กิจกรรมในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๔  ในตอนบ่ายหลังจากกลับมาจากการปิดทองฝังลูกนิมิตรแล้ว  ได้ขึ้นไปนมัสการ "พระมหาธาตุเจดีย์ศรีบวรชินรัตน์" และเดินเวียนเทียนกันคนละ ๓ รอบ ส่วนฉันเพิ่มการเดินจงกรมอีก ๓ รอบ  อากาศเย็นสบายและสงบเงียบมาก

        นอกจากนมัสการพระมหาธาตุแล้ว  พวกเราได้เดินชมบริเวณใกล้เคียงและถ่ายภาพ  และกำลังเห่อหลานชาย (โลมา)ด้วย  ทำให้ไม่ได้มีเวลาไปชมวัดที่อยู่ในบริเวณเขาสมอแคลงด้วยกัน  เพราะเป็นเวลาเย็นมากแล้ว

         พระมหาธาตุเจดีย์ศรีบวรชินรัตน์  ตั้งอยู่บนเขาสมอแคลง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ห่างจากจังหวัดพิษณุโลกประมาณ ๑๕ กิโลเมตร อยู่บริเวณเดียวกับสำนักสงฆ์สระสองพี่น้อง ซึ่งเป็นวัดสาขาของวัดนางพญา (แห่งพระสมเด็จนางพญา) พระครูบวรชินรัตน์(หลวงพ่อม้วน สุดเกตุ) เป็นผู้มาริเริ่มก่อตั้งและสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๙ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและบูชาคุณความดีของบูรพมหากษัตริย์นักรบไทย

         ภายหลังพระคุณเจ้าได้มรณภาพแล้ว น.อ.จุลินทร์ เหลือนาคและคณะ  ได้ร่วมกันสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ศรีบวรชินรัตน์  เป็นอนุสรณ์แด่หลวงพ่อม้วน  สุดเกตุ มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูมที่งดงามมาก  ส่วนยอดที่เป็นดอกบัวของพระมหาธาตุเจดีย์นั้นได้บรรจุพระบรมธาตุ คือ พระนลาต (กระดูกส่วนหน้าผาก) และพระบรมสารีริกธาตุส่วนต่างๆ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ผอบกลมที่รองรับยอดพระเจดีย์ทำด้วยเงินบริสุทธิ์

       "สระสองพี่น้อง" มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า "มีทหารจากค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช   ทำการขุดสระน้ำลึกประมาณ ๑๐ เมตร และมีเด็กชายลูกของข้าราชการที่พักอาศัยในค่ายจำนวน ๒ คน อายุประมาณ ๘ และ ๑๐ ขวบ ไปตกปลาเล่นที่สระน้ำนั้น น้องชายได้พลัดตงลงไปในสระน้ำ และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ด้วยความตกใจพี่ชายจึงกระโดดลงไปช่วยน้องชาย  แต่ด้วยความที่เด็กทั้งสองวายน้ำไม่เป็น จึงจมน้ำเสียชีวิตทั้งสองคน จากนั้นมาจึงเรียกสระน้ำแห่งนี้ว่านั้นว่า "สระสองพี่น้อง"

        หากเดินทางจากพิษณุโลกไปตามถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข ๑๒  จากจังหวัดพิษณุโลก  เมื่อมองไปซ้ายมือจะมองเห็นวัดและพระมหาเจดีย์เด่นเป็นสง่าอยู่บนเขาสมอแคลง  และเมื่อยืนอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระมหาเจดีย์ก็จะมองเห็นเมืองพิษณุโลก

         บริเวณรอบ ๆ มีการก่อสร้างเพิ่มเติม มีต้นไม้ใหญ่น้อยปกคลุมมากมาย  และมีผู้นำต้นลีลาวดีหลากหลายสีสัน ต้นชวนชม และพันธุ์ไม้ต่าง ๆ จำนวนมาก  เพื่อเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติให้งดงาม เป็นที่รืนรมย์ของนักท่องเที่ยว 

         ก่อนกลับได้พบกับชวนชมที่แปลกมากต้นหนึ่ง  ที่แปลกเพราะเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก  มีลักษณะเหมือนกุหลาบ  กลีบซ้อนกัน สีชมพูอมแดง  จึงเก็บภาพมาฝากให้ชมในบันทึกนี้ด้วย

        "พิษณุโลก"  นอกจากเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มีแหล่งโบราณสถานและโบราณวัตถุเหลือไว้ให้ลูกหลานและคนรุ่นหลังได้ชื่นชม เรียนรู้ด้วยความภาคภูมิใจ  เรื่องเล่าที่นำมาเสนอในบันทึกนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง  ซึ่งจะต้องไปค้นคว้าเรียนรู้นำมาเพิ่มเติมอีกต่อไป  ขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสุขในปีใหม่ตลอดไปค่ะ