คลังฉวยจังหวะบาทแข็งเร่งคืนหนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐ-ยูโร ช่วยประหยัดภาระเงินต้นและดอกเบี้ยพร้อมลดหนี้สาธารณะลงเหลือ 42.28% ของจีดีพี

คลังฉวยจังหวะบาทแข็งเร่งคืนหนี้สกุลดอลลาร์สหรัฐ-ยูโร ช่วยประหยัดภาระเงินต้นและดอกเบี้ยพร้อมลดหนี้สาธารณะลงเหลือ 42.28% ของจีดีพี นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)เปิดเผยว่า จากสถานการณ์สกุลเงินเหรียญสหรัฐและยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาท โดย ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 30.2437 บาท และ 1 ยูโร เท่ากับ 40.4294 บาท  (อ้างอิงตามธนาคารแห่งประเทศไทย) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จึงได้ศึกษาข้อมูลเพื่อการชำระคืนหนี้เงินกู้ก่อนครบกำหนด (Prepayment) ให้แก่แหล่งเงินกู้ต่างประเทศ โดยเฉพาะแหล่งเงินกู้ที่มีภาระหนี้เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐและยูโร ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการใช้สกุลเงินเหรียญสหรัฐและยูโรเพื่อแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า

       โดยแหล่งเงินกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐและยูโรที่ สบน. จะดำเนินการชำระหนี้ก่อนครบกำหนดคือ รัฐบาลสหรัฐอเมริกา (AID) สมาคมพัฒนาการระหว่างประเทศ (IDA) เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐ และรัฐบาลออสเตรียเป็นยูโร เนื่องจากประเทศไทยได้พัฒนาเกินเกณฑ์ที่แหล่งเงินกู้ทั้งสามจะให้เงินกู้ได้แล้ว และการชำระคืนหนี้เงินกู้ก่อนครบกำหนดให้แก่แหล่งเงินกู้ทั้งสามยังสามารถนำเงินที่ได้รับชำระคืนไปให้ประเทศที่กำลังพัฒนาประเทศอื่นกู้ เพื่อการพัฒนาประเทศนั้น ๆ อย่างยั่งยืนต่อไป

       ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 มียอดหนี้คงค้างของแหล่งเงินกู้รัฐบาลสหรัฐอเมริกา 28 สัญญา รวม 42 ล้านเหรียญสหรัฐ สมาคมพัฒนาการระหว่างประเทศ 6 สัญญา รวม 56 ล้านเหรียญสหรัฐ และรัฐบาลออสเตรีย 1 สัญญา จำนวน 6 ล้านยูโร ซึ่งเทียบเท่าบาททั้งสิ้น3,172 ล้านบาท หาก สบน. สามารถดำเนินการชำระหนี้ก่อนครบกำหนดดังกล่าวได้ทั้งหมดจะทำให้ยอดหนี้คงค้างลดลงจาก 4,230,745 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 42.30 ของ GDP  (ณ วันที่ 30 กันยายน 2553) เหลือ 4,227,573 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 42.28 ของ GDP

       โดยในครั้งแรก สบน. จะดำเนินการเจราจาเพื่อชำระหนี้ก่อนครบกำหนดให้แก่แหล่งเงินกู้รัฐบาลสหรัฐอเมริกา 7 สัญญา จำนวน 6 ล้านเหรียญสหรัฐ  และรัฐบาลออสเตรีย 1 สัญญา จำนวน 6 ล้านยูโร  หรือเทียบเท่าทั้งสิ้น 422 ล้านบาท ซึ่งบรรจุในแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปี 2554 แล้วเป็นลำดับแรกก่อน จากนั้นจึงดำเนินการเจรจาเพื่อชำระหนี้ก่อนครบกำหนดในส่วนที่เหลือแก่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา และสมาคมพัฒนาการระหว่างประเทศโดย สบน. คาดว่าจะสามารถดำเนินการชำระหนี้ก่อนครบกำหนดให้แก่แหล่งเงินตามสัญญาดังกล่าวได้แล้วเสร็จ ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554

ASTVผู้จัดการรายวัน  โพสต์ทูเดย์  ไทยรัฐ (คอลัมน์ข่าวสั้นเศรษฐกิจ)

ประจำวันที่ 28 ธันวาคม 2553