ผู้อ่านละคะ เติมน้ำมันตะเกียงชีวิตของท่านแล้วหรือยัง ???

 

 

           บ่อยครั้งที่เราทราบข่าวการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหรือโรคร้ายของเด็ก ๆ และหนุ่มสาววัยสดใส  ซึ่งบางคนเรียนจบการศึกษาระดับสูง เป็นนักวิชาการ  เป็นนายแพทย์  เป็นมันสมองที่สำัคัญของประเทศ เมื่อทราบข่าวได้แต่เสียดายความรู้ที่ร่ำเรียน  และเสียใจแทนญาติมิตร

          ทำไมคนเหล่านั้นจึงด่วนจบชีวิต ?  ท่านเคยสงสัยบ้างไหม  หรือเขาหมดอายุขัยหรือวิบากกรรม   แล้วไยอายุขัยของเขาจึงสั้นยิ่งนัก ?

          ผู้เขียนเคยอ่านเรื่องราวของผู้ปกครองคนหนึ่งซึ่งไปถามหลวงพ่อว่าเหตุไฉนลูกหลานของตนซึ่งเพิ่งเรียนจบ  และทำงานได้ไม่นานก็มาด่วนจบชีวิตด้วยโรคร้าย...ทั้ง ๆ ที่ตลอดชีวิตของเขาไม่เคยทำบาปกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น  แล้วทำไมจึงอายุสั้น ?

          หลวงพ่อตอบว่า   ชีวิตเราทุกคนเปรียบเหมือนมีตะเกียงคนละหนึ่งดวง  และตะเกียงนั้นก็มีน้ำมันคือบุญเก่าที่เราสั่งสม    หากเราไม่หมั่นเติมน้ำมันตะเกียงได้แต่ใช้บุญเก่า    สักวันหนึ่งน้ำมันตะเกียงของเราก็จะหมด     วันใดน้ำมันตะเกียงแห้งเหือดและหมดลง  วันนั้นเรามิอาจประคับประคองตะเกียงชีวิตของเราไว้ได้....

           หลังจากอ่านเรื่องนี้  ทำให้ผู้เขียนเกิดความเข้าใจและพยายามหมั่นเติมน้ำมันตะเกียงชีวิตของตนเอง   พร้อมทั้งแนะนำลูกศิษย์ลูกหาและผู้ใกล้ชิดเสมอให้หมั่นเติมน้ำมันตะเกียงของตนเองด้วยความไม่ประมาท  และตั้งมั่นอยู่ในทาน  ศีล  ภาวนา เสมอ

           ท่านผู้อ่านละคะ เทศกาลปีใหม่มาเยือน อย่ามัวแต่เพลินเที่ยวเตร่  เมื่อเติมน้ำมันรถแล้ว   อย่าลืมถามตัวเองก่อนเดินทางนะคะว่า เติมน้ำมันตะเกียงชีวิตของท่านแล้วหรือยัง ??? 

 

ขอบคุณภาพ  จากอินเทอร์เน็ต