ บริษัทส่งออกอาหารขนาดใหญ่ มักจะผลิตอาหารจากประเทศจนๆที่เขาเอาเปรียบ ถ้าเราเรียนรู้ชาวประมงของเราจะไม่ถูกเอาเปรียบ อุตสาหกรรมจะลงทุนโฆษณามาก แต่จะกดราคาต้นทุนวัตถุดิบ น่าจะศึกษาถึงอำนาจต่อรอง เราจะได้เพิ่มอำนาจต่อรองให้ชาวประมงได้


 ควรตั้งเป้าหมายให้ฮาลาลของไทยเป็นที่ยอมรับในประเทศโลกมุสลิม ปัจจุบันอาหารกระป๋องที่ผลิตในไทยแต่ต้องไปใช้ brand ของ Dubai  และเช่นกัน ปลากระป๋องยี่ห้อ AYAM ผลิตในประเทศไทยกว่า 90% แต่ใช้ตราของมาเลเซีย เราต้องพยายามสร้าง brand ของไทย

 

 

 ม.อ.น่าจะตั้งเป้าหมายใหญ่ เช่นตั้งเป้าหมายว่า ฮาลาลสร้างเศรษฐกิจและสังคมของภาคใต้ แล้วค่อยกระจายเป้าหมายใหญ่สู่โครงการย่อย กระจายเชื่อมโยงบูรณาการ แก้ปัญหาความยากจน โดยสรุปคือมีเป้าหมาย 3 อย่างคือ (1) มีเป้าหมายที่คุณภาพ ความเป็นมุสลิม ความปลอดภัย (2) มีเป้าหมายที่รสชาติอร่อย ถูก taste ของผู้บริโภค และ (3) แก้ปัญหาคนจน เป็น social enterprise

 

ด้วยความขอบคุณชาวมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทุกท่าน

 

รศ.ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข    อธิการบดี
40 ปี ม.อ. บ่มเพาะคนดี ชี้นำสังคม สั่งสมปัญญา พัฒนางานวิจัย

          ความหมายแห่งความเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : “บ่มเพาะคนดีให้เป็นปัญญาชนที่มีวุฒิภาวะที่พร้อมที่จะรับใช้สังคม สร้างสมปัญญาด้วยการเสาะหาวิชชาให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อุดมด้วยนักปราชญ์ และนำความรู้ของปราชญ์สอนและถ่ายทอดให้กับศิษย์ด้วยจิตวิญญานของความเป็นครู”

 

 

          ทีม Gotoknow ได้นำเอาเรื่องเล่าของท่านมาจัดทำเป็น e-book อ่านได้ที่นี่

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๒ ธ.ค. ๕๓