น้ำฝนที่มีรสขม กินยาก
นอ นอ
ตั้งแต่เด็กจนโต ฉันใช้ชีวิตอยู่กับหนี้สินก้อนใหญ่ ทุก ๆ วันเจ้าหนี้ต่างเข้ามาทวงเงินจากครอบครัว ฉันคิดอยู่เสมอว่าจะต้องหลุดพ้นจากภาระหนี้สินเหล่านี้ เพราะมันทำให้ฉันและครอบครัวถูกดูถูกเหยียดหยามและฉันก็ต้องอยู่อย่างอับอาย ฉันจึงตัดสินใจเดินทางจากจังหวัดผาอ่าง ในประเทศพม่า เพื่อไปทำงานที่อำเภอแม่สอด ขณะที่ฉันก้าวเท้าเดินออกจากบ้าน ฉันคิดว่าชีวิตนี้คงเป็นเรื่องง่ายดาย การเดินทางไปทำงานของฉันคงไม่ยากเกินกว่าที่คนในหมู่บ้านเคยไปทำ
ที่แม่สอดฉันได้รับค่าแรงเพียงน้อยนิด แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ที่บ้านมาก เหตุนี้ฉันจึงพยายามตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ แต่เมื่อทำงานได้ไม่นาน ฉันก็ได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นนายหน้าหาคนจากชายแดนไปทำงานในกรุงเทพ เธอชักชวนฉันด้วยคำพูดหวานหู จนฉันตัดสินใจเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพกับเธอ
พาหนะที่พาฉันไปกรุงเทพคือรถกระบะที่บรรทุกกะหล่ำปลีเต็มคัน ตรงกลางกระบะถูกเว้นที่ว่างแคบ ๆ ให้เราซ่อนตัวอยู่ในนั้น ฉันและเพื่อน ๆ รวม 9 คนต้องอยู่กันอย่างเบียดเสียด เมื่อขึ้นรถเรียบร้อยคนขับก็ใช้ผ้าเต็นท์ผืนใหญ่คลุมกระบะ หลังจากที่เราออกเดินทางได้ไม่นาน ฉันเริ่มหายใจไม่สะดวก พวกเราบางคนเมารถอาเจียนออกมาเลอะเทอะส่งกลิ่นเหม็น นาทีนั้นถ้าทำได้ฉันอยากหันหลังกลับไปเหลือเกิน ฉันคิดถึงคำของพ่อแม่ที่ห้ามปรามฉันไม่ให้ไปกรุงเทพด้วยความรัก ฉันอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไหล ความทุกข์ในใจขณะนั้นมากมายจนฉันไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ฉันไม่รู้ว่ารถจะพาเราไปที่ไหน ผ้าเต็นท์ที่คลุมเราอยู่ทำให้รอบตัวมืดจนมองอะไรไม่เห็น ฉันได้แต่เฝ้าอธิษฐานว่าขอให้ผ่านพ้นความทุกข์ยากเหล่านั้นไปได้
กระทั่งรถได้แล่นมาใกล้ด่านตรวจ นายหน้าตะโกนบอกให้เราเงียบเสียงไม่อย่างนั้นจะโดนตำรวจจับ ตำรวจเริ่มตรวจรถโดยใช้เหล็กแหลมแท่งยาวเสียบเข้ามาในกองกะหล่ำปลีเสียงดัง สวบ...สวบ... ทันใดนั้นเหล็กแหลมที่แทงเข้ามาถูกใบหน้าของเพื่อนผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ ฉัน ความเจ็บปวดทำให้เธอร้องขึ้นมาสุดเสียง ตำรวจจึงเปิดผ้าเต็นท์ออกและเรียกเราลงจากรถ พวกเราทยอยลงมาจากรถ ลมภายนอกพัดผ่านผิวหน้า ฉันรู้สึกเหมือนว่าได้ชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง
วันนั้นเป็นวันที่น่าอายที่สุดในชีวิตของฉัน ที่ด่านเราถูกถ่ายรูป ซักถามประวัติ และถูกส่งไปคุมขังในคุกของเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ฉันถูกจับคุมขังอยู่ที่นั่นระยะหนึ่งก่อนถูกส่งตัวกลับมายังประเทศพม่าอีกครั้ง วันนั้นฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่ใช้ไม่ได้คนหนึ่ง
แต่ค่าจ้างน้อยนิดที่ฉันได้รับทำให้ฉันตัดสินใจว่าจะต้องหาทางไปทำงานที่กรุงเทพให้ได้ “เมื่อคนอื่นยังไปได้...แล้วทำไมฉันถึงจะไปไม่ได้" ฉันคิดอยู่ในใจเมื่อเห็นคนอื่นที่ไปทำงานในกรุงเทพส่งเงินกลับมาให้ครอบครัวได้ ฉันอยากจะเป็นลูกสาวที่ดี ทำงานช่วยเหลือครอบครัวได้ ฉันคิดอยู่เสมอว่าเราอยู่ในยุคสมัยที่ต้องกล้าเพื่อที่จะได้มีกิน "เมื่อคิดที่จะดำน้ำก็ต้องกลั้นหายใจ" ฉันจะก้าวข้ามคำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นแล้วก้าวไปหาชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม
ระหว่างที่อยู่ชายแดนนายหน้าก็คอยส่งข่าวและชักชวนฉันให้ไปทำงานที่กรุงเทพอยู่เสมอ เขาบอกกับฉันว่า "เมื่อครั้งนี้ไม่สำเร็จ ครั้งหน้าก็จะต้องสำเร็จ"
การเดินทางของฉันเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แผนการเดินทางในครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน ฉันโดยสารไปกับรถตู้ที่นายหน้าเหมาให้ แกล้งทำเหมือนกับว่าจะไปเยี่ยมญาติที่ไหนสักแห่ง ในรถมีเพียงผู้หญิงสามคน คนขับจึงไม่ค่อยให้เกียรติเรานัก ในขณะที่ขับรถอยู่ปากเขาก็พูดจาล้อเล่นไปเรื่อยแต่มือเขากลับป้วนเปี้ยนเปะปะอยู่แถวหน้าขาของฉันซึ่งนั่งคู่กับเขา แต่ฉันก็ไม่กล้าว่าอะไรเขา ได้แต่โทรศัพท์ไปบอกนายหน้า แต่เธอกลับบอกว่าไม่เป็นไรหรอกให้ทำใจดี ๆ เอาไว้
ไม่นานรถของเรามาหยุดที่ด่านตรวจเดิมที่ฉันถูกจับ พอตำรวจเดินเข้ามาใกล้ใจของฉันก็เริ่มสั่น ฉันจำนายตำรวจคนนี้ได้ดี แต่โชคดีที่เขาจำฉันไม่ได้เพราะฉันแต่งตัวสวยตามอย่างนางเอกที่เห็นในจอโทรทัศน์ เขาจึงไม่ซักไซ้ไล่เรียงอะไรกับเรามากนัก
ระหว่างทางคนขับแวะเข้าข้างทางให้เพื่อนของฉันทั้งสองลงไปทำธุระส่วนตัว เมื่อลับตาเพื่อนคนขับรถก็ยื่นหน้ามาหอมแก้มฉัน ฉันพยายามขอร้องเขาไม่ให้เขาทำอะไรมากไปกว่านี้ โชคดีที่เขาไม่ทำอะไรต่อ ฉันโทรศัพท์บอกนายหน้าอีกครั้ง เธอก็ยังบอกคำเดิมว่าไม่เป็นไร แถมยังยืนยันอีกว่าทำงานร่วมกับคนนี้มานานแล้วไม่มีปัญหา เขาเป็นตำรวจยศใหญ่คนหนึ่ง และเขามีเมียมา 4 คนแล้ว ได้ยินอย่างนี้ยิ่งฉันรู้สึกร้อนใจยิ่งกว่าเดิมอีก
เราเริ่มเดินทางใหม่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้คนขับ ขับรถเอื่อย ๆ และจอดข้างทางบ่อย ๆ ขณะนั้นฉันคิดไปต่าง ๆ นานา กลัวว่าเขาจะทำมิดีมิร้ายเราเสร็จแล้วพาเราไปขาย ขณะที่ฉันกำลังคิดว้าวุ่นอยู่นั้น นายหน้าก็โทรศัพท์มาหาฉัน แล้วบอกให้ฉันรออยู่ที่นั่น ไม่นานเธอก็มาถึงพร้อมกับบัตรที่เขาเตรียมไว้ไห้เราเพื่อเดินทางไปยังกรุงเทพ
ประสบการณ์การเดินทางมากรุงเทพ และความยากลำบากในการทำงานที่นี่ เป็นเครื่องเตือนใจให้ฉันตั้งใจทำงาน เมื่อใดที่ฉันเก็บเงินพอใช้หนี้ ฉันก็จะกลับบ้านไปเป็นผู้หญิงธรรมดาคนเดิม แล้วบอกคนที่คิดจะไปทำงานที่กรุงเทพว่า ชีวิตมันไม่ง่ายเลย
หมายเหตุ นอนอ เขียนถึงเรื่องราวของหญิงสาวจากเมืองผาอ่าง ประเทศพม่า เธอเดินทางเข้าไปทำงานที่กรุงเทพผ่านการชักชวนของนายหน้า ปัจจุบันในวัย 30 กว่า เธอกลับมาอยู่บ้านเพื่อดูแลพ่อแม่หลังจากที่เก็บเงินจนใช้หนี้ได้แล้ว